บทความ ที่น่าสนใจ
 
 
เปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ช่วยวินิจฉัย ดีซ่าน และ มะเร็งตับอ่อน
ปัจจุบันวงการแพทย์กำลังหาวิธีพัฒนาแอพฯ สำหรับโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ที่สามารถนำไปใช้เพื่อวินิจฉัยโรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ตั้งแต่โรคเบาหวานไปจนถึงโรคมะเร็ง
เนื้อแดงกับโรคมะเร็ง
ผู้ป่วยมะเร็งกับการรับลประทานอาหารมักมีความเชื่อหลายๆอย่าง และในบางครั้งความเชื่ออาจเป็นความเชื่อที่ถูกและผิดปะปนกันไป และอีกเรื่องกับความเชื่อที่ว่าผู้ป่วยไม่ควรรับประทานเนื้อแดง ความเชื่อเรื่องนี้จะจริงเท็จอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบคะ
นักวิจัยญี่ปุ่นเพาะยาในไข่ไก่ต้านมะเร็ง
คณะนักวิจัยชาวญี่ปุ่นตัดแต่งพันธุกรรมแม่ไก่ให้ออกไข่ที่มีตัวยารักษาโรคร้ายแรงรวมถึงมะเร็ง หากได้รับอนุญาตจากทางการจะช่วยให้ผู้ป่วยประหยัดเงินค่ายาลงได้อย่างมาก
สหรัฐเผย 40 % ของผู้ป่วย “มะเร็ง” เกี่ยวพันกับการมีน้ำหนักตัวเกิน
เอเอฟพี อ้างรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกาพบว่า 40 % ของผู้ป่วยมะเร็งทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา หรือคิดเป็นจำนวนกว่า 630,000 ราย มีความเกี่ยวพันกับการมีน้ำหนักตัวเกิน จึงแนะนำเน้นการป้องกัน ด้วยการควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากเกิน หรือเข้าข่ายเป็
แพทย์เตือนสาวโสดกินยาคุมเสี่ยงมะเร็งเต้านม
มะเร็งเต้านมจัดเป็นมะเร็งอันดับหนึ่งของผู้หญิงโดยมีอัตราการเกิดขึ้นประมาณ 28 คนต่อผู้หญิง 100,000 คนซึ่งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลพบประมาณ 30 คนต่อผู้หญิง 100,000 คน และอัตราการเกิดนี้สูงขึ้นเรื่อยเรื่อยโดยเปรียบเทียบจาก 15 ปีก่อนพบเพียง 15 คนต่อผู้หญิง
นักวิจัยประดิษฐ์ปากกา ตรวจเนื้อมะเร็งได้ใน 10 วินาที
นักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเทกซัสทดสอบใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กคล้ายปากกาที่สามารถใช้ในการตรวจสอบเนื้อเยื่อมะเร็งได้ภายใน 10 วินาที และมีความแม่นยำ 96%
กก.แพทย์ย้ำ สปส.ดูแลผู้ป่วยมะเร็งทุกระยะ กรณีเป็นข่าวอยู่ระหว่างอนุมัติให้ยาเพิ่มเติม
(สปส.) กล่าวว่า หลังจากมีข้อเรียกร้องการใช้สิทธิประกันสังคม จากผู้ประกันตนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะที่ 3 แต่สิทธิประกันสังคมจ่ายยาให้เฉพาะคนที่เป็นมะเร็งระยะแรกนั้น กรณีดังกล่าวทาง สปส.ขอย้ำอีกครั้งว่า ได้ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งและโ
พบไวรัสไข้ซิการักษามะเร็งสมอง
ไวรัสซิกา เคยสร้างวิกฤติให้กับหลายๆประเทศ แต่ยังมีข้อดีเพราะงานวิจัยกลับพบประโยชน์ของไวรัสตัวนี้มะเร็งสมอง
อาจารย์ มน.ค้นพบสารต้านมะเร็งในมะม่วงมหาชนก
อาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร ค้นพบสารในมะม่วงมหาชนก ช่วยต้านโรคมะเร็งและช่วยลดความเสี่ยง
เอฟดีเออนุมัติยาดัดแปลงยีนรักษามะเร็งครั้งแรกแล้ว
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯหรือเอฟดีเอ (FDA) มีคำสั่งอนุมัติครั้งประวัติศาสตร์ให้เวชภัณฑ์เพื่อการดัดแปลงพันธุกรรมรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน
มะเร็งหลังโพรงจมูก
ประเทศไทยพบมะเร็งหลังโพรงจมูก ในผู้หญิง 1.6 ต่อแสนคนต่อปี ในชาย 4.5 ต่อแสนคนต่อปี พบอุบัติการณ์ในผู้ชายสูงกว่าในผู้หญิงสองเท่า
เปลี่ยน ความกลัว เป็น ความกล้า เผชิญหน้ากับมะเร็ง
แท้จริงแล้วมะเร็งไม่ได้ฆ่าผู้ป่วย แต่สิ่งที่ฆ่าผู้ป่วยมักเป็นความหวาดกลัวเมื่อถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง
ไฝตามผิวหนัง เสี่ยงมะเร็งหรือไม่
ไฝ ปาน ก้อน ผื่น แผล ตามร่างกายของเรา จะมั่นใจได้อย่างไรว่าไม่ใช่มะเร็ง เรามีวิธีตรวจสอบ
มะเร็งหายขาดได้จริง?
โรคมะเร็งคร่าชีวิตของคนทั่วโลกจำนวนมาก เมื่อผ่านการรักษาไปแล้วมักมีคำถามตามมาว่า มะเร็งนั้นหายขาดหรือไม่
ดื่มเบียร์แล้วหน้าแดงเสี่ยงเป็นมะเร็งจริงหรือ ?
มีกระแสการแชร์เรื่องการดื่มเบียร์แล้วหน้าแดงทำให้เสี่ยงมะเร็ง จะจริงเท็จแค่ไหน วันนี้เรามีคำตอบคะ
 
