สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ใจ



ภรณีรัตน์   ผดุงวรศาสตร์
 ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม

 

สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ใจ

        นับตั้งแต่เป็นมะเร็ง ชีวิตของฉันก็เปลี่ยนไป ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น เมื่อก่อนเป็นคนจริงจังมาก อยากทำอะไรก็ต้องทำให้ได้และต้องดีที่สุด ทำให้เครียดมาก ตอนนี้ปล่อยวางลง อารมณ์ดีขึ้น ดูแลตัวเองเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย สิ่งแวดล้อมที่ดี เราก็มีสุขภาพดีได้ ใจเราสำคัญที่สุด เพราะเมื่อเรามีกำลังใจที่ดี เราก็พร้อมที่จะต่อสู้กับอาการเจ็บป่วยทุกอย่างได้ 

คนที่จะต้องต่อสู้กับโรคมะเร็ง คือ ตัวดิฉัน ดังนั้นจะไม่มัวแต่ร้องไห้ เพราะน้ำตาไม่สามารถช่วยแก้ไขอะไรได้” 

       นี่คือ ความเข้มแข็งของผู้หญิงคนหนึ่ง คุณภรณีรัตน์   ผดุงวรศาสตร์ หลังจากที่คุณหมอบอกว่าเธอเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 

       คุณภรณีรัตน์ ผดุงวรศาสตร์ เป็นอีกคนหนึ่งที่ผ่านประสบการณ์ของการเป็น “โรคมะเร็ง” แม้จะเป็นเพียงระยะที่ 2 แต่ขึ้นชื่อว่ามะเร็งแล้วไม่เป็นเสียเลยดีกว่า อย่างไรก็ตามเธอเป็นคนหนึ่งในจำนวนคนที่โชคดี เพราะสามารถรักษาจนหาย ซึ่งเธอบอกว่าเหมือนกับถูกล๊อตเตอรี่รางวัลที่ 1 เลยทีเดียว และต่อไปนี้คือเรื่องเล่าจากประสบการณ์ของเธอ ผู้พิชิตมะเร็งร้ายได้สำเร็จ จากการผสมผสานระหว่างแผนปัจจุบันและสมุนไพร

       ทีแรกดิฉันมีความรู้สึกทรมานมาก เฝ้าแต่คิดว่าทำไมต้องเกิดเรื่องนี้กับตัวเราด้วย อาจเป็นเพราะพื้นฐานของครอบครัวมีพันธุกรรมของโรคมะเร็งจากปู่ย่า ตายาย และพี่ชายดิฉันก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง เรื่องเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 3 ปีที่แล้ว คุณหมอตรวจพบว่า ที่เต้านมด้านขวามีตุ่มแข็ง ๆ 2 เม็ดผิดปกติ มีก้อนเนื้อนูนออกมาประมาณ 3 เซนติเมตร แล้วก็สั่งว่าต้องผ่าตัดเลยภายในเดือนนั้น  หลังการผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมดเพื่อกำจัดเนื้อร้ายแล้ว ดิฉันยังต้องรับการทำเคมีบำบัดและฉายแสงด้วย เริ่มจากเคมีบำบัด 4 ชุดเล็ก ซึ่งแต่ละครั้งจะทรมานเพราะผลพวงจากฤทธิ์ยาประมาณ 2-3 วัน อาเจียน เบื่ออาหาร และมีไข้อ่อน ๆ ตอนนั้นยังมีกำลังมาก คิดว่าอะไรที่มันเกิดขึ้นมาแล้ว เราก็ต้องต่อสู้กับมัน อย่าเพิ่งท้อถอย 

       แต่ดิฉันเริ่มท้อเมื่อยังต้องรับเคมีบำบัดชุดใหญ่ อีก 4 ชุด ซึ่งเป็นยาที่มีฤทธิ์รุนแรงกว่าชุดเล็ก ฉีดชุดแรกดิฉันต้องนอนที่โรงพยาบาลเลย เพราะผลข้างเคียงเรียกว่าทวีคูณไม่รู้กี่เท่า เข้าใจว่าความทรมานแบบจะตายแต่ตายไม่ได้นี่เป็นอย่างไร ไข้ขึ้น 39-40 องศา ต้องเช็ดตัวตลอดทั้งวัน เจ็บปากกลืนกินอะไรลำบากไปหมด นอนไม่หลับ ปวดเมื่อยล้า ไม่มีแรง เป็นอย่างนี้ตลอดเวลา ความทรมานแบบนี้ทำให้ดิฉันรู้สึกท้อถอยกับชีวิต ท้อถอยที่จะต่อสู้มาก ทุกคนในครอบครัวก็ทุกข์ไปด้วย 

