การเป็นมะเร็ง 2 ครั้ง ทำให้ฉันเปลี่ยนแปลงตัวเอง


การเป็นมะเร็ง 2 ครั้ง ทำให้ฉันเปลี่ยนแปลงตัวเอง

โดย อีดิท ซือ




ขอบคุณมะเร็งที่ทำให้ฉันแข็งแรงกว่าเดิม
       ฉันเป็นคนร่างกายอ่อนแอ ป่วยง่าย แพ้ง่ายตั้งแต่เกิด ภูมิคุ้มกันร่างกายไม่ดีมาก มักจะเป็นลมหากต้องยืนเข้าแถวตอนเช้าที่โรงเรียนเป็นเวลานาน แต่แม้ว่าสุขภาพฉันแย่ขนาดนี้ ฉันก็ไม่เคยคิดจะแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่ดีของตนเอง


เป็นมะเร็งครั้งแรกรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น
       ฉันไม่ได้รู้สึกเครียดมากตอนเป็นมะเร็งปากมดลูกครั้งแรกเมื่อปี 1998 ช่วงนั้นฉันอาศัยอยู่ที่อเมริกา หมอที่นั่นบอกว่าต้องตัดมดลูกออกทั้งหมด เพราะฉันอายุมากแล้วไม่ได้มีแผนสำหรับตั้งครรภ์อีก แต่จากคำแนะนำของสูตินรีแพทย์และผู้หญิงหลายคนที่ตัดมดลูกออก ทำให้ฉันรู้ว่าต้องรับฮอร์โมนตามกำหนด และยังส่งผลให้เกิดความไม่สบายหลายอย่างแก่ร่างกาย ดังนั้นฉันตัดสินใจตัดเฉพาะก้อนมะเร็งออกเท่านั้น ความคิดของฉันตอนนั้น คือ “ไม่ได้กังวลกับรูปลักษณ์ภายนอกของตนเอง แต่กังวลผลข้างเคียงที่จะเกิดกับร่างกาย ฉันต้องการรักษาสุขภาพที่แข็งแรงให้ได้มากที่สุด”


เป็นมะเร็งครั้งที่สองฉันจึงได้เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง
       หลังผ่าตัดมะเร็งครั้งแรก ฉันคิดว่าร่างกายดีแล้วจึงไม่คิดที่จะดูแลตัวเองเลย ใครจะรู้ว่าฉันจะพบกับฝันร้ายในเวลาอีกไม่นาน เพราะปีถัดมาฉันถูกตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม สายตาของหมอที่มองมาอย่างสงสาร ทำให้ฉันได้ตระหนักว่านี่ฉันเป็นผู้ป่วยมะเร็งจริงๆ ฉันไม่สามารถละเลยตัวเองได้อีกแล้ว เพื่อไม่เกิดครั้งที่สามและสี่ ฉันจึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นครั้งแรกในชีวิต


ปฏิเสธเคมีบำบัดที่ทำแค่เพื่อป้องกัน
       ขณะนั้นฉันอาศัยอยู่อเมริกา หมอที่อเมริกาแนะนำให้ฉันผ่าตัดเต้านมออกหมดหรือตัดเฉพาะก้อน จากนั้นต้องรับเคมีบำบัดและฉายรังสี ฉันเลือกผ่าตัดเฉพาะก้อนและเลือกแค่ฉายรังสี เหตุผลที่ทำไมฉันเลือกเช่นนี้ เพราะฉันเคยไปดูสถานที่สำหรับรับเคมีบำบัด พวกผู้ป่วยดูเจ็บปวดทรมานมาก สภาพแวดล้อมดังกล่าวทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายทันที ดังนั้น ฉันถามหมอว่าทำไมฉันต้องเคมีบำบัด หมอตอบมาสั้นๆ 2 คำ คือ “เพื่อป้องกัน” แต่ฉันไม่อยากต้องทรมานเพียงเพื่อการป้องกัน ซึ่งไม่รับรองผลที่แน่นอนอะไรเลย ถ้าฉันจะป้องกันมะเร็งฉันต้องเลือกทางด้วยตัวเอง


ออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วงฉายรังสีช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน
       ระหว่างการรักษาด้วยรังสี ฉันดำเนินชีวิตค่อนข้างเป็นระเบียบ กิจวัตรประจำวันช่วงฉายรังสีของฉัน คือ ตื่นนอน 7 โมงเช้า ออกไปเดินเล่นแถวบ้าน ฉันไม่ออกกำลังหักโหมแต่ทำสม่ำเสมอทุกวัน อาบน้ำอุ่นหลังออกกำลังกายเพื่อช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีสดชื่น และใช้ยาน้ำเทียนเซียน ร่างกายฉันแข็งแรงภูมิคุ้มกันดี ขับรถไปโรงพยาบาลเองตลอดการรักษา 7 สัปดาห์ ในขณะที่ผู้ป่วยบางคนต้องนั่งรถเข็นหรือต้องนอนเตียงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 ฉันเห็นเจ้าหน้าที่ผู้รักษาเองยังต้องใช้อุปกรณ์เพื่อป้องกันตัวเองจากรังสี ฉันฉุกคิดขึ้นว่าแม้แต่คนสุขภาพดียังกลัวขนาดนี้ แล้วผู้ป่วยล่ะ??? ดังนั้นฉันจึงเอาใจใส่ดูแลตัวเองอย่างดีระหว่างรักษา แทนที่จะไปทำหลังรักษาซึ่งอาจจะสายเกินไป


