ฉันเป็นมะเร็งระยะ 3 เมื่ออายุ 72


ฉันเป็นมะเร็งระยะ 3 เมื่ออายุ 72

คุณชูศรี  กุลวัฒโฑ (เกิด 2477)

( ผู้ป่วยมะเร็งเยื่อมดลูก ระยะที่ 3 )

 
        ปัจจุบันผู้คนส่วนมากยังมีความเชื่อว่าโรคมะเร็งเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้  ผู้ป่วยเป็นมะเร็งแล้วจะต้องนอนรอวันตายอย่างเดียว  เพราะ
ความร้ายกาจอย่างหนึ่งของโรคมะเร็งคือ ไม่แสดงอาการให้ผู้ป่วยรู้ตัวตั้งแต่ระยะเริ่มแรกที่เกิดโรค  ผู้ป่วยส่วนมากกว่าจะรู้ตัวอย่างชัดแจ้ง  ก็ปรากฏว่าเจ้าเซลล์เนื้อร้ายนั้นได้ลุกลามแตกกระจายขยายตัวไปอวัยวะอื่นๆ เสียแล้ว  บางคนที่โชคร้ายมากเมื่อตรวจพบก็ปรากฏว่าเป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายแล้ว

       ย้อนหลังไปประมาณปี 2549 ดิฉันได้สังเกตเห็นความผิดปกติของร่างกายตนเอง คือ  มีเลือดออกจากช่องคลอดเล็กน้อยทั้งๆ ที่หมดประจำเดือนมาแล้วร่วม 20 ปี เพราะตอนนั้นอายุ 72 ปีแล้ว (เกิดปี 2477) ดิฉันไม่นิ่งนอนใจ ตัดสินใจไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจภายในทันที  ผลการตรวจครั้งแรกคุณหมอได้วินิจฉัยว่า ผู้สูงอายุส่วนมากเนื้อเยื่อในมดลูกจะบอบบางอาจเกิดบาดแผลได้ง่าย  จึงให้ครีมมาทาเพื่อให้เนื้อเยื่อนั้นแข็งแรงขึ้น  ซึ่งก็ปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด

       ประมาณหนึ่งเดือนยาก็หมด แต่ปรากฏว่ายังมีเลือดออกเหมือนเดิม จึงไปพบคุณหมอท่านเดิมเพื่อตรวจเป็นครั้งที่ 2  ซึ่งคุณหมอให้การรักษาเหมือนเดิมและให้กำลังใจว่าทุกอย่างจะค่อยๆ ดีขึ้น  ดิฉันได้ปฏิบัติตามจนเวลาล่วงเลยไปเกือบ 2 เดือนแล้ว  อาการเลือดออกยังคงเดิม จึงเริ่มไม่สบายใจอยากทราบสาเหตุของความผิดปกติโดยเร็ว จึงตัดสินใจไปพบคุณหมออีกท่านหนึ่งที่โรงพยาบาลเดิม ผลการตรวจและรักษาก็เป็นเช่นเดิมอีก จนเวลาได้ผ่านไป 3 เดือนกว่า  อาการเลือดออกจากช่องคลอดไม่ดีขึ้นเลย จึงได้ตัดสินใจไปตรวจครั้งที่ 4 โดยเลือกพบแพทย์หญิงท่านหนึ่งที่โรงพยาบาลเดิม ครั้งนี้มีการตรวจอย่างละเอียดและชัดเจนขึ้น โดยคุณหมอนัดให้ไปทำการขูดมดลูก เพื่อจะนำชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา  และรอฟังผลการตรวจภายหลังจากนั้นประมาณหนึ่งสัปดาห์

       เมื่อถึงวันนัดฟังผล  คุณหมอได้รายงานผลการตรวจให้ทราบว่าพบ มะเร็งในมดลูก  ดิฉันรู้สึกตกใจชั่วขณะหนึ่ง  ถามตัวเองในใจว่า  เราเป็นมะเร็งจริงหรือ?  ตอนนั้นคุณหมอได้เรียกญาติให้ไปรับทราบด้วย และนัดให้ไปติดต่อพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการตรวจวินิจฉัยโรคเพิ่มเติมโดยละเอียด เพื่อประเมินสุขภาพและหาระยะโรค ตลอดจนวางแผนการบำบัดรักษาที่ดีที่สุดต่อไป... 

       หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ ได้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจเพิ่มเติมอย่างละเอียดถี่ถ้วน  หมอแจ้งให้ทราบว่าจะต้องผ่าตัดมดลูกและรังไข่ออก  เพื่อนำชิ้นเนื้อร้ายไปตรวจสอบทางพยาธิวิทยา  จะได้ทราบถึงระยะของโรคและวางแผนการรักษา ว่าจะมีการรักษาอื่นๆ ร่วมด้วยหรือไม่ เช่น รังสีรักษา ใส่แร่  เคมีบำบัด 

       การผ่าตัดเป็นไปด้วยดี  ไม่มีการแพ้ยาหรืออาการแทรกซ้อนใดๆ  ผลการตรวจชิ้นเนื้อนั้นปรากฏว่า... เป็นมะเร็งที่เยื่อมดลูก ระยะที่ 3!!  วิธีการรักษา คือ ต้องให้รังสีรักษาจำนวน 25 ครั้ง ติดต่อกัน และใส่แร่ร่วมด้วย 3 ครั้ง  โดยไม่มีการให้เคมีบำบัด นับว่าโชคดีมากที่ไม่ต้องผจญกับความทรมานในการให้คีโม และไม่มีโรคประจำตัวอื่นๆ ที่จะเป็นอุปสรรคต่อการรักษา  จึงเป็นผลให้แผลจากการผ่าตัดหายเป็นปกติโดยเร็ว  ส่วนการรับรังสีและการใส่แร่ก็เป็นไปด้วยดี  ไม่มีอาการแทรกซ้อน หรือเกิดผลข้างเคียงที่ร้ายแรงใดๆ ปรากฏเพียงอาการท้องเสียและปัสสาวะลำบากเล็กน้อยเท่านั้น

      ช่วงเวลาของการพักฟื้นร่างกาย  เพื่อฟื้นฟูสุขภาพกาย-ใจ และสร้างภูมิคุ้มกัน รวมทั้งภูมิต้านทานร่างกายให้ดีขึ้นนั้น อาหารเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งที่จะต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ  ดังนั้นจึงเสาะแสวงหาตำราอาหารต้านมะเร็งมาศึกษามากมาย  และพบหนังสือของชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็งชื่อ “ต้านมะเร็งด้วยอาหาร” และหนังสือ “100เรื่องจริงของผู้ป่วยที่พิชิตโรคมะเร็ง”

      หนังสือทั้งสองเล่มเปรียบเสมือนดวงประทีปที่มาช่วยส่องแสงให้ผู้ติดอยู่ในอุโมงค์มืด ได้แลเห็นเส้นทางสว่างที่เดินออกจากมุมมืดที่น่ากลัวได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ!  การที่กล่าวเช่นนั้นก็เพราะเหตุว่าใน หนังสือ “100 เรื่องจริงของผู้ป่วยที่พิชิตโรคมะเร็ง” นั้นได้มีประสบการณ์ของผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็งมากมาย ในนั้นมีการดูแลสุขภาพด้วยยาสมุนไพรจีน ยาน้ำเทียนเซียน ซึ่งนายแพทย์หวัง เจิ้น กั๋ว เป็นผู้ค้นคว้าและวิจัยมาเป็นเวลายาวนาน จนเป็นที่ยอมรับจากสถาบันวิจัยหลายแห่ง เป็นที่รู้จักของผู้ป่วยโรคมะเร็งจำนวนมาก ประการสำคัญ คือ สามารถประสานการรักษาร่วมกับการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบันได้เป็นอย่างดี จึงตัดสินใจใช้ทันที โดยการรักษาทางแพทย์แผนปัจจุบันก็คงดำเนินการอย่างเคร่งครัดตามปกติต่อไป

      หลังจากนั้นได้พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตอย่างมีระเบียบวินัย  ทั้งด้านการกิน  การนอน การออกกำลังกาย  การพักผ่อนและการปฏิบัติธรรม เป็นต้น  เมื่อเวลาผ่านไปเดือนเศษเริ่มรู้สึกว่า  สุขภาพโดยรวมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  คือ  ผลการตรวจเลือด  ปรากฏว่าอาการตับอักเสบที่ทำการรักษามานานนับสิบปีนั้น มีค่าทำงานของตับดีขึ้นเป็นลำดับ  จนกระทั่งปัจจุบันนี้ตับสามารถทำงานได้ดีเป็นปกติ  ส่วนด้านการรักษาโรคมะเร็งโดยรวมก็ดีไม่มีอะไรผิดปกติเช่นกัน จึงมีความเชื่อมั่นว่ายาน้ำเทียนเซียนน่าจะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญส่วนหนึ่งที่มาช่วยสนับสนุนการรักษา  ให้สามารถเสริมสร้างภูมิต้านทานและเพิ่มประสิทธิภาพการต่อสู้มะเร็งของร่างกาย  และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ 

      ปัจจุบันนี้ดิฉันยังคงดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง  เสริมสร้างพลังกายและพลังใจที่จะยืนหยัดต่อสู้กับเพชฌฆาตเงียบ คือ มะเร็งร้ายต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ  ไม่สิ้นหวัง  ทั้งนี้ โรคมะเร็งร้ายจะหายหรือไม่หาย..ไม่สำคัญ ขอเพียงให้ปัจจุบันมีความสุขมีคุณภาพชีวิตที่ดี  มีกำลังใจดีอยู่อย่างมีสติก็พอใจที่สุดแล้ว