ไขความลับพิชิตมะเร็งด้วยยาจีน

view: 4061



ไขความลับพิชิตมะเร็งด้วยยาจีน

       มะเร็งยังเป็นโรคที่ท้าทายวงการแพทย์ทั่วโลก ในประเทศไทยนั้น มะเร็งเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้คนเป็นอันดับต้นๆ มีสถิติการเกิดมะเร็งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีโดยชายไทย พบเป็นมะเร็งลำไส้มากเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยมะเร็งปอดและมะเร็งตับ สำหรับผู้หญิง มีสถิติเป็นมะเร็งเต้านมมากที่สุดมาเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วยมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้
       สำหรับอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งนั้น ในประเทศไทยมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งตั้งแต่ปี 2543 จนปัจจุบัน และโดยเฉลี่ยแล้ว มีผู้ป่วยมะเร็งเสียชีวิตถึงชั่วโมงละเกือบ 7 ราย
       อย่างไรก็ตาม เรายังมีทางออก แพทย์ีจีน มาลิน  ปิยะชินวรรณ ผู้เชี่ยวชาญสาขาแพทย์จีนที่ให้การดูแลเป็นที่ปรึกษาของผู้ป่วยมานับสิบปี มาไขความลับเพื่อพิชิตมะเร็งอย่างแพทย์แผนจีน ดังข้างล่างนี้

ถาม  :  ในทางแพทย์แผนจีนมีหลักการอย่างไรเกี่ยวกับโรคมะเร็ง
แพทย์จีน มาลิน :
       ในประเทศจีน  การบำรุงร่างกาย  รักษาโรคด้วยสมุนไพรมีประวัติอันยาวนานนับพันปี  ประวัติศาสตร์จีนในแต่ละยุคมีการสะสมประสบการณ์การแพทย์แผนจีน  และมีการถ่ายทอดตำรับยาจีนที่ใช้ในการรักษาโรคต่างๆ ไว้มากมาย  มีการบันทึกไว้ในตำราต่างๆ ของจีน  และได้รับการถ่ายทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้
       สาเหตุการก่อให้เกิดมะเร็งตามทัศนะของการแพทย์แผนจีนเห็นว่า มะเร็งเกิดจาก
1) การติดขัดของชี่ 
2) เลือดคั่งจับเป็นก้อน
3) พิษร้อน  
4) การอุดตันของเสมหะ
       อาการที่กล่าวข้างต้นอาจมาจาก การบริโภคที่ไม่ถูกสุขอนามัยเป็นเวลานาน  การไม่ควบคุมอารมณ์  การตรากตรำทำงานหนัก ทำให้อิน-หยางของร่างกายขาดสมดุล การทำงานของอวัยวะภายในปั่นป่วน สิ่งไม่ดี(รวมถึงมลพิษต่างๆ) แทรกเข้าสู่ภายในร่างกาย ทำให้พลังชี่ติดขัด เลือดคั่งไม่ไหลเวียน  พิษร้ายต่างๆ สะสมกันจนแปรเปลี่ยนเป็นก้อนเนื้อร้ายในที่สุด


ถาม  :  แพทย์จีนใช้แนวทางหรือวิธีการรักษามะเร็งอย่างไร
แพทย์จีน มาลิน :
       หลักการรักษาโรคของแพทย์จีน  ยึดแนวทางการรักษาแบบองค์รวม  รักษาสิ่งที่ดีไว้และขจัดของเสียที่เป็นพิษออกไป  ปรับสมดุลของร่างกาย  โดยแบ่งเป็น 4 แนวทางการรักษา ดังนี้
1) ขับร้อนถอนพิษ   
2) กระจายเลือดคั่ง  ทำให้เลือดไหลเวียนได้คล่อง
3) ระงับปวด  สลายก้อนเนื้อ  
4) เสริมชี่ บำรุงเลือด เสริมหยวนชี่ในร่างกาย
การรักษา 4 แนวทางข้างต้น ใช้ตัวยาจีนเป็นหลัก ต้องเป็นยาตำรับเพื่อที่จะรักษาสมดุลและดูแลทุกๆ ด้านพร้อมกัน ใช้ยาเดี่ยวๆ ไม่ได้