กิจวัตรเพื่อสุขภาพหลังการรักษา
       มะเร็งเหมือนโคลนที่อุดตันท่อระบายน้ำ ต้องล้างโคลนออกจากท่อก่อนแล้วค่อยใช้น้ำสะอาดล้างอีกที จากนั้นรักษาน้ำไว้ ท่อจึงจะสะอาดตลอดไป ดังนั้น เมื่อการรักษาเสร็จสิ้นฉันยังคงดูแลสุขภาพ เพื่อรักษาท่อระบายน้ำของฉันให้สะอาดเสมอ
แน่นอนว่าความเคยชินไม่ดีที่สะสมมาหลาย 10 ปี ย่อมต้องใช้เวลา  ตัวฉันก็ต้องใช้เวลากว่า 7 ปี เพื่อปรับปรุงตัวเอง ทางลัดในกรณีเช่นนี้เห็นทีจะไม่มี
       ตอนนี้ฉันรับประทานผักหลากหลาย เต้าหู้ ธัญพืช 5 ชนิด และถั่วต่างๆ ทุกวัน และใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย ฉันไม่ได้ถึงขนาดต้องปลีกตัวไปอยู่บนภูเขาเพื่อเปลี่ยนแปลงวิถีการดำรงชีวิตแบบหักดิบ ฉันสามารถต่อสู้มะเร็งโดยการอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม กลุ่มออแกนิคบางกลุ่มในอเมริกา เพราะเพื่อสุขภาพที่ดี ได้ก่อตั้งค่ายพักแรมบนที่สูงทิวทัศน์สวยงาม ผู้คนที่อาศัยที่นั่นรับประทานอาหารไม่ปรุงแต่ง ฉันเห็นเช่นนั้นยังสงสัยว่าถ้าวิธีนั้นดีจริง ฉันอาจใช้ชีวิตแบบนั้นหลังจากกลับบ้านเกิด แต่มันจะรักษาได้จริงหรือ? เพราะเพื่อนของฉันคนหนึ่งที่เป็นมะเร็ง ที่เชื่อว่าการรับประทานน้ำมะเขือเทศสดจะช่วยรักษามะเร็งได้ เขาจึงไม่ดื่มเครื่องดื่มอย่างอื่นยกเว้นน้ำมะเขือเทศ จนในที่สุดเขาก็เสียชีวิตไป


ฟังเสียงจากร่างกายเราเอง
       ทุกคนมีร่างกายที่แตกต่างกัน ละเรารู้จักตัวเองดีที่สุด โปรดฟังเสียงจากร่างกายของเราเอง อย่างเช่นร่างกายของฉันค่อนข้างมีสภาวะเป็นกรด ฉันจึงเริ่มรับประทานเนื้อสัตว์น้อยลง และระมัดระวังของหวาน สิ่งมหัศจรรย์ที่เราจะพบหลังการเปลี่ยนแปลงตัวเอง คือ ร่างกายเราจะขจัดของเสียโดยธรรมชาติ หลังจากขจัดของเสียร่างกายจะฟื้นฟูแข็งแรงขึ้น และสร้างระบบป้องกันโรคให้เรา จากที่ฉันเคยแพ้อาหารหลายอย่าง และนอนหลับไม่ลึกตื่นง่าย ตอนนี้ฉันรับประทานอาหารได้มาก นอนหลับดี ขับถ่ายคล่อง


ขอบคุณมะเร็งที่ทำให้ฉันแข็งแรงกว่าเดิม
       ตอนนี้ฉันเป็นคนแข็งแรง ไม่มีใครมองออกว่าฉันเป็นมะเร็งถึงสองครั้ง ถ้าจะให้วิจารณ์ตัวเองในอดีตที่ผ่านมา ฉันเป็นคนชอบการแข่งขัน โมโหร้าย ชอบความสมบูรณ์แบบ เหล่านี้ได้สร้างความกดดันให้อย่างมาก ซึ่งตอนนี้ฉันได้เปลี่ยนแปลงตัวเองไปแล้ว 
       หากกล่าวถึง "ยาน้ำเทียนเซียน" ต่อโรคมะเร็ง ตามประสบการณ์ของฉันมันไม่ใช่แค่การรักษาพื้นๆ ตามอาการ แต่เป็นการรักษาองค์รวม ขอให้ผู้ป่วยดูแลทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ และใช้ยาน้ำเทียนเซียนผสมผสานการรักษาแผนปัจจุบัน สุดท้ายขอขอบคุณมะเร็ง ที่ทำให้ตอนนี้ฉันสุขภาพดีกว่าเดิม