เกือบจะสายเกินไป


 

เกือบจะสายเกินไป

น.ส.สุรีย์  แซ่กอ
( ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม )
 

       เมื่อแรกที่ฉันพบก้อนเล็กๆ แข็งๆ ที่เต้านมซ้าย ด้วยความดื้อรั้น เฉื่อยชาและอาย ฉันไม่ยอมบอกใคร จนก้อนใหญ่ขึ้นเต็มเต้า จากนั้นยุบลงแล้วเป็นแผล ไปทีละจุด ผ่านไป 7 ปี ฉันก็เป็นมะเร็งเต้านมระยะ 3B แล้ว และฉันเกือบไม่รอด

       เมื่อปลายปี 2543 ซึ่งเป็นปีที่ 7 หลังจากที่พบก้อนที่เต้านม ฉันจำเป็นต้องเข้าผ่าตัดริดสีดวง ก่อนผ่าตัดต้องวัดคลื่นหัวใจไฟฟ้า ตอนนั้นเองที่พยาบาลได้เห็นก้อนที่เต้านมของฉัน พยาบาลตกใจมาก ฉันยังห้ามเธอว่าอย่าไปบอกหมอ เพราะหมอก็เป็นหลานชายฉัน ถ้าหลานรู้ที่บ้านก็ต้องรู้ ฉันไม่อยากให้คนในครอบครัวกังวล แต่สุดท้ายก็ต้องขอบคุณพยาบาลคนนั้นที่เธอไม่เชื่อฉัน นำเรื่องนี้ไปบอกหมอ ฉันจึงได้เข้าสู่กระบวนการ การรักษา

       หลังพักฟื้นจากการผ่าตัดริดสีดวงทวาร ต้นปี 2544 ญาติพี่น้องก็ปรึกษากันและส่งตัวฉันมารักษาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯ หลังจากผ่านกระบวนการตรวจทุกขั้นตอน หมอวินิจฉัยว่าฉันเป็นมะเร็งเต้านมระยะ 3B (ระยะ 3 ใกล้ระยะ 4) ก้อนมะเร็งที่เต้านมมีขนาด 7 เซนติเมตร เป็นแผลเละๆ ด้วย และมะเร็งลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองแล้ว ซึ่งตามหลักการแพทย์แล้วจะมีโอกาสหายเพียง 20% เท่านั้น หมอบอกญาติพี่น้องว่า เป็นมากน่าเป็นห่วง ให้พี่น้องทำใจไว้บ้าง ยังบอกว่าอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 7 เดือน ด้วยซ้ำ ตอนนั้นฉันไม่ได้กลัวความตาย แต่รู้สึกว่ายังไม่อยากตาย มันยังเร็วเกินไป ยังมีคนที่รักฉันอีกมาก ฉันยังต้องการทำอะไรอีกหลายอย่าง

       ด้วยญาติพี่น้องและหลานๆ ทุกคนรักและเป็นห่วงฉันมาก ตอนนั้นหลานชายที่เป็นหมอช่วยดูแลทำแผลให้ทุกวันก็ปลอบใจไม่ให้คิดมาก เมื่อเป็นได้ก็หายได้ และเขาอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับยาน้ำเทียนเซียนที่จะช่วยฉันได้ แต่อาจจะต้องไปซื้อที่ต่างประเทศ พอได้ยินหลานบอกว่ายังมีทางเลือก ฉันจึงไม่สิ้นหวังเสียทีเดียว ตั้งสติ บอกตัวเองว่าต้องหาย ก็พอมีกำลังใจขึ้นมา

