การดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับรังสีรักษาบริเวณช่องท้องและอุ้งเชิงกราน
13 FEB 2562 VIEW: 1204

 

    ผู้ป่วยที่ได้รับการฉายรังสีบริเวณช่องท้องและอุ้งเชิงกราน  ผลของรังสีก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อระบบทางเดินอาหาร  ระบบอวัยวะสืบพันธุ์  ระบบทางเดินปัสสาวะได้  การปฏิบัติตนที่ถูกต้องจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อน และทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วขึ้น

ผลต่อระบบทางเดินอาหาร
    จะมีผลกระทบต่อลำไส้เล็ก  ลำไส้ใหญ่  และทวารหนัก  อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการเบื่ออาหาร  คลื่นไส้  ปวดท้อง  ท้องเสีย  ท้องอืด  หรือทำให้เกิดอาการปวดถ่วงบริเวณทวารหนัก

ผู้ป่วยควรปฏิบัติดังนี้
- ดูแลความสะอาดของปาก  และฟันสม่ำเสมอ
- ควรรับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย  เช่น  ข้าวต้ม  
- ควรรับประทานอาหารเสริม  เช่น  น้ำผลไม้หรืออาหารเสริมอื่นๆ
- ควรรับประทานอาหารครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง
- หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ท้องอืด  เช่น  น้ำอัดลม
- หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ท้องเสียมากยิ่งขึ้น  เช่น  อาหารรสจัด  อาหารหมัก
- กรณีที่มีอาการท้องเสีย  ควรดื่มเครื่องดื่มผสมเกลือแร่ ORS (โอ อาร์ เอส)
- ถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา  ไม่ควรให้ท้องผูกเพราะอุจจาระจะแข็งจะทำให้ลำไส้เป็นแผลเลือดออกได้

ผลต่ออวัยวะระบบสืบพันธุ์
    อาจเกิดอาการช่องคลอดแห้ง  คัน  หรือตกขาว  หรือน้ำใสๆ ไหลออกมาทางช่องคลอดซึ่งเกิดจากการที่ก้อนเนื้องอกถูกทำลาย  หรือเป็นแผลบริเวณก้น

ผู้ป่วยควรปฏิบัติดังนี้
- ไม่ควรใส่กางเกง  หรือกางเกงในที่มีขอบแข็งหรือรัดแน่นจนเกินไป
- หลังการถ่ายอุจจาระ  หรือปัสสาวะควรทำความสะอาด  และซับให้แห้ง  ไม่ควรเช็ดถูแรงๆ
- สวนล้างช่องคลอดตามคำแนะนำ  ถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอดให้งดสวนล้างช่องคลอด
- งดการมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างการฉายรังสี  เพราะอาจเกิดการติดเชื้อได้ง่าย

ผลต่อระบบทางเดินปัสสาวะ
    อาจมีการถ่ายปัสสาวะบ่อย  แสบขัด  ปวดท้องน้อย

ผู้ป่วยควรปฏิบัติดังนี้
- ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว
- ไม่ควรกลั้นปัสสาวะ
- เมื่อปัสสาวะแสบขัด  หรือปัสสาวะปนเลือดควรปรึกษาแพทย์

การดูแลตนเองเมื่อผู้ป่วยได้รับรังสีรักษาครบแล้ว
    ผู้ป่วยที่ได้รับการฉายรังสีบริเวณช่องท้องและอุ้งเชิงกราน  เมื่อได้รับการฉายรังสีครบแล้ว ส่วนมากจะรู้สึกว่าตนเองแข็งแรงดี  แต่บางคนอาจมีอาการไม่สุขสบายหรือมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน  เช่น  คลื่นไส้  อาเจียน  ท้องเสีย  กระเพาะปัสสาวะอักเสบ  ลำไส้ใหญ่อักเสบหรือมีตกขาว  หรือการอักเสบของช่องคลอด  ซึ่งอาจทำให้ช่องคลอดตีบตันได้จึงควรป้องกัน  โดยปฏิบัติดังนี้

การป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
    กระเพาะปัสสาวะอักเสบจะมีอาการปัสสาวะกระปริบกระปรอย  ต่อมาอาจมีปัสสาวะแสบขัด  หรือมีเลือดปนท่านควรป้องกันโดยดื่มน้ำมากๆ วันละ 8-10 แก้ว  และอย่ากลั้นปัสสาวะในกรณีที่มีปัสสาวะปนเลือดควรต้องนอนพักอย่างเต็มที่  ดื่มน้ำให้มากๆ อย่ากลั้นปัสสาวะ  อาการเลือดออกจะหายไปได้เอง

