วิธีการรักษาภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดมะเร็งกระเพาะอาหาร: คู่มือผู้ป่วย
01-Nov-2012
อ่าน : 12913 คน
.jpg)
วิธีการรักษาภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดมะเร็งกระเพาะอาหาร: คู่มือผู้ป่วย
การผ่าตัดเพื่อรักษามะเร็งกระเพาะอาหาร เป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ แต่ก็อาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้อาจส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
คนประเภทไหนมักเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร
- ผู้เป็นติ่งเนื้อในกระเพาะอาหาร มีโอกาสแปรเปลี่ยนเป็นมะเร็งได้ 3-10%
- ผู้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรังลักษณะหดตัว มีโอกาสแปรเปลี่ยนเป็นมะเร็งได้ 2-8%
- ผู้เป็นโรคโพรงกระเพาะอักเสบ โรคโลหิตจางชนิดร้ายแรง มีโอกาสเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารสูงกว่าคนปกติ 4 เท่า
- การอักเสบติดเชื้อในกระเพาะอาหารก็เป็นสาเหตุการเกิดมะเร็งด้วย
- ผู้ที่เคยผ่าตัดกระเพาะอาหารก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งมากกว่าคนปกติ
จากสถิติที่รวบรวมได้ยังพบว่า :
- คนที่มีกรุ๊ปเลือด เอ มีอัตราส่วนเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารสูงกว่าคนกรุ๊ปเลือดอื่น
- มะเร็งกระเพาะอาหารอาจมีปัจจัยทางพันธุกรรมรวมอยู่ด้วย
- การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ทานอาหารที่ไม่เหมาะสม เป็นเวลายาวนาน การใช้ชีวิตอย่างไม่ระบบระเบียบ อารมณ์เครียดอยู่ตลอดเวลา ทำให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ แผลเปื่อยในกระเพาะและสุดท้ายพัฒนาเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร
มะเร็งกระเพาะอาหารโดยทั่วไปจะใช้วิธีการผ่าตัดเป็นการรักษาหลัก ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยหลังการผ่าตัดมีดังต่อไปนี้
- เลือดออก ต้องติดตามอาการตลอด 24 ชั่วโมงหลังการผ่าตัด ต้องสังเกตุว่าผู้ป่วยมีอาการปวดตึงท้องหรืออาเจียนเป็นเลือด อุจจาระปนเลือดหรือไม่ ถ้ามีอาการเหล่านี้ต้องแจ้งแพทย์ทราบ
- ภาวะอุดตัน เนื่องจากการอักเสบ การบวมจึงทำให้เกิดการอุดตัน ต้องสังเกตุว่าหลังผู้ป่วยทานอาหารอิ่มแล้วแน่นท้องหรืออาเจียนหรือไม่ ถ้าอาเจียนออกมามีน้ำดีปะปนหรือไม่
- อาการปวดท้องรุนแรง มีไข้ มักเกิดขึ้นหลังผ่าตัด 4-6 วัน ถ้ามีอาการเหล่านี้ต้องแจ้งแพทย์
- หลังผู้ป่วยทานอาหาร 10-20 นาที ถ้ามีอาการแน่นท้อง คลื่นไส้อาเจียน วิงเวียนศีรษะ ถ่ายท้อง ให้ผู้ป่วยนอนราบลงสักครู่อาการจะดีขึ้น วิธีการแก้ต่อไปต้องปรับด้านอาหาร โดยให้ทานอาหารน้ำน้อย แล้วนอนราบพัก 10-20 นาที อาการจะดีขึ้นเป็นลำดับภายใน 6-12 เดือน
สรุปแล้ว การผ่าตัดเอาก้อนเนื้อออกจากกระเพาะอาหาร ไม่ได้หมายความว่าโรคร้ายหายแล้วอย่างสิ้นเชิง ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดอื่นๆ ยังอาจเกิดขึ้นได้ ยังจำเป็นต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมประสิทธิผลของการรักษาที่ได้ทำมาแล้ว