ถาม  :  ข้อดีของการใช้ยาจีนรักษามะเร็งมีอะไรบ้าง 
แพทย์จีน มาลิน :
       หมอขอพูดในส่วนของตำรับยาจีนชื่อ "ยาน้ำเทียนเซียน" ที่หมอได้ศึกษาและใช้ในผู้ป่วยของหมอจริงๆ นะคะ ข้อดีของยาจีนต่อผู้ป่วยมะเร็ง คือ
       1. ใช้ได้สำหรับมะเร็งทุกชนิด เพราะเป็นแนวทางแบบองค์รวม  คำนึงถึงสภาพร่างกายทั้งหมดของผู้ป่วย ไม่ใช่มุ่งเน้นรักษาแต่ก้อนเนื้องอกเพียงอย่างเดียว เพราะถึงแม้เนื้องอกจะเกิดเฉพาะที่  แต่แท้จริงแล้วโรคเกิดเพราะร่างกายอ่อนแอ หรือมีอาการพร่อง 
       2. ผลข้างเคียงน้อยมาก ถึงแม้ในแง่ของการทำให้ก้อนเนื้อหดเล็กลง ยาจีนจะเห็นผลไม่เร็วเท่าเคมีบำบัดหรือการฉายแสง  แต่ทว่ายาจีนจะไม่มีพิษ หรือมีก็เพียงเล็กน้อยมาก
       3. ประสิทธิผลการรักษาค่อนข้างเสถียรและได้ผลนาน  เพราะตัวยาออกฤทธิ์ได้นาน 
       4. ประสิทธิภาพในการปรับสองทาง  นอกจากแสดงออกในด้านการปรับสมดุลของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายทำงานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น อีกด้านหนึ่งช่วยขับพิษ ขับสิ่งที่ไม่ดีออกจากร่างกาย
       5. ยกระดับคุณภาพชีวิต  ยาจีนมีสรรพคุณเสริมบำรุงชี่เลือด หล่อเลี้ยงอิน เสริมหยาง ล้วนเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิต
       6. บรรเทาอาการทางคลินิก  ยาจีนสามารถบรรเทาอาการทางคลินิกได้หลายอย่าง ได้แก่ อาการเจ็บปวด  คลื่นไส้  ไอหอบ เลือดออก  ท้องเสีย  ท้องผูก อาการชา นอนไม่หลับ  เป็นต้น  ถ้าผู้ป่วยเจริญอาหาร  นอนหลับได้ดีขึ้น 
       7. วิธีการใช้ที่ไม่ยุ่งยาก  ปัจจุบันยาจีนมีกระบวนการผลิตที่ทันสมัย ใช้เทคโนโลยีสกัดเอาแต่เฉพาะตัวยาสำคัญจากสมุนไพรออกมา ผสมกันผลิตเป็นยาสำเร็จรูป ใช้ง่ายขึ้น 

ถาม  :  หากผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่ได้รับการรักษาด้วยแผนปัจจุบันเป็นหลักอยู่แล้ว  สามารถใช้ยาจีนด้วยได้หรือไม่ ช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งดีขึ้นอย่างไร
แพทย์จีน มาลิน :
       ใช้ได้ ยาจีนจะช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานที่ได้รับจากผลข้างเคียงของการผ่าตัด  การฉายแสงหรือเคมีบำบัด  ทั้งยังช่วยเสริมประสิทธิผลของการผ่าตัด  การฉายแสง  หรือเคมีบำบัด
       จากการทดลองในห้องทดลองและการทดลองทางคลินิกของแพทย์จีนปรากฏว่า ผู้ป่วยที่ใช้ยาจีนหลังการผ่าตัด ช่วยให้สุขภาพฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อการป้องกันมะเร็งกำเริบซ้ำหรือแพร่กระจาย 
       ถ้าผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างเคมีบำบัดหรือฉายแสงรักษาได้ใช้ยาจีนควบคู่กันไป จะเป็นการช่วยบรรเทาพิษจากผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น  ช่วยเสริมบำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร เสริมชี่  สร้างเลือด บำรุงตับและไต  ช่วยสลายก้อนเนื้อ  เสริมปริมาณเซลล์เม็ดเลือดขาว  ช่วยให้เจริญอาหาร ปกป้องไขกระดูก เสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยให้การทำเคมีบำบัดหรือการฉายแสงสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น และได้รับประสิทธิผลการรักษาที่ดียิ่งขึ้น  คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายก็จะดีขึ้นไปด้วย 
       ปัจจุบันนี้  โรงพยาบาลต่างๆ ในประเทศจีน ประเทศไต้หวัน สนใจวิธีการบำบัดรักษามะเร็งแบบบูรณาการเป็นอย่างมาก  ยาจีนเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าสามารถเสริมการรักษาแผนหลักและต้านมะเร็งได้ 

