โภชนบำบัดสำหรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง


โภชนบำบัดสำหรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง


    

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง


     มะเร็งต่อมน้ำเหลือง คือ มะเร็งที่เกิดที่ต่อมน้ำเหลือง หน้าที่ของต่อมน้ำเหลืองจะเก็บภูมิคุ้มกันไว้ให้กับร่างกายเพื่อปลดปล่อยไปกำจัดเชื้อโรคที่บุกรุกเข้าสู่ร่างกาย โดยทั่วไปแล้วมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแบ่งออกไปเป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ แบบ Non-Hodgkin Lymphoma (NHL) และ Hodgkin Lymphoma ซึ่งในคนไทยมักพบชนิด NHL

     สาเหตุการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองมีได้หลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อบางชนิด โรคออโตอิมมูน เช่น พวกภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ โรค SLE การได้รับยากดภูมิหรือได้รับสารเคมี เป็นต้น โดยอาการของโรคอาจจะมีอาการต่อมน้ำเหลืองโต คลำได้เป็นก้อนคล้ายยางลบ เคลื่อนที่ได้เมื่อเอามือคลึง นอกจากนี้อาจเกิดอาการตามระบบอื่น ได้แก่ ตับโต ม้ามโต เบื่ออาหาร น้ำหนักลด มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง เป็นต้น 
    
     การรักษามีทั้งการให้เคมีบำบัด หรือการให้แอนติบอดี้ไปทำลายเซลล์มะเร็ง การฉายแสงรวมไปถึงการปลูกถ่ายไขกระดูก การดูแลทางด้านอาหารเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน และช่วยในการทำงานของระบบเม็ดเลือดขาวให้ดีขึ้น

 

โภชนบำบัดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง


หลักโภชนบำบัด :

ข้าวแป้ง
     อาหารในกลุ่มนี้ไม่ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูงมากนัก เพราะพบความสัมพันธ์ของอาหารในกลุ่มที่มีดัชนีน้ำตาลสูงกับการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองมากขึ้น ซึ่งอาหารในกลุ่ม ได้แก่ ข้าวขัดสี ขนมปัง เป็นต้น ดังนั้นจึงควรเลือกรับประทานข้าวไม่ขัดสี หลีกเลี่ยงพวกพาสต้า มักกะโรนี และการได้รับน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไป ควรเลือกน้ำตาลไม่ขัดขาว 

เนื้อสัตว์
     การได้รับเนื้อสัตว์พวกเนื้อวัว เนื้อสะโพกหมู ยังไม่แนะนำสำหรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เพราะมีการพบความสัมพันธ์ของการได้รับเนื้อสัตว์ดังกล่าวกับการเกิดมะเร็ง ดังนั้น เนื้อสัตว์ที่รับประทานได้แนะนำควรเป็นเนื้อปลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาทะเล ควรงดการรับประทานพวกชีส รวมไปถึงลดปริมาณการรับประทานผลิตภัณฑ์จากนมด้วย เนื่องจากมีรายงานถึงความสัมพันธ์ของการได้รับพวก dairy product สัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งได้

ไขมัน
     ไม่พบข้อบ่งชี้ถึงการรับประทานไขมันกับการเกิดโรคดังกล่าวแน่ชัด อย่างไรตาม การได้รับอาหารที่มีแคลลอรีสูงเกินไปสามารถส่งเสริมให้เกิดโรคมะเร็งได้มากขึ้น ดังนั้น แม้ว่าแหล่งอาหารที่มีพลังงานมากที่สุดคือไขมัน แต่ก็ควรบริโภคไขมันอย่างความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงแหล่งไขมันที่จะทำให้เพิ่มพลังงานมากจนเกินความต้องการ 

ผัก
     พบว่าผักในตระกูลของกะหล่ำ บร็อคโคลี มีฤทธิ์ช่วยในการควบคุมเซลล์มะเร็ง และมีการแนะนำว่าการรับประทานผักให้มากกว่าวันละ 5 ทัพพี สามารถช่วยเรื่องมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้ ไม่มีรายงานถึงการได้รับอาหารเสริมแบบเป็นเม็ด เช่น วิตามิน เบต้าแคโรทีน ในการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง แต่มีรายงานถึงสาร alkaloid ในมันฝรั่งมีฤทธิ์ในการต้านมะเร็งได้ 

ผลไม้
     ผลไม้สามารถรับประทานได้ทุกชนิด แต่ให้งดเว้นผลไม้ที่มีรสหวานจัดหรือมีค่าดัชนีน้ำตาลมาก เพราะจะเกิดผลเสียต่อผู้ป่วยได้ นอกจากนี้ควรจะรับประทานผลไม้แต่เพียงพอดี เพราะหากได้รับผลไม้มากเกินความจำเป็นก็ส่งผลให้ร่างกายได้รับพลังงานมากเกิน ทำให้เพิ่มปัจจัยกับเซลล์มะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้



รับข้อมูลยาจีนเพื่อการรักษามะเร็งให้ได้ผลดีและเร็วยิ่งขึ้น โทร.02-264-2217-9