ทัศนะแพทย์จีนเห็นว่า การผ่าตัดทำลายชี่เลือดของผู้ป่วย หลังผ่าตัดผู้ป่วยมักมีอาการชี่เลือดพร่อง ม้ามและกระเพาะอาหารทำงานไม่ปกติ ดังนั้น หลังผ่าตัดผู้ป่วยจึงควรกระตือรือร้นที่จะเสริมการรักษาด้วยยาจีน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงเร็วยิ่งขึ้น ป้องกันการกำเริบซ้ำ และเพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกายสำหรับการรักษาในขั้นต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ป่วยที่ปฏิเสธการรับเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา ยิ่งควรต้องใช้ยาจีนรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการกำเริบซ้ำและการแพร่กระจายของมะเร็ง
การดูแลหลังผ่าตัดมะเร็งกระเพาะอาหาร
- หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์ ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อน เริ่มให้อาหารเหลวที่ไม่มีไขมันปะปน ถ้าต้องเสริมโปรตีนให้เริ่มจากปริมาณต่ำสุดที่ร่างกายต้องการ และควรมีกากใยแต่น้อย
- หลังผ่าตัด 3 สัปดาห์ ผู้ป่วยบางรายเมื่อกินของหวานแล้วจะรู้สึกใจสั่น เหงื่อแตก วิงเวียน คลื่นไส้ เป็นต้น โดยทั่วไปอาการเหล่านี้จะดีขึ้นเองภายใน 30 นาที เพื่อป้องกันอาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้ ถ้าต้องการกินของหวานให้กินของเค็มตามไปด้วย และต้องกินอย่างช้าๆ
- เมื่อออกจากโรงพยาบาลแล้ว ให้กินอาหารอ่อนนิ่มย่อยง่าย อุดมด้วยวิตามินและสารบำรุง ห้ามกินของดิบ ของเย็น ของมันของทอด ของเปรี้ยวของเผ็ด เพราะจะทำให้ท้องอืด ผู้ป่วยควรกินอาหารช้าๆ และเคี้ยวให้ละเอียด กินแต่น้อยบ่อยครั้ง กินผักผลไม้สดให้มาก ไม่กินอาหารไขมันสูง อาหารหมักดอง เสริมด้วยธาตุเหล็กบ้าง กินข้าวเป็นเวลา งดบุหรี่ งดเหล้า
- หลังผ่าตัด 3 เดือน ก็ทานอาหารปกติได้ ออกกำลังกายตามสภาวะร่างกาย ทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง
ข้อควรสนใจด้านอาหารของผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร
- ผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะระยะสุดท้าย ด้านอาหารต้องหลีกเลี่ยงอาหารเค็ม อาหารลักษณะแข็ง อาหารร้อนจัด ต้องไม่กินมาก ดื่มมากไป ควรทานแต่น้อยบ่อยครั้ง ทานให้เป็นเวลา ทานอาหารที่ย่อยง่าย รสจืด น้ำใส
- การผ่าตัดมักเป็นการรักษาหลัก หลังการผ่าตัดต้องสนใจด้านโภชนาการ ควรเลือกอาหารที่อุดมด้วยวิตามินและมีสารบำรุงสูง อาหารที่ไม่มีลักษณะกระตุ้น ควรเลือกทานโจ๊กลูกเดือย โจ๊กข้าวเหนียว เสริมด้วยไข่ไก่ ผักสด ผลไม้ หลังผ่าตัดผู้ป่วยกินอาหารวันละ 3-5 ครั้ง ค่อยๆ เพิ่มปริมาณอาหาร ถ้าหลังอาหารผู้ป่วยคลื่นไส้ อาเจียน ไม่ต้องตกใจ ให้ผู้ป่วยนั่งพิงสักครู่หรือเดินช้าๆ อาการจะบรรเทาลง หรือให้ต้มน้ำขิงสด 10 กรัม จิบหลายๆ คำ โดยทั่วไปสุขภาพจะฟื้นคืนหลัง 6 เดือน
ผักอะไรเหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหาร
- ตระกูลเห็ด ได้แก่ เห็ดหอม เห็ดฟาง เห็ดเข็มทอง เห็ดหูหนู นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าเห็ดมีสารที่สามารถต้านมะเร็ง เสริมภูมิคุ้มกัน
- กระเทียม มีสรรพคุณต้านมะเร็ง คนที่กินกระเทียมสดเป็นประจำ โอกาสเป็นมะเร็งกระเพาะน้อยมาก
- หัวหอม มีสรรพคุณต้านมะเร็ง
ขอบคุณข้อมูลจาก : แพทย์จีน มาลิน ปิยะชินวรรณ
ศูนย์สุขภาพครอบครัวเทียนเซียน
มะเร็งกับการดูแล
มะเร็งกับการรักษา
มะเร็งกับอาหาร