ถาม  :  มะเร็งในระยะใด เหมาะแก่การใช้ยาจีน
แพทย์จีน มาลิน :

       ใช้ได้ในมะเร็งทุกระยะ แต่แน่นอนว่าใช้ต่างกัน และผลที่ได้ย่อมต่างกันไปตามอาการ ต้องยอมรับว่ามะเร็งตรวจเจอเร็ว รักษายิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดี ยิ่งตรวจเจอช้าก็ต้องรักษานาน และยุ่งยากกว่า
       หมอขอยกตัวอย่างเรื่องจริงของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมของหมอ 2 คน ขอไม่เปิดเผยชื่อ อายุเยอะแล้วทั้งคู่ มะเร็งหายแล้ว 10 กว่าปีทั้งคู่ แต่กว่าจะหายต้องผ่านความยากลำบากต่างกัน
       คนหนึ่งสนใจสุขภาพตรวจเจอมะเร็งตั้งแต่ระยะแรก รีบผ่าตัด และรักษาด้วยยาจีน การรักษาของคนนี้ใช้เวลาไม่นานระหว่างรักษาเรียนจบด็อกเตอร์ 2 ใบด้วย โรคก็หายขาดและดูแลสุขภาพต่อเนื่องโรคไม่กลับมาเป็นซ้ำ
       ส่วนอีกคนหนึ่ง พบเจอก้อนก็ไม่ไปหมอ มัวแต่กลัวและอาย ทิ้งไว้ 7 ปี ไปตรวจพบโดยบังเอิญจากการไปรักษาโรคอื่น ปรากฏว่ามะเร็งเป็นระยะ 3บี จะเข้าขั้น 4 แล้ว มะเร็งเต้านมก้อนใหญ่ ลามไปต่อมน้ำเหลืองแล้ว ผ่าตัดเลยก็ไม่ได้ ต้องคีโมก่อนให้ยุบ แล้วผ่าตัด แล้วฉายแสง กินยาต้านฮอร์โมน ใช้เวลารักษาประมาณปีกว่า ค่อยวางใจได้ ตอนนี้ก็ 10 กว่าปี หายแล้ว แต่ประมาทไม่ได้ การป้องกันกลับมาเป็นซ้ำก็ต้องเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด
       ทั้งสองคนที่หมอยกตัวอย่าง ใช้ยาจีน "ยาน้ำเทียนเซียน" ควบคู่กับการรักษาแผนหลักทั้งคู่ แต่ปริมาณใช้ยาต่างกัน ระยะเวลาการใช้ต่างกัน คนที่เป็นมากกว่าใช้ปริมาณมากกว่า และต้องใช้ระยะเวลานานกว่า

ถาม  :  สำหรับมะเร็งระยะสุดท้าย การรักษาด้วยยาจีนยังมีความหวังหรือไม่
แพทย์จีน มาลิน :

       อยากบอกผู้ป่วยมะเร็งทุกคนว่ามีหวังเสมอ และมีทางออกเสมอ หมอพบเจอมามากแล้ว ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่อาการสงบ สามารถยืดอายุผู้ป่วยได้นานขึ้น ที่สำคัญ คือ การลดความเจ็บปวดทรมานของผู้ป่วย

ถาม  :  ความปลอดภัยของยาจีนในปัจจุบัน เป็นอย่างไร มีความปลอดภัยน่าเชื่อได้มากน้อยแค่ไหน
แพทย์จีน มาลิน :

