อาการเมื่อผู้ป่วยมะเร็งกลับบ้านและการแก้ไข


อาการที่พบบ่อยเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้านและการแก้ไข




กลืนลำบาก
     อาการกลืนลำบากมักเกิดจากมะเร็งของอวัยวะภายในลำคอ  หรือหลอดอาหารถึงแม้ได้รับการักษาแล้ว  ผู้ป่วยอาจจะยังมีอาการนี้อยู่บางรายก้อนมะเร็งอาจยุบไม่หมดเนื่องจากเป็นเนื้อทูมชนิดที่ดื้อต่อการรักษา
     ปัญหาสำคัญที่ตามมาหลังการกลืนลำบากคือ  น้ำหนักลด  ดังนั้นญาติควรกระตุ้นให้ผู้ป่วยได้รับประทานอาหารบ่อยๆ โดยอาหารควรมีคุณค่าและให้พลังงานสูง  เช่น  ไข่  นมและเนื้อสัตว์  แต่ลักษณะของอาหารควรได้รับการปรุงแต่งให้อ่อนนุ่มและกลืนได้ง่าย
     ในระหว่างให้อาหารควรระวังเรื่องการลำลักเข้าปอด  เพราะอาหารจะเคลื่อนผ่านหลอดอาหารได้ช้า  การกลืนเร็วหรือรับประทานคำโตเกินไปจะทำให้สำลักลงปอดได้และเกิดอาการอักเสบของปอดตามมา
 ถ้าอาการกลืนลำบากเป็นมากขึ้น  ต้องแจ้งแพทย์ผู้รักษาทราบเพื่อได้พิจารณาหาทางแก้ไข  เช่น  ผ่าตัดใส่ท่อเพื่อให้อาหารเข้าทางกระเพาะหรือให้อาหารทางเส้นเลือดดำ  เป็นต้น

เบื่ออาหาร
     โดยปกติผู้ป่วยโรคมะเร็งจะมีอาการเบื่ออาหารเกิดขึ้น  สาเหตุหลักมาจากขบวนการของโรคมะเร็งที่เป็นอยู่แต่อาการเบื่ออาหารยังสาเหตุหลักมาจากขบวนการของโรคมะเร็งที่เป็นอยู่แต่อาการเบื่ออาหารยังมีสาเหตุมาจากทางด้านจิตใจ  เช่น  อาการซึมเศร้า  หมดหวังในชีวิต  หรือกลัว  และอาจเกิดจากสาเหตุทางกาย  เช่น  อาการปวดที่ก้อนมะเร็ง  ปวดจากเยื่อบุช่องปากและทางเดินอาหารอักเสบกลืนลำบาก  คลื่นไส้  อาเจียนหรือท้องผูก  ซึ่งเกิดจากก้อนเนื้อทูมของมะเร็งหรือผลแทรกซ้อนจากการรักษามะเร็ง
     ญาติหรือผู้ใกล้ชิดมีส่วนสำคัญมากโดยทำอาหารที่ผู้ป่วยชอบให้รับประทานให้อาหารคราวละไม่มาก  จัดให้รับประทานได้บ่อยตามต้องการจัดอาหารที่ย่อยง่ายไม่มีกลิ่นรุนแรงรสไม่จืดและไม่มัน  เป็นเพื่อนคุยหรือรับประทานอาหารร่วมด้วยคอยให้กำลังใจและคอยกระตุ้นให้ทานอาหาร  ถ้าผู้ป่วยเคยชินต่อการดื่มเครื่องดื่มก่อนอาหาร  เช่น  สุรา  และไม่มีข้อห้ามก็สามารถให้ผู้ป่วยดื่มได้ในกรณีที่อาการปวดยังคุมไม่ได้  เจ็บปาก  หรือท้องผูก  ให้รีบแจ้งแพทย์ทราบ  เพื่อจะได้รักษาอาการเหล่านั้น  บางครั้งแพทย์อาจพิจารณาให้ยากระตุ้นความอยากอาหารถ้าจำเป็น