การป้องกันลำไส้ใหญ่อักเสบ
    ลำไส้ใหญ่อักเสบจะมีอาการท้องเสียหรือถ่ายอุจจาระเป็นเลือด  หากเกิดอาการท้องเสีย  ท่านควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ท้องเสียมากยิ่งขึ้น  เช่น  นม  อาหารรสจัด  อาหารหมักดอง  และควรรับประทานอาหารอ่อนที่ดูดซึมง่าย
    หลีกเลี่ยงการเกิดอาการท้องผูก  โดยสร้างสุขนิสัยในการขับถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลาทุกวัน  ควรดื่มนมหรือน้ำมากๆ และรับประทานอาหารประเภทผลไม้  เช่น  กล้วยสุก  มะละกอสุก  ส้ม  มะขาม  เป็นต้น  ถ้าถ่ายอุจจาระปนเลือดหรือมีมูกเลือดควรไปพบแพทย์ที่ดูแลขณะฉายรังสีอยู่จะดีที่สุด

การบริหารร่างกาย
    ปัญหาที่อาจพบในผู้ป่วยที่ฉายรังสีบริเวณนี้คือ  การบวมของขา  และบริเวณเหนือหัวเหน่า  หรือการปวดข้อสะโพก  การบริหารร่างกายจะช่วยลดภาวะเหล่านี้

ท่าบริหาร
1. ก้มตัวสลับกับแอ่นตัวไปข้างหลัง
2. ส่ายสะโพกเป็นวงกลมช้าๆ
3. นอนหงาย  วางมือราบกับพื้น  สะโพกและขาเหยียดตรง  เริ่มบริหารโดยค่อยๆ งอเข่าและสะโพกข้างหนึ่งเข้าหาตัวให้เต็มที่  จากนั้นเหยียดสะโพกออกเล็กน้อยโดยเข่ายังงออยู่แล้วงอสะโพกเข้าเต็มที่อีกครั้ง  จากนั้นเหยียดเข่าและสะโพกกลับสู่ที่พักตอนแรกให้ทำในท่าเดียวกันในอีกขาข้างหนึ่ง
4. ยืนตรง  แกว่งขาไปข้างหน้าและข้างหลังสลับกัน  ทำเช่นเดียวกันทั้ง 2 ข้าง
5. ยืนตรง  กางขาออกทางด้านข้าง  และหุบกลับในทางเดิม  ทำสลับกันทั้ง 2 ข้าง
6. นอนหงาย  งอเข่าและสะโพก  จากนั้นหมุนสะโพกให้หัวเข่าหมุนตามไปทางด้านข้างตรงข้ามต่อไปกางออกให้เต็มที่และและกลับสู่ท่าแรก  ทำสลับข้างในท่าเดียวกันนี้เวลานอนควรยกขาสูงเล็กน้อย  เพื่อไม่ให้เกิดการคั่งของเลือดบริเวณขา

การป้องกันช่องคลอดตีบแคบ
    การเกิดช่องคลอดตีบแคบ  ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการตรวจภายในเพื่อติดตามการดำเนินของโรคมักพบผู้ป่วยเนื้องอกของช่องคลอด  ปากมดลูก  หรือรังไข่  ท่านควรปฏิบัติต่อดังนี้
1. มาตรวจภายในตามแพทย์นัดทุกครั้ง
2. หลังการรักษาครบ 4-6 สัปดาห์  เมื่อแพทย์ตรวจไม่พบว่าก้อนเนื้องอกและการอักเสบในช่องคลอด  และแพทย์แนะนำให้ท่านสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ  ท่านอาจรู้สึกเจ็บบ้างขณะมีเพศสัมพันธ์ซึ่งเป็นอาการปกติที่พบได้ภายหลังการรักษา  เนื่องจากน้ำหล่อลื่นตามธรรมชาติลดลงจึงควรใช้ครีมหล่อลื่นช่วย  เช่น  เควาย  เยลลี่
3. ภายหลังมีเพศสัมพันธ์อาจจะมีเลือดออกจากช่องคลอดเล็กน้อย  เป็นสิ่งปกติเพราะเส้นเลือดฝอยในช่องคลอดจะเปราะและแตกได้ง่ายไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด  และเลือดจะหยุดไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง
4. การมีเพศสัมพันธ์จะไม่ทำให้โรคกำเริบ  และไม่ติดโรคเพราะเนื้องอกไม่ใช่โรคติดต่อ
5. ในรายที่ไม่มีเพศสัมพันธ์  ท่านควรขยายช่องคลอดโดยการใช้นิ้วมือแทน  โดยตัดเล็บให้สั้น  ล้างมือให้สะอาด  และบีบสารหล่อลื่นใส่ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางสอดนิ้วมือเข้าไปในช่องคลอดจนสุดนิ้ว  ควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง อย่างสม่ำเสมอ




ติดต่อที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์



กรอกรายละเอียดเพื่อให้เราติดต่อกลับ