 
 
  เวลากินยาที่ถูกต้อง

     ยาหลังอาหาร หมายถึง กินยาหลังอาหาร 15-30 นาที เพราะยาถูกดูดซึมได้ดี อาหารไม่รบกวนการดูดซึมยา หรือเป็นยาที่มีฤทธิ์ระคายเคืองกระเพาะอาหารมาก
 
 
ความปลอดภัยและประสิทธิภาพของ THL-P (ยาน้ำเทียนเซียน)

Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine

 

วันที่ 30 มิถุนายน 2011 โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (The National Taiwan University Hospital) มีโครงการทดลองทางคลินิกในมนุษย์โดยใช้ยาน้ำเทียนเซียน (THL-P) ทำการทดลองกับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย ผลการทดลองได้ตีพิมพ์ในวารสาร Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine

สรุปผลการทดลอง : การทดลองยาน้ำเทียนเซียนทางคลินิกในมนุษย์ การทดลองดังกล่าวทำที่โรงพยาบาลประจำมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน จุดประสงค์หลักในการทดลอง ก็เพื่อประเมินผลความปลอดภัยและประสิทธิผลของยาน้ำเทียนเซียนนี้ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย

     ผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้เข้าร่วมการทดลองเป็นเวลา 24 สัปดาห์ หรือ 6 เดือนใช้ยาน้ำเทียนเซียนวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 20 ซีซี จำนวนผู้ป่วยทั้งหมด 44 ราย ได้รับการรักษาด้วยยาน้ำเทียนเซียน 30ราย อีก 14ราย ไม่ได้รับยาน้ำเทียนเซียน อายุโดยเฉลี่ยของผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการร้อยละ 86.4 อายุ 50 ปีขึ้นไป

     ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีการแพร่กระจายของมะเร็งไปกระดูกมากที่สุด คือ 39 ราย มีกระจายไปที่ตับ 19 ราย กระจายไปปอด 18 ราย และกระจายไปที่สมอง 4 ราย ผู้ป่วยเหล่านี้ทั้งหมดผ่านการรักษาแผนหลักแล้วแต่ไม่ได้ผล จากกลุ่มผู้ป่วยทั้งหมดที่เข้าโครงการ ปรากฏว่าผู้ป่วยที่สามารถอยู่ใช้ยาได้เกิน 2เดือนขึ้นไป มีเพียงผู้ใช้ยาน้ำเทียนเซียนเท่านั้น ส่วนกลุ่มที่ไม่ใช้ยาน้ำเทียนเซียนไม่สามารถรับยาหลอกได้เกิน 2เดือน ผู้ป่วยไม่ยอมรับยาต่อเพราะไม่ได้ผล แต่ผู้ที่ใช้ยาน้ำเทียนเซียนรับยาต่อจนครบเพราะรู้สึกได้ผล

     เมื่อเปรียบเทียบผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่ม สภาพร่างกายไม่ว่าจะเป็นอายุความสูง น้ำหนักระยะโรคที่เป็น การกระจายของโรค ไม่มีความแตกต่างกันมาก เมื่อดูคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโดยให้ทำแบบสอบถาม พบว่าก่อนเข้าโครงการคุณภาพชีวิตไม่แตกต่างกัน แต่หลังการรักษาจะพบความแตกต่างกันมากหลายประการ ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ กระบวนการการรับรู้ ความอ่อนล้า มีความแตกต่างกัน และอย่างที่ทราบแล้วว่า ผู้ป่วยที่เข้าโครงการล้วนผ่านการรักษาแผนหลักมาแล้ว ซึ่งผลข้างเคียงการรักษาทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง พบว่าหลังเข้าโครงการกลุ่มที่ใช้ยาน้ำเทียนเซียนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


หัวข้อการทดลอง : ความปลอดภัยและประสิทธิภาพของยาน้ำเทียนเซียน ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย : A Randomized, Double-Blind, Placebo-Controlled, Parallel-Group, Phase IIa Trial.