คลื่นไส้อาเจียน

     อาการคลื่นไส้อาเจียน  เป็นกลไกการป้องกันอันตรายของร่างกาย  เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ  เช่น  อาจเกิดจากผลข้างเคียงของยาเคมี  หรือยาแก้ปวดชนิดอาหาร  หรือจากภาวะผิดปกติทางจิตใจ
     ในกรณีที่เกิดจากผลข้างเคียงของยาเคมี  หรือยาแก้ปวด  สามารถใช้ยาแก้อาเจียนที่แพทย์ให้ใช้เมื่อมีอาการได้ทันทีโดยใช้ตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด  การรับประทานยาที่สั่งเกินขนาด  หรือบ่อยครั้งเกินกว่าที่แนะนำไว้อาจก่อให้เกิดผลแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมาได้
     ถ้าอาการคลื่นไส้เกิดจากภาวะทางจิตใจ  เช่น  ปวด  กลัว  หรือวิตกกังวลการใช้ยาระงับปวด  หรือการดูแลทางจิตใจอย่างเพียงพอก็อาจทำให้อาการคลื่นไส้หายไปได้


ซีด
     อาการซีดเกิดจากการเสียเลือดเร็วกว่าอัตราการสร้างเลือด  ผู้ป่วยมะเร็งมีโอกาสเสียเลือดได้จากแผลมะเร็งภายนอกและภายในก้อนมะเร็งบางครั้งสามารถสังเกตสาเหตุได้  เช่น  ไอเป็นเลือดจากมะเร็งปอด  อาเจียนเป็นเลือดจากมะเร็งกระเพาะอาหาร  ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดจากมะเร็งลำไส้ใหญ่  หรือเลือดออกจากจมูกหรือปากจากมะเร็งในบริเวณช่องปากหรือหลังโพรงจมูก  เป็นต้น
     ขณะอยู่บ้านถ้าเสียเลือดมากในเวลาอันรวดเร็วอย่างเห็นได้ชัด  ต้องนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านที่สุดทันที  เพื่อพิจารณาการห้ามเลือดหรือให้เลือดต่อไป  แต่ถ้าเป็นการเสียเลือดชนิดเรื้อรัง  เช่น  เลือดออกจากแผลมะเร็ง  อุจจาระปนเลือดเป็นครั้งคราว  หรือปัสสาวะมีปนเลือดเป็นครั้งคราว  โดยไม่มีอาการของการขาดเลือดอย่างรุนแรง  การให้ผู้ป่วยรับประทานผักสีเขียวให้มาก, อาหารจำพวกตับ  และรับประทานยาบำรุงเลือดที่มีธาตุเหล็ก  ทำแผลให้ถูกวิธีจะช่วยลดภาวะซีดได้อย่างมาก  และต้องไปพบแพทย์ตามกำหนดนัดอย่างสม่ำเสมอ


ซึมเศร้า
     อาการซึมเศร้าจะเป็นอาการตอบสนองที่เกิดขึ้นตามปกติของโรคมะเร็งที่เป็นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะผู้ป่วยทราบว่าระยะสุดท้ายใกล้มาถึง  อาการนี้อาจเป็นสาเหตุนำไปสู่อาการไม่พึงประสงค์อื่นๆ  เช่น  นอนไม่หลับ  เบื่ออาหาร  และอารมณ์แปรปรวน
     ญาติและเพื่อนสนิทจะสามารถช่วยผู้ป่วยในการเผชิญหน้ากับช่วงเวลาที่เลวร้ายได้อย่างเข้มแข็ง  กล้าหาญและยอมรับสภาพโดยการให้กำลังใจและการช่วยแก้ปัญหาแก่ผู้ป่วย  ทั้งทางสังคมและจิตใจจะช่วยให้พ้นภาวะนี้ได้อย่างมาก
     เวลาที่ผ่านไปจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้าลดน้อยลงเรื่อยๆ ในรายที่มีอาการซึมเศร้ามาก  หรือเป็นอยู่นานจำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ผู้รักษาทราบเพื่อพิจารณาให้การรักษาเป็นการเฉพาะ  เช่น  โดยการใช้ยาแก้อาการซึมเศร้าหรือจิตบำบัด



