การใช้ยามอร์ฟีนสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง
14 SEP 2553 VIEW: 22663

การใช้ยามอร์ฟีนสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง
 


        มอร์ฟีนเป็นยาระงับปวด  ที่ใช้ได้ผลดีในผู้ป่วยที่มีความปวดรุนแรงและเรื้อรังซึ่งเดิมอยู่ในรูปของยาฉีด  ปัจจุบันมีการเตรียมยาชนิดรับประทานเพื่อสะดวกในการใช้ระงับความปวด  ได้มีการศึกษาในผู้ป่วยที่ใช้ยานี้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน  พบว่าไม่ทำให้เกิดการติดยา  หากมีการใช้อย่างถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์
 
ยามอร์ฟีนที่ใช้รับประทานในขณะนี้มี 2 รูปแบบ  คือ

     1. มอร์ฟีนชนิดน้ำ
       •  ชนิดน้ำเชื่อมขนาด 1 มิลลิกรัม/ซีซี
       •  ชนิดเข้มข้นขนาด 20 มิลลิกรัม/ซีซี

     2. มอร์ฟีนชนิดแคปซูล  มีหลายขนาด ได้แก่ 20 มิลลิกรัม, 50 มิลลิกรัม  และ 100 มิลลิกรัม

 


อาการข้างเคียงของยามอร์ฟีน

    
1. ง่วงซึมหรือนอนหลับทั้งวัน  ส่วนใหญ่อาการนี้จะหายไปภายใน 2-3 วันแรกหลังการใช้ยา  หากพบว่านอนหลับมากผิดปกติให้รีบปรึกษาแพทย์

     2. คลื่นไส้  อาเจียน  อาการนี้อาจพบได้ในระยะแรกที่ได้รับยาถ้ามีอาการมากให้รีบปรึกษาแพทย์

     3. ท้องผูก  เป็นอาการที่พบได้บ่อยควรป้องกันโดยรับประทานอาหารที่มีกาก  ดื่มน้ำมากๆ และอาจจำเป็นต้องรับประทานยาระบาย

     ** ถ้าพบอาการผิดปกติอื่นๆ  เช่น  ผื่น  คัน  ท้องเสีย  สับสน  ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือพยาบาล

ข้อควรปฏิบัติในการใช้ยามอร์ฟีน

    
1. ควรรับประทานยาตามเวลาที่กำหนดโดยเคร่งครัดเพื่อให้ได้ผลระงับปวด

     2. ยามอร์ฟีนน้ำ  ควรรับประทานสม่ำเสมอทุก 4 ชั่วโมง  คือ เวลา 6 น., 10 น., 14 น., 18 น., 22 น., และ 2 น.  เพื่อให้ได้ผลการดูดซึมของยาสูงสุด  ควรรับประทานยาขณะท้องว่าง  ถ้าผู้ป่วยต้องการพักผ่อนอาจเว้นการใช้ยามื้อ 2 น. แล้วรับประทานยาเป็นสองเท่าในมื้อ 22 น.

     3. ยามอร์ฟีนชนิดแคปซูลออกฤทธิ์นานกว่า  ดังนั้นจึงสามารถรับประทานได้ทุก 12 หรือ 24 ชั่วโมง  ยาชนิดนี้ห้ามแบ่งใช้  ห้ามเคี้ยว  แต่สามารถแกะแคปซูลออกเพื่อผสมน้ำให้ทางสายยางให้อาหารได้  หลังให้ยาควรตามด้วยน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้ยาค้างอยู่ในสายยางให้อาหาร  เพราะจะทำให้ได้ปริมาณยาไม่ครบตามต้องการ

     4. ควรประเมินผลภายหลังการใช้ยาประมาณ 2-3 สัปดาห์  เพราะในระยะแรกของขนาดยาที่เริ่มใช้อาจยังไม่เหมาะสมจำเป็นต้องปรับปริมาณการใช้  ไม่ควรงดหรือลดยาเอง หากสงสัยควรปรึกษาแพทย์และพยาบาล

     5. ควรรับประทานยาตามเวลา  ไม่ควรรับประทานยาเฉพาะเวลาปวดและใช้ยาในขนาดที่แนะนำ  การตวงยาน้ำควรใช้ช้อนตวงของโรงพยาบาลหรือกระบอกฉีดยา  ดูดยาตามขนาดที่แพทย์หรือพยาบาลแนะนำ  ห้ามรับประทานยาจากขวดโดยตรง  เพราะจะทำให้ได้ขนาดยาไม่แน่นอนทำให้การระงับปวดไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

     6. ถ้าลืมรับประทานยา  ควรรับประทานทันทีที่นึกได้  และรับประทานครั้งต่อไปตามเวลาที่กำหนด  ไม่ควรกำหนดเวลาเองเพราะจะทำให้สับสน

     7. ควรตรวจเช็คชนิดและขนาดยาที่รับประทานทุกครั้งรวมทั้งวิธีใช้ที่ถูกต้อง  หากมีข้อสงสัยให้กลับไปสอบถามแพทย์ที่ให้การรักษา




ติดต่อที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์



กรอกรายละเอียดเพื่อให้เราติดต่อกลับ