ครั้งแรกของยาจีนที่นำมาทดลองในร่างกายมนุษย์ให้ผลมะเร็งฝ่อลง


ครั้งแรกของยาจีนที่นำมาทดลองในร่างกายมนุษย์ให้ผลมะเร็งฝ่อลง




       โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University Hospital) ซึ่งเป็นโรงพยาบาลอันดับหนึ่งของไต้หวัน ทำการทดลองยาจีนชื่อ “ยาน้ำเทียนเซียน” ในผู้ป่วยมะเร็ง พบว่าให้ผลเพิ่มภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยมะเร็งและทำให้ขนาดก้อนมะเร็งลดลง นับเป็นการทดลองทางคลินิคในมนุษย์ของยาจีนเป็นครั้งแรกในรอบ 117 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงพยาบาล


       ยาที่นำมาทดลอง เป็นยาน้ำเทียนเซียนที่ได้รับการปรับแต่งส่วนประกอบเพียงเล็กน้อย เรียกว่า “THL-P” ส่วนประกอบของยาสกัดจากสมุนไพรจีน อาทิ ตงฉงเซี่ยเฉ่า หวงฉี ต่างเซิน ไป๋จู๋ หนี่เจินจื่อ เป็นต้น โดยตั้งแต่ปี 2008 ทางผู้ผลิตยาได้เริ่มเสนอข้อมูลการทดลองที่ผ่านมาทั้ง ในเซลล์  ในสัตว์ทดลอง เพื่อขอให้มีการทดลองในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม จนในที่สุดได้รับอนุมัติจากคณะกรรมจริยธรรมให้ทดลองในโรงพยาบาลได้


       นพ.เหยาเจี้ยนอัน ผู้อำนวยการหอผู้ป่วยทดลองทางคลินิกของโรงพยาบาล กล่าวว่า กลุ่มวิจัยเริ่มตั้งแต่ เดือนมิถุนายน 2009 เสร็จสิ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2011 รวมผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะ 4 จำนวน 44 ราย ในนี้เป็นแบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 30 ราย ให้รับประทาน THL-P วันละ 3 ครั้ง รวม 60 ซีซี ต่อวัน ที่เหลือ 14 ราย รับประทานยาหลอก


      ทีมวิจัยพบว่า กลุ่มที่รับประทาน THL-P ผลวัดคุณภาพชีวิต อาทิ สภาพร่างกาย ความเหนื่อยล้า ดีกว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่ได้ใช้ เซลล์ภูมิคุ้มกันในร่างกายก็เพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น ยิ่งมีความแข็งแรงของร่างกายในการต้านมะเร็งมากขึ้น  นอกจากนี้ ในการทดลองมีผู้ป่วยคนหนึ่งก้อนมะเร็งฝ่อเล็กลง อีกคนหนึ่งเซลล์มะเร็งก็ไม่ได้โตขึ้นอีก แต่อย่างไรก็ตาม ยาน้ำเทียนเซียนมีผลยับยั้งมะเร็งได้แค่ไหน ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม


      ในไต้หวันนั้น ยาน้ำเทียนเซียนถูกขึ้นทะเบียนเป็นอาหารเสริม นางหลินเวยเจี๋ย เลขานุการสมาคมผู้ป่วยมะเร็งเต้านมไต้หวัน กล่าวว่า “เป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ที่ยาน้ำเทียนเซียนเป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง มีคนกล่าวถึงยานี้คล้ายกับตำนาน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าทำไมแค่อาหารเสริมจึงให้ผลดีเช่นนี้”


       ทางด้าน นายหลี่ ประธานสมาคมแพทย์จีนไต้หวัน และแพทย์จีน เฉินฉาวจง แสดงความคิดเห็นว่า “ยาน้ำเทียนเซียนเป็นที่นิยมมาหลายปีแล้ว ในทางคลินิกพบว่าผลที่ได้ในแต่ละคนแตกต่างกันไป แต่เนื่องจากสูตรยาซึ่งไม่เปิดเผยทั้งหมด ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายว่าทำไมจึงได้ผล”  ส่วน นายเซี่ยหรุ่ยคุน ผู้อำนวยการศูนย์มะเร็งโรงพยาบาลหม่าเสีย ไต้หวัน บอกว่า “ยาน้ำเทียนเซียน เคยถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับประสิทธิผล หากว่าการทดลองของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันได้ยืนยันแล้ว ก็ควรที่จะขึ้นทะเบียนเป็นยา” 


       ผลการทดลองดังกล่าวข้างต้น ได้ถูกตีพิมพ์แล้วในวารสาร Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine, Volume 2012


ที่มา หนังสือพิมพ์ผิงกว๋อยื่อเป้า (Apple Daily)
ชิว จวิ้น จี๋/รายงานจากกรุงไทเป ไต้หวัน