นอนไม่หลับ

     ผู้ป่วยที่ใช้ชีวิตพักผ่อนอยู่ในบ้าน  หรือบนเตียงเป็นส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้สูงอายุ  โดยปกติต้องการเวลาในการนอนหลับไม่มากนักอาจเพียง 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น  ถ้านอนไม่หลับจากการที่ได้นอนตอนกลางวันหรือนอนน้อยเป็นปกติวิสัยก็ไม่ต้องกังวลกับอาการ  แต่ถ้าเป็นผลจากอาการปวด  วิตกกังวล  หอบเหนื่อย  หรือไอมากควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
     การออกกำลังกายเล็กน้อย  ไม่ดูภาพยนตร์หรืออ่านหนังสือที่ตื่นเต้นก่อนนอนอาจช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น  การดื่มเครื่องดื่ม  เช่น  นมอุ่นก่อนนอนและการจัดบรรยากาศในห้องนอนให้โปร่งสบาย  ไม่มีเสียงรบกวนก็จะทำให้นอนหลับได้สบายขึ้น
     กรณีที่นอนไม่หลับทำให้รบกวนต่อสุขภาพและจิตใจมากควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาให้ยาหรือหาวิธีที่เหมาะสมเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยต่อไป


ท้องผูก
     ผู้ป่วยโรคมะเร็งส่วนใหญ่จะท้องผูก  สาเหตุอาจเกิดจากการเคลื่อนไหวน้อยรับประทานอาหารที่มีกากน้อย  ดื่มน้ำน้อย  ผลข้างเคียงจากยาระงับประสาทหรือยาระงับปวดบางชนิดผลที่ตามมาของท้องผูก  คือ  ปวดทวารหนัก  บางรายอาจมีเลือดออกบริเวณทวารหนักระหว่างหรือหลังถ่ายอุจจาระ  ปวดท้องจากการอุดกลั้นในลำไส้  เบื่ออาหาร  บางรายอาจมีคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย
     การป้องกันเป็นวีที่ดีที่สุด  ญาติอาจช่วยได้โดยการกระตุ้นให้รับประทานอาหารตามเวลาโดยเฉพาะอาหารที่มีกากและดื่มน้ำมากขึ้นโดยเฉพาะน้ำผลไม้  เพิ่มการเคลื่อนไหว  เช่น  การเดินถ้ากระทำได้  แต่บางรายก็อาจจำเป็นต้องใช้ยาระบายอ่อนๆ ซึ่งอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์
     บางครั้งการสวนอุจจาระ  หรือการช่วยล้วงอุจจาระเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ให้การดูแลอาจช่วยทำให้ผู้ป่วย  วิธีการทำควรได้รับการฝึกสอนจากพยาบาลที่ดูแลในกรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหาท้องผูกเป็นประจำควรปรึกษาแพทย์พยาบาล


ท้องเสีย

     ท้องเสียเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ  เช่น  ติดเชื้อแบคทีเรีย  ไวรัส  ลำไส้อักเสบจากการฉายรังสี  การดูดซึมอาหารผิดปกติ  ผลข้างเคียงของยาปฏิชีวนะเนื้องอกที่ลำไส้ใหญ่หรือวิตกกังวล
     ในกรณีที่ทราบสาเหตุก็ให้การรักษาเป็นการเฉพาะในแต่ละราย  เช่นต้องรับประทานยา  และปฏิบัติตามที่แพทย์สั่งโดยเคร่งครัด  ญาติอาจช่วยได้โดยให้อาหารอ่อนที่มีกากน้อยและดูแลบริเวณรอบๆ ทวารหนักไม่ให้เป็นแผลอาจทำได้โดยการทำความสะอาดบ่อยๆ หรือการใช้ครีมทา  ถ้าถ่ายบ่อยมากๆ และมีอาการอ่อนเพลียร่วมด้วยควรให้ผู้ป่วยดื่มน้ำเกลือแร่  เพื่อทดแทนสารน้ำและอิเลกโทรไลท์ที่สูญเสียไปกับอุจจาระหรืออาจจะผสมน้ำเกลือแร่เพื่อใช้เองที่บ้าน  โดยใช้น้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว 1 ขวดแม่โขง (750 ซีซี) ในเกลือแกง ½ ช้อนชาและน้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ  ผสมไว้ดื่มภายใน 24 ชั่วโมง  ถ้าท้องเสียมากโดยไม่เคยเป็นมาก่อนมีไข้ร่วมด้วยเพ้อ  พูดไม่รู้เรื่อง  ซึม  ให้รีบนำส่งโรงพยาบาล