       ยาจีนที่หมอใช้กับผู้ป่วยชื่อ ยาน้ำเทียนเซียน ได้ผ่านมาตรฐานหลายอย่างที่ช่วยยืนยันความปลอดภัย ได้แก่
       1. ผ่านการทดลองตามหลักวิทยาศาสตร์ ทั้งการทดลองในหลอดทดลองกับเซลล์มะเร็ง กับสัตว์ที่ถูกฉีดสารก่อมะเร็งเข้าไป และมีการทดลองในมนุษย์ในผู้ป่วยมะเร็งจริงๆ ผลการทดลองตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ
       2. ยานี้ได้รับการบรรจุลงในสารานุกรมยา ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติอเมริกา (US NCI)
       3. ยานี้ได้ต้องผ่านการตรวจหาสารโลหะหนักจากห้องปฏิบัติการที่น่าเชื่อถือ ยืนยันว่าไม่มีในระดับที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

ถาม  :  พอจะเล่าเรื่องผลการทดลองยาจีนที่ว่ากับโรคมะเร็งได้มั้ย
แพทย์จีน มาลิน :

       มีกว่า 20 การทดลอง แต่หมอจะขอให้ข้อมูลเฉพาะตัวสำคัญๆ ได้แก่
       1. ทีมวิจัยสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งชาติไต้หวัน ได้ศึกษาเปรียบเทียบยาจีนกับยาเคมีบำบัด ถึงประสิทธิภาพในการยับยั้งเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง (Cancer stem cell) ซึ่งตัวนี้เป็นตัวการร้ายที่ทำให้มะเร็งแพร่กระจายและเกิดซ้ำ การรักษาแผนปัจจุบันยังจัดการกับมันไม่ได้ แต่การทดลองซึ่งใช้เวลาถึง 5 ปี ของทีมวิจัยนี้ ผลพบว่ายาจีนในความเข้มข้นต่างๆ กัน มีผลต่อเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งและเซลล์มะเร็งรุ่นหลังๆ เซลล์ต้นกำเนิดมีการเปลี่ยนแปลงลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ยาเคมีบำบัดทำให้เซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งเปลี่ยนแปลงน้อยมา
       2. ทีมวิจัยของศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ทดลองยาจีนมนุษย์ โดยคัดเลือกผู้ป่วยมะเร็งในระยะกระจายไกล มีมะเร็งกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ เป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย ให้ผู้ป่วยรับประทานยาจีน 60 ซีซี ต่อวัน เป็นเวลา 24 สัปดาห์ หรือ 6 เดือน พบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น อาการเหนื่อยอ่อนก็ลดลง ทำให้ผลข้างเคียงจากการรักษาอื่นๆ ที่ให้การรักษาร่วมด้วยน้อยลง ในขณะเดียวกัน ตัวยาจีนไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงใดๆ
       3. คณะแพทย์แผนจีน แห่งมหาวิทยาลัยฮ่องกง ก็ได้นำยาจีนมาทดลองในเซลล์มะเร็งลำไส้ ผลที่ได้คือยาจีนช่วยลดการดื้อยาเคมีบำบัดของเซลล์มะเร็ง

ถาม  :  อยากให้คุณหมอฝากข้อคิดสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง
แพทย์จีน มาลิน :

       หมอขอฝาก 4 บำบัด สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง คือ กายบำบัด เภสัชบำบัด โภชนบำบัด และใจบำบัด อันดับแรก  กายบำบัด อาทิเช่น ต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ ต่อมาก็เลือกเภสัชบำบัด คือยาที่เหมาะสมได้ผล ส่วนเรื่องโภชนบำบัด คือ เรื่องอาหาร นี่จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยดูแลสุขภาพผู้ป่วย สุดท้ายสำคัญที่สุด คือใจบำบัด แม้กายป่วยอย่าให้ใจป่วยตาม ผู้ป่วยมะเร็งอย่าหมดหวัง เรามีทางออกเสมอ

หมายเหตุ :  แพทย์จีนมาลิน  ปิยะชินวรรณ  เป็นที่ปรึกษาที่ศูนย์ยาจีนเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง ทุกวันอังคาร ปรึกษาฟรี ติดต่อนัดหมาย 02-264-2217-9