       ย้อนกลับไปคิดถึงช่วงเวลานั้น ที่ดิฉันผ่านพ้นมันมาได้ เพราะทุกคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดที่อยู่ข้าง ๆ ตลอดถึงกำลังใจ แม้เราจะอ่อนแอก็มีของอีกหลายคนมาเสริม ความเป็นห่วงเป็นใยนี้เอง ทำให้พบกับสิ่งดี ๆ และสิ่งที่ช่วยดิฉันไว้มาก คือ มีเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งแนะนำให้รู้จักกับยาน้ำเทียนเซียนเพื่อช่วยฟื้นฟูสุขภาพ ดิฉันกินไปประมาณ 1 เดือน รู้สึกเลยว่าแข็งแรงกระปรี้กระเปร่าขึ้น ไม่เพลีย ในปากไม่แห้ง ไม่อาเจียน หลายเดือนต่อมาหมอนัดตรวจ ผลเลือดดีขึ้น ก้อนเนื้อแห้งสนิทเป็นปกติ หมอบอกว่าไม่ต้องฉายแสงแล้ว ตอนนั้นดิฉันรู้เลยว่าทุกอย่างได้ผ่านพ้นไปแล้ว ทุกคนดีใจมาก

       ดิฉันกลับมามีร่างกายแข็งแรง อารมณ์แจ่มใสอีกครั้ง ไม่น่าเชื่อเลยว่าเคยผ่านโรคร้ายมาก่อน ดิฉันคิดว่าการที่ได้กำลังใจที่ดี และการรักษาโดยใช้ยาน้ำเทียนเซียนควบคู่เพื่อช่วยลดผลข้างเคียงของเคมีบำบัด ทำให้ฟื้นฟูสุขภาพเร็วกว่าคนอื่น วันนี้ ดิฉันจะบอกกับทุกคนเสมอว่า ถึงแม้ “มะเร็ง” จะเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษา แต่ถ้าเราไม่ยอมแพ้ มะเร็งก็ทำอะไรเราไม่ได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าไปกว่านั้น คือ ดิฉันไม่เคยถูกทอดทิ้งให้ต่อสู้เพียงลำพัง คนใกล้ชิด ครอบครัว ทุกคนเป็นคนที่ดิฉันต้องขอบคุณพวกเขามาก รวมไปถึงขอบคุณยาน้ำเทียนเซียน  เพราะดิฉันจะผ่านพ้นการต่อสู้ครั้งใหญ่ในชีวิตมาไม่ได้เลย หากไม่มียาตัวนี้

       ปัจจุบันดิฉันหันมาดูแลตัวเอง เริ่มจากการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน ร่วมกิจกรรมกับชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็งเพื่อได้รับความรู้ใหม่ ๆ และได้พบเพื่อน ๆ สมาชิก ตลอดปี พ.ศ. 2545-2546 หมอนัดตรวจสุขภาพแมมโมแกรมเต้านม โบนสแกนด์กระดูก ทำ MRI อุลตร้าซาวด์กระเพาะ ตับ ลำไส้ ม้าม ปอด ผลตรวจไม่พบเซลล์มะเร็ง ดิฉันยินดีและดีใจเป็นที่สุด แทบไม่น่าเชื่อเลยดิฉันคิดว่าเป็นผู้โชคดีที่รักษาจนสุขภาพแข็งแรง  เหมือนกับดิฉันได้ถูกล๊อตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง

       ทุกวันนี้แม้จะรักษาหายเป็นปกติแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่ดิฉันระลึกอยู่เสมอคือ เราจะต้องมี “พลังชีวิต” ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงสม่ำเสมอ ออกกำลังกาย รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และผักผลไม้มาก ๆ เนื้อสัตว์ทานบ้างแต่พอควร ของหมักดองจะไม่รับประทาน จะมีโทษต่อร่างกาย ทำให้ดิฉันพิชิตโรคมะเร็งได้ แต่ดิฉันก็ยังทานสมุนไพรจีนอยู่เป็นประจำ คือ “ยาน้ำเทียนเซียน”  ผู้ให้ความหวัง ความสุข ความแข็ง แต่ดิฉัน

       ประสบการณ์และข้อคิดของคุณภรณีรัตน์ ผดุงวรศาตร์ ผู้สามารถเอาชนะมะเร็งร้ายได้ คงเป็นประโยชน์สำหรับท่านที่กำลังเผชิญกับโรคมะเร็ง ให้สร้างพลังชีวิต มีกำลังใจและความเข้มแข็ง ส่วนท่านที่ไม่เป็นมะเร็งก็ขอให้ระวังรักษาตัวเอง

 

 


 วีดีโอสัมภาษณ์