ไอ

     ผู้ป่วยโรคมะเร็งของระบบทางเดินหายใจ  อาจมีอาการไออย่างต่อเนื่องซึ่งก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ  เช่น  นอนไม่หลับ  เบื่ออาหาร  คลื่นไส้  อาเจียน  หรือเจ็บหน้าอกได้
     การดูแลตนเองอย่างถูกวิธีอาจช่วยลดอาการไอได้อย่างมาก  เช่น  การลดสาเหตุที่ก่อให้เกิดการระคายในระบบทางเดินหายใจ  โดยงดสูบบุหรี่  หรือห่างไกลจากควันทุกชนิด  การดื่มน้ำอุ่นให้มากๆ หรือการอยู่ในบรรยากาศที่มีความชื้นสูงจะช่วยทำให้เสมหะไม่เหนียวและหลุดออกมาได้ง่าย  การใช้ยาขับหรือละลายเสมหะอาจไม่ได้ผลในผู้ป่วยบางราย  ดังนั้นควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น  การใช้ยาลดอาการไอควรอยู่ในการดูแลของแพทย์


ปวด

     อาการปวดในผู้ป่วยโรคมะเร็งพบได้เป็นประจำ  โดยเฉพาะผู้ป่วยที่โรคมะเร็งอยู่ในระยะลุกลามพบว่ามีมากถึง 65-85% สาเหตุอาจเกิดจากก้อนมะเร็งกดทับเนื้อเยื่อใกล้เคียง  มะเร็งกระจายไปกระดูก  มะเร็งลุกลามเข้าเส้นประสาทเกิดการอุดตันท่อน้ำเหลืองจากก้อนมะเร็งหรืออื่นๆ อย่างไรก็ตาม  อาการปวดอาจเกิดจากสาเหตุอื่นด้วยก็ได้  เช่น  ผลแทรกซ้อนจากการได้รับยาเคมี  รังสีรักษา  หรือปวดจากแผลผ่าตัด
     ส่วนใหญ่อาการปวดสามารถควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวด  ได้แก่  ยาแก้ปวดธรรมดา  หรือยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์เสพติด  และกลุ่มยาเสริม  หลักสำคัญของการให้ยาระงับอาการปวดที่เกิดจากมะเร็ง  คือ  ให้รับประทานยาตามเวลา  ตามอาการออกฤทธิ์ของยาตามที่ใช้ก่อนอาการปวดครั้งต่อไปจะเกิดขึ้น  ยาชนิดอื่นที่แพทย์ให้ใช้ร่วมกับยาแก้ปวดก็มีความสำคัญ  เพราะอาจทำให้อาการปวดลดลงได้ดีขึ้น  ขนาดของยาแก้ปวดที่รับประทานก่อนนอนมากจะมีขนาดมากกว่าปกติ  เพื่อให้คุมอาการปวดได้นานถึงเช้า  ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์โดยเคร่งครัด
     อาการอ่อนเพลีย  ตกใจ  กลัว  โกรธ  ซึมเศร้า  อาจทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการปวดได้มากขึ้น  ญาติที่ช่วยในการดูแลควรให้ความเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด  ในกรณีที่ให้ยาตามที่แพทย์แนะนำให้ใช้แล้วคุมอาการปวดได้น้อยลง  หรือมีอาการปวดบริเวณใหม่ให้รีบปรึกษาแพทย์ทันที