รักษาสมดุล กรด-ด่าง เพื่อสุขภาพ ตอนที่ 2


รักษาสมดุล "กรด-ด่าง" เพื่อสุขภาพ ตอนที่ 2


จากตอนที่ 1 ที่นำเสนอเรื่องสาเหตุของการเกิดภาวะกรดในร่างกายไปแล้ว ตอนที่ 2 มาว่ากันต่อเลย เรื่องอันตรายที่จะเกิดขึ้น และวิธีการแก้ไข


อันตรายที่เกิดจากสภาวะกรดในร่างกาย


   1.  เลือดที่เป็นกรดจะมีสีเข้ม มีความหนืดเพิ่มขึ้น บางครั้งเป็นสีดำ และมีความขุ่น
   2.  ร่างกายของมนุษย์เหมือนกับบ่อน้ำใหญ่ ของเหลวในร่างกายเปรียบเหมือนกับน้ำในบ่อ เซลล์ต่างๆ คือ ปลาในบ่อ หากน้ำมีมลพิษ ปลาก็เป็นโรคจนกระทั่งตายไป เช่นเดียวกัน หากของเหลวในร่างกายมีมลพิษจากกรด  เซลล์ก็อาจกลายพันธุ์และตาย สมรรถภาพของอวัยวะก็ลดลง ก่อให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา
   3.  สภาวะความเป็นกรดทำให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายอ่อนแอลง ภูมิต้านทานร่างกายอ่อนแอ ก่อให้เกิดโรค ทำให้ผิวหนังหยาบกร้าน เกิดริ้วรอยมาก หน้าดำคล้ำ เป็นต้น
   4.  ทุก 0.1 ของ pH ร่างกายที่ลดลง จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของกลุ่มเซลล์ตับอ่อนลดลง 30% ง่ายต่อการเกิดโรคเบาหวาน
   5.  ค่า pH ของเซลล์มะเร็งอยู่ระหว่าง 6.85 - 6.95 ซึ่งเป็นสภาวะกรด โดยร่างกายที่เป็นกรดเอื้อประโยชน์ต่อการรอดชีวิตของเซลล์มะเร็ง รวมถึงการแพร่กระจาย
   6.   ร่างกายที่เป็นกรด ทำให้สสารที่เป็นกรดสะสมในเลือดและตับ ทำให้ง่ายต่อการเกิดไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ
   7.  ร่างกายที่เป็นกรด ทำให้เกิดอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น การดูดซึมแคลเซียมยากขึ้น


แก้ไขสภาวะเป็นกรดของร่างกายได้อย่างไร


   1.  ต้องอารมณ์ดีอยู่เสมอ เพราะการระงับอารมณ์ มีผลต่อความเป็นกรดในร่างกายอย่างมาก
   2.  ต้องออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายที่พอเหมาะ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ช่วยในการขับกรดออกจากร่างกาย
   3.  ต้องแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ดำเนินชีวิตเพื่อให้ร่างกายอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง
   4.  ไม่รับประทานอาหารมื้อดึก ซึ่งในที่นี้หมายถึงเวลาหลัง 2 ทุ่มเป็นต้นไป เนื่องจากตอนกลางคืนร่างกายของมนุษย์ทำงานน้อยลง อวัยวะส่วนใหญ่พักการทำงาน หากรับประทานอาหารช่วงนี้จะทำให้อาหารตกค้างในลำไส้  เกิดกรด  เกิดสารพิษ ส่งผลให้ร่างกายมีสภาวะเป็นกรด
   5.  ต้องรับประทานอาหารเช้า ในช่วงเวลาเช้าตรู่ประมาณ 4:30 น. อุณหภูมิในร่างกายของเราจะต่ำสุด การไหลเวียนของเลือดจะช้า หากนอนดึกเกินไปแล้วมานอนต่อช่วงเช้าตื่นสาย ทำให้ไม่ได้รับประทานอาหารเช้า การไหลเวียนของเลือดก็ช้าลง ทำให้ได้รับออกซิเจนน้อยลง เกิดภาวะขาดออกซิเจน ทำให้ร่างกายกลายเป็นกรดได้
   6.  ต้องดื่มน้ำมากๆ (หากชอบดื่มน้ำต้ม นี่เป็นเคล็ดลับการต้มน้ำที่ควรรู้  : เมื่อต้มน้ำจนเดือดแล้วอย่าเพิ่งปิดไฟ แต่ปล่อยให้น้ำเดือดอีกสักครู่หนึ่ง หลังจากน้ำเดือดแล้วเปิดฝากาประมาณ 3 นาที ให้ความเป็นกรดในน้ำและสารที่เป็นอันตรายระเหยไปก่อน และที่สำคัญน้ำที่ต้มไว้ต้องดื่มให้หมดภายใน 1 วัน ไม่ควรเก็บค้างคืน)
   7.  จัดระเบียบอาหาร  โดยควรรับประทานอาหารที่เป็นกรดเทียบกับอาหารที่เป็นด่าง ในอัตราส่วน 20:80 (กรด 20 ส่วน ด่าง 80 ส่วน) ดื่มน้ำอัลคาไลน์ (น้ำด่าง) มากขึ้น ดื่มเครื่องดื่มที่เป็นกรดน้อยลง อาทิ น้ำอัดลม รับประทานอาหารที่เป็นด่างมากขึ้น อาทิ ข้าวกล้อง ผักผลไม้ต่างๆ สาหร่ายทะเล


*** สิ่งที่ต้องแก้ไขความเข้าใจผิด ***


     ความเป็นกรด-ด่าง ของอาหารไม่ได้อยู่ที่รสชาติ ที่จะกำหนดว่าอาหารรสเปรี้ยวเป็นกรด แต่ความเป็นกรดของอาหารขึ้นอยู่กับ สัดส่วนที่เหลืออยู่ของเถ้าอาหาร และแร่ธาตุของอาหาร โดย โพแทสเซียม โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะแสดงปฏิกิริยาเป็นด่าง ส่วนฟอสฟอรัส คลอรีน กำมะถัน เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะแสดงปฏิกิริยาเป็นกรด



 

รับข้อมูลยาจีนที่ช่วยทำให้การรักษามะเร็งได้ผลดีและเร็วยิ่งขึ้น คลิกที่นี่ หรือโทร โทร.02-264-2217-9