ชีวิตที่เป๊ะเวอร์ ! ได้มะเร็งเป็นเพื่อน

view: 2503



 
 ชีวิตที่เป๊ะเวอร์ ! ได้มะเร็งเป็นเพื่อน


 

 
 
       การดำเนินชีวิตที่ต้องการแต่ความถูกต้อง  วางระเบียบที่แน่นอน ขาดความยืดหยุ่นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า จนเกิดสภาวะทางความเครียดที่สะสมทำให้ คุณภรณีรัต  ผดุงวรศาสตร์  ต้องเผชิญกับร่างกายที่รุมเร้าด้วยโรคภัยที่เกิดขึ้นอย่าง “มะเร็งเต้านม” กว่า 15 ปี ที่ทำให้ชีวิตที่มีแต่ความสดชื่นกลับต้องขาดความสุข แต่ด้วยใจที่เข้มแข็งและครอบครัวที่รักและใส่ใจต่อกัน ทำให้รอดพ้นจากโรคดังกล่าวและถือว่าเป็นบทเรียนที่สอนใจเธอได้ดีในเรื่องการใช้ชีวิต

       “เป็นมะเร็งเต้านมค่ะ  ตอนที่เป็นนั้นประมาณ 2543 ซึ่งตอนนั้นตกใจมากๆ  มันอึ้งไปหมด ชีวิตที่เราดำเนินมามันเหมือนมีอะไรที่มะกั้นเราหมดเลย นั่นคือความรู้สึกแต่ส่วนหนึ่งก็ทำใจเพราะครอบครัวเราเป็นครอบครัวที่หลายคนเป็นมะเร็ง แต่เราก็ดูแลตัวเองมาตลอด เพราะเราคิดว่าครอบครัวเราเป็นเราต้องระวัง  มันมีโอกาสมากกว่าคนอื่น เช่น ทำอาหารทานเอง  เพราะว่าเราเป็นแม่บ้าน ดูแลเรื่องอาหารการกินของทุกคนในครอบครัว ระวังทุกอย่างนะ ของทอด ของมัน ผักต่างๆที่ต้องปลอดสารพิษ แต่สุดท้ายเราเป็น และคนในครอบครัวก็เป็นมาก่อน แต่ที่ทราบแน่คือ สาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นคือ เราทำธุรกิจเองด้วยที่บ้าน แล้วเป็นคนประเภทที่ว่า ต้องเนี๊ยบ ต้องแป๊ะมากๆ เราต้องตรวจทุกอย่าง วางไม่ได้ผิดไม่ได้ เราต้องถูกต้องเสมอนะ นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้เราพบเจอกับมะเร็งไม่รู้จักปล่อยวาง เครียดสะสม ทุกอย่างมาหมด”




       “ครั้งแรกที่รู้ว่าเป็นมะเร็งเต้านมนั้น ซ๊อกมากค่ะ ชีวิตมันเปลี่ยนเลย คลำไปเจอเม็ดถั่วเขียวที่หน้าอก หมอบอกว่าเราเป็นระยะที่ 2 แต่เราก็ต้องตั้งสตินะคะ  ตอนนั้นมันบอกตัวเองอย่างเดียวว่า ต้องหาย แต่บอกเลยค่ะว่า วินาทีนั้น  มันบอกไม่ได้หรอกว่า เราจะรู้สึกอย่างไร  ใครเจอจะเข้าในดีว่ามันเป็นอย่างไร“ 

       เมื่อตั้งสติได้ สิ่งที่ทำต่อไปคือ การพูดคุยกับแพทย์ผู้รักษา ซึ่งมันจะเป็นหนทางเดียวที่ทำให้เธอรอดพ้นจากโรคนี้ได้ การรักษาที่เริ่มต้นจากใจที่เข้มแข็งนั้นถือว่า เป็นการเริ่มต้นที่ดีและน่าสนใจ 

       “รักษากับแพทย์แผนปัจจุบันค่ะ ทำคีโม ผ้าตัด ฉายแสง ซึ่งเป็นเสต็ปของการรักษาโรคมะเร็งทั่วไป แต่ที่แน่นอนคือ เราต้องเข็มแข็งมากที่สุดใจต้องมาก่อนไม่อย่างนั้นผ่านไปไม่ได้แน่นอนค่ะ และผลจากการคีโม ทำให้เรามีสภาพที่ผมร่วง ปากแห้ง ปากเป็นนกกระจอก   ประมาณเข็มที่ 2 นะที่มีอาการแบบนั้น มันเป็นอะไร ที่ทรมานแต่เราก็ทราบแหละว่ามันต้องเจอสภาวะนี้แน่นอน “ 

ค้นพบแนวทางการรักษาด้วยสมุนไพรจีน “เทียนเซีย” 

       “คือสิ่งที่ทำให้เราวางใจที่ใช้ยาสมุนไพรจีน คือ เราทานไปแล้ว  มันดีจากที่เราเคยมีอาการดังกล่าวมาข้างต้นนั้น  พอทานสมุนไพรจีนร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบัน เรามีแรงมากขึ้นกว่าที่เป็น มีการขับความร้อนออกจากร่างกายมากขึ้น  เริ่มทานมาได้ปีกว่าแล้วนะคะ แต่วันไหนที่เราไปทำคีโมเราจะไม่ทานสมุนไพรจีนนะคะคือไม่อยากให้ทุกอย่างไปตีกัน สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการเริ่มทานสมุนไพรจีนคือ  ผิวพรรณดีขึ้น เราสดชื่น คนรอบข้างมองไม่ออกว่าเราเป็นโรคมะเร็ง จากการสังเกตจากบุคคลรอบข้างที่พูดกัน  มันทำให้เรามีกำลังใจที่ดีในการใช้ชีวิต  ตอนนี้คิดว่าเราหายแล้วนะ เพราะว่า ไปตรวจกับแพทย์แผนปัจจุบัน  สิ่งที่เราได้คำตอบมาคือ  ค่าเฉลี่ยความเป็นโรคมะเร็งของเราหายไปเลย  ก็ดีใจมากๆค่ะ”

       ถึงในวันนี้ สิ่งที่ทำให้เรียนรู้และเข้าใจมากที่สุดจากสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต คือ การใช้ชีวิตที่ไม่รู้จักปล่อยวาง และสะสมสภาวะความเครียดที่มากเกิน เหมือนบทเรียนที่สอนให้เข้าใจการใช้ชีวิตมากขึ้น การรู้จักปล่อยวาง และใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและอยู่กับปัจจุบัน  คือทางออกที่ดีที่สุด รวมถึงการดูแลเรื่องอาหารการกิน รู้จักปฏิเสธและไม่ทานสิ่งที่มีผลต่อโรคที่เคยเป็น   ความรักความเข้าใจจากครอบครัวที่หมั่นดูแลรักษาใจซึ่งกันและกันอย่างดีที่สุด ทำให้วันนี้ความสุขในการใช้ชีวิตของเธอกลับมาอีกครั้ง  !!