       เนื่องจากระยะของโรคที่เป็นมาก ฉันต้องทำการรักษาหลายอย่าง เริ่มต้นด้วยต้องทำเคมีบำบัดก่อน เพราะก้อนใหญ่มากยังผ่าตัดไม่ได้ ตอนฉีดยาเคมีบำบัดครั้งแรก ฉันยังไม่ได้ใช้ยาน้ำเทียนเซียน ผลข้างเคียงจากเคมีบำบัดมีมาก จนแทบรับไม่ไหว อารมณ์ก็หงุดหงิด แต่หลังเคมีบำบัดประมาณ 5 วัน หลานชายเอายาน้ำเทียนเซียนมาให้เพราะหาซื้อได้แล้วที่เมืองไทย หลานรินยาให้เองกับมือและให้กำลังใจว่า ยาที่จะช่วยชีวิตฉันมาแล้ว หลังจากใช้ยาไม่นานฉันรู้สึกหายอ่อนเพลีย รับประทานอาหารได้ ตั้งแต่เข้ารับเคมีบำบัดเข็มที่ 2 ก็ไม่ค่อยแพ้ ทำเคมีบำบัดจนครบ 5 ครั้ง แผลที่เคยเละๆ ก็แห้งตกสะเก็ดไปหมดแล้ว ต่อมาจึงเข้ารับการผ่าตัดเต้านมทั้งเต้า และฉายรังสี จบการรักษาเมื่อสิงหาคม 2544 ใช้เวลาประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นก็รับประทานยาต้านฮอร์โมนอีก 2 ปีครึ่ง ก็หยุด เนื่องจากรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว ตกขาวมาก ตลอดการรักษาทั้งหมดจนถึงปัจจุบันนี้ ฉันใช้ยาน้ำเทียนเซียนมาโดยตลอด

       ตอนนี้สุขภาพฉันแข็งแรงดี พบหมอเพื่อติดตามผลปีละครั้ง ตอนจบการรักษาใหม่ๆ หมอยังถามฉันว่าดีใจไหม เป็นถึงขนาดนี้ยังหายและแข็งแรงดี แน่นอนฉันย่อมดีใจ ฉันคิดว่าหมอเก่ง และยาน้ำเทียนเซียนที่ฉันกินก็ช่วยได้เป็นอย่างดี ฉันอยากให้กำลังใจท่านทั้งหลายที่กำลังเผชิญกับโรคมะเร็งอยู่ ไม่ต้องหมดกำลังใจ เรายังมีทางเลือก ให้ดูฉันเป็นตัวอย่าง ยังหายได้จนทุกวันนี้

เกร็ดความรู้จากแพทย์
       มะเร็งเต้านมระยะ 3B : ก้อนมะเร็งอาจมีขนาดเท่าไรก็ได้ แต่มีลักษณะความรุนแรง คือ เนื้องอกมีการแพร่ไปยังอวัยวะข้างเคียง เช่น กล้ามเนื้อหรือผิวหนังบริเวณหน้าอก และต่อมน้ำเหลือง อัตรารอดชีวิตที่ 5 ปี ประมาณ 10%-20% ซึ่งส่วนใหญ่กลับมาเป็นซ้ำภายใน 5 ปี

ยาน้ำเทียนเซียน (THL-P) ผ่านการทดลองทางคลินิกในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย
       ผลการทดลองพบว่า การรับประทานยาน้ำเทียนเซียน ครั้งละ 20 มิลลิลิตร 3 ครั้งต่อวัน เป็นเวลาต่อเนื่อง 24 สัปดาห์ (6 เดือน) ช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิต เพิ่มประสิทธิภาพด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ และกระบวนการการรับรู้ ลดความอ่อนล้า และผลครอบคลุมเกือบทุกส่วนทั้งร่างกาย มีผลปรับสมดุลระบบภูมิคุ้มกันลิมโฟไซท์ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย นอกจากนี้ ยาน้ำเทียนเซียน ไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย ชี้ให้เห็นว่า ยาน้ำเทียนเซียนปลอดภัย และมีประสิทธิผลเป็นการแพทย์ทางเลือก สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะแพร่กระจาย

รอดและสุขกับมะเร็ง ปรึกษาศูนย์ยาจีนเพื่อผู้ป่วยมะเร็ง
โทร.02-264-2217-9  วันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.30-17.00น.