8 วิธีขับขี่ ให้สงกรานต์นี้กลับบ้านปลอดภัย
11 APR 2562 VIEW: 210

      ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ถือเป็นวันหยุดยาวที่จะคนส่วนใหญ่ถือโอกาสเดินทางไกลเพื่อกลับบ้านไปหาครอบครัวหรือท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ความเหนื่อยล้าที่เกิดจากการขับขี่ในระยะทางไกลอาจก่อให้เกิดอันตรายบนท้องถนนได้ ดังนั้นการมีสติและไม่ประมาทจึงเป็นอีกสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนเดินทางกันอย่างปลอดภัย ปราศจากอุบัติเหตุ

      จากข้อมูลของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) พบว่า สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์อันดับแรกมาจากการดื่มแล้วขับ รองลงมา คือ ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยที่เกิดจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับ 1 ในทวีปเอเชียและเป็นอันดับ 9 ของโลก โดยเฉลี่ยต่อปีมีผู้เสียชีวิตถึง 22,000 คน บาดเจ็บกว่า 100,000 คน พิการกว่า 50,000 คน และสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 5 แสนล้านบาทต่อปี

      ตัวเลขความสูญเสียที่เห็นแล้วน่าเป็นห่วง จึงเป็นที่มาของการทำงานอย่างเข้มข้นของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในสนับสนุนและเชื่อมโยงกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนรณรงค์ “ดื่มไม่ขับ กลับบ้านปลอดภัย” เพื่อลดอุบัติเหตุ ลดความสูญเสียทางถนน และล่าสุดได้เปิดพื้นที่นำร่อง 10 จังหวัด สร้างเครือข่าย Thailand Big Move for Road Safety ร่วมกันแก้ 30 จุดเสี่ยง สร้างถนนปลอดภัยให้คนไทยกลับบ้านอย่างปลอดภัยอีกด้วย

สงกรานต์นี้ ทีมเว็บไซต์ สสส. ขอชวนทุกคน ดื่มไม่ขับ เพื่อที่จะขับรถกลับบ้านอย่างปลอดภัย และใส่ใจในการขับขี่ด้วย 8 วิธีดังนี้

1.ขับรถด้วยความเร็วสม่ำเสมอ

2.ไม่ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

3.อย่าแซงในที่คับขัน เช่น บนสะพาน ทางโค้ง ทางแยก ทางร่วมหรือบริเวณที่ผิดกฎหมาย

4.อย่าขับรถตามหลังคันอื่นในระยะกระชั้นชิด

5.มองดูกระจกส่องด้านหลัง และให้สัญญาณไฟทุกครั้ง ก่อนหยุด เลี้ยว แซงจอด หรือชะลอ

6.ก่อนเข้าทางโค้ง ควรให้สัญญาณเตือนรถอื่นที่กำลังสวนมา

7.ขับชิดขอบทางด้านซ้าย เมื่อผ่านทางแคบ ทางโค้ง บนเนินหรือภูเขา

8.เรียนรู้ จดจำ สัญญาณจราจรที่สำคัญ และปฏิบัติตามกฎจราจรโดยไม่ฝ่าฝืนป้ายหยุด สัญญาณไฟหรือเครื่องหมายจราจร

 

 

      นอกจากการขับขี่ที่ปลอดภัยแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ไม่ควรทำคือ “ดื่มแล้วขับ” เพราะการดื่มแอลกอฮอล์หนึ่งแก้ว (200 ซีซี) จะส่งผลให้มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 20-30 มิลลิกรัม ทำให้การตัดสินใจและการตอบสนองของผู้ขับขี่ช้าลง ความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น ถือเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและผลเสียที่จะตามมาภายหลังได้

 

ที่มา : สสส.




ปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ฟรี



กรอกรายละเอียดเพื่อให้เราติดต่อกลับ