ระยะเวลาการทดลอง : มิถุนายน 2009 – มิถุนายน 2011

สถานที่ทดลอง : National Taiwan University Hospital (โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน)

ผู้วิจัยหลัก : King-Jen Chang, M.D., Ph.D. National Taiwan University Hospital

ผู้ทำการทดลอง:
Wen-Hung Kuo,1 Chien-An Yao,2 Chih Hui Lin,3 and King-Jen Chang1,4

หน่วยงานที่ทดลอง :
1.Department of General Surgery, National Taiwan University Hospital,Taipei, Taiwan
2.Department of Family Medicine, National Taiwan University Hospital,Taipei, Taiwan
3.Gerent Biotech Co., Ltd., Taichung, Taiwan
4.Department of Surgery, Cheng Ching General Hospital,Taichung, Taiwan

หน่วยงานร่วมทดลอง :
1.Department of General Surgery, National Taiwan University Hospital,Taipei, Taiwan
2.Department of Family Medicine, National Taiwan University Hospital,Taipei, Taiwan
3.Gerent Biotech Co., Ltd., Taichung, Taiwan
4.Department of Surgery, Cheng Ching General Hospital,Taichung, Taiwan

ผู้ป่วยที่เข้าโครงการ :
- กลุ่มทดลอง 30 คน (ใช้ยาน้ำเทียนเซียน (THL-P) ครั้งละ 20ซีซี วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 6 เดือน)
- กลุ่มควบคุม 14 คน (ใช้ยาหลอก)
รวม 44 คน

เกณฑ์การคัดเลือกผู้ป่วย :
- มีหลักฐานทางคลินิกยืนยันว่าเป็นมะเร็งเต้านม
- มีอายุขัยอย่างน้อย 4 สัปดาห์

รายละเอียดผู้ป่วยที่เข้าโครงการ :


ระยะเวลาเป็นมะเร็ง :


อวัยวะที่มะเร็งแพร่กระจาย : (บางรายกระจายมากกว่า 1 อวัยวะ) :


เกี่ยวกับฮอร์โมนและยีนมะเร็ง :


ตัวชี้วัดประเมินผลการทดลอง :
1. ตัวชี้วัดหลัก : คุณภาพชีวิต (กลไกของร่างกาย, อาการ, ตัวชี้วัดส่วนบุคคล)
2. ตัวชี้วัดย่อย : ผลเลือด (ให้ความสำคัญต่อความเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิคุ้มกัน)
3. ความเปลี่ยนแปลงขนาดของเนื้องอก

ผลการทดลอง :
ในกลุ่มทดลอง 30 คน   80% ใช้แล้วผลตอบสนองดี
                                66.7% ใช้แล้วผลตอบสนองดี และยินดีใช้ยาต่อไป


สรุปผลการทดลอง:
       การรับประทานยาน้ำเทียนเซียน ครั้งละ 20 มิลลิลิตร 3 ครั้งต่อวัน เป็นเวลาต่อเนื่อง 24 สัปดาห์ (6 เดือน) ช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิต เพิ่มประสิทธิภาพด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ และกระบวนการการรับรู้ ลดความอ่อนล้า และผลครอบคลุมเกือบทุกส่วนทั้งร่างกาย มีผลปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกันลิมโฟไซท์ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย

       นอกจากนี้ ยาน้ำเทียนเซียน ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย ชี้ให้เห็นว่า ยาน้ำเทียนเซียนปลอดภัย และมีประสิทธิผลเป็นการแพทย์ทางเลือก สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย

สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-264-2217-9 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8:30น.-17:00น.

Link to Journal :http://www.hindawi.com

แนะนำวารสาร :



The Evidence-Based Complementary and Alternative ก่อตั้งเมื่อปี 2004 โดย ศาสตราจารย์ เอ็ดวิน แอล คูเปอร์ (Professor Edwin L. Cooper) เป็นวารสารทางการแพทย์ระดับนานาชาติที่คาดหวังว่า จะจัดเก็บผลงานการศึกษาวิจัยต่างๆ ด้านการแพทย์เสริมและแพทย์ทางเลือก และส่งเสริมให้มีการทำความเข้าใจและตรวจสอบการแพทย์พื้นบ้าน และแนวทางการรักษาใหม่

Disclaimer:
Pictures of this webpage are from the website of the Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine (http://www.hindawi.com). All the privilege of intellectual property is owned by the Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine.