การดูแลผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะ
12 MAR 2562 VIEW: 113

 

     ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายอาจมีปัญหาไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะได้จำเป็นต้องใส่สายสวนปัสสาวะ

การดูแลผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะ  ปฏิบัติดังนี้

     1. ทำความสะอาด  ผิวหนังรอบๆ บริเวณสายสวนปัสสาวะทุกวัน  โดยใช้น้ำสบู่และตามด้วยสำลีชุบน้ำต้มสุก  ในขณะอาบน้ำประจำวัน  หรือขณะเช็ดตัวและหลัง   จากถ่ายอุจจาระ
     2. ดูแลให้ปัสสาวะไหลลงสู่ถุงรองรับปัสสาวะได้สะดวกสังเกตและระวังไม่ให้มีการรั่วซึม  หรือตรวจสอบให้สายไม่เกิดการหัก  พับ  หรืองอ  หรืนอน/นั่งทับสาย  ที่เป็นเหตุให้ปัสสาวะไหลลงถุงไม่สะดวกหรือไหลลงถุงไม่ได้
     3. ใช้พลาสเตอร์ยึดติดสายสวนปัสสาวะให้อยู่กับที่โดยมีวิธีติดวิธีดังนี้
         1.1 ผู้หญิง  ติดที่โคนขาด้านใน
         1.2 ผู้ชาย   ติดที่โคนขาด้านหน้า  หรือที่บริเวณหน้าท้อง

     ควรเปลี่ยนจุดติดสายสวนปัสสาวะทุกวัน  ดูแลไม่ให้สายตึงมากและระวังไม่ให้สายสวนปัสสาวะขยับเข้า-ออก  เพราะจะทำให้เชื้อโรคเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะทางรอยต่อช่องทางข้าวของสายสวน  ทำให้เกิดการติดเชื้อได้

     4. ควรแขวนหรือจัดให้ถุงเก็บปัสสาวะอยู่ต่ำกว่าตำแหน่งของกระเพาะเสมอไม่ว่าจะอยู่ในท่านั่ง  นอน  หรือเดิน   ไม่ควรวางไว้ที่โต๊ะหรือเก้าอี้  และควรตั้งปากถุงขึ้นเสมอตลอดเวลา
     5. ขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยขึ้นลงเตียงควรล็อคสาย หรือหักพับสายสวนปัสสาวะไว้  ป้องกันกันการไหลย้อน  แต่ถ้าอยู่ในขณะเดินอาจผูกติดไว้กับขาของผู้ป่วย  ถ้าสายสวนปัสสาวะยาวเกินไปให้ม้วนเป็นวงกลม
     6. ควรเทน้ำปัสสาวะออกจากถุงเมื่อมีน้ำปัสสาวะประมาณ 3 ใน 4 ของถุง  หลังจากเทปัสสาวะออก  อย่าลืมปิดล็อคท่อระบายและเช็ดปลายท่อก่อนและหลังเทปัสสาวะทุกครั้งด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์เสมอ
     7. ถ้าสายสวนปัสสาวะเลื่อนหลุดให้ไปพบแพทย์และพยาบาล  ถึงเก็บปัสสาวะรั่วซึมให้เปลี่ยนถุงปัสสาวะได้เองตามคำแนะนำของโรงพยาบาล
     8. ห้ามดึงสายสวนปัสสาวะออกเอง  เนื่องจากปลายท่อด้านในมีลูกโป่งอยู่  ซึ่งจะทำให้ท่อปัสสาวะเกิดการฉีกขาดหรือเป็นแผลได้

บางท่านที่ต้องคาสายสวนเป็นเวลานานๆ จำเป็นต้อง
     1. เปลี่ยนถุงเก็บปัสสาวะทุก 1-2 สัปดาห์เป็นอย่างช้า (วิธีเปลี่ยนทำตามคำแนะนำของโรงพยาบาล)
     2. เปลี่ยนสายสวนปัสสาวะทุก 4 สัปดาห์หรือ 1 เดือน  บางรายถ้าสายอุดตันอาจต้องเปลี่ยนก่อนเวลาที่กำหนดโดยไปเปลี่ยนที่โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยที่ไปได้สะดวก

การปฏิบัติตัวเมื่อคาสายสวนปัสสาวะ
     1. ดื่มน้ำหรือจัดให้ผู้ป่วยได้รับน้ำอย่างน้อยวันละประมาณ 8-10 แก้ว
     2. กระตุ้นให้มีการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อยืดระยะเวลาการเกิดตะกอนในกระเพาะปัสสาวะ
     3. ล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังเทปัสสาวะออกจากถุงเก็บปัสสาวะเสมอ
     4. สังเกตปริมาณ  ลักษณะ  และสีของปัสสาวะ  หากปริมาณน้อย  มีตะกอนขุ่น  สีผิดปกติให้ไปโรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยที่สะดวก




ปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ฟรี



กรอกรายละเอียดเพื่อให้เราติดต่อกลับ