รักษาสมดุล กรด-ด่าง เพื่อสุขภาพ ตอนที่ 1


รักษาสมดุล “กรด-ด่าง” เพื่อสุขภาพ ตอนที่ 1

 

สภาวะความเป็นกรดคืออะไร
     อาหารทุกชนิดสามารถแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่ม ตามคุณสมบัติทางเคมีของอาหารก็คือ อาหารที่มีความเป็นกรด (Acid-forming diets) และอาหารที่มีความเป็นด่าง (Alkaline or Base-forming diets) การวัดความเป็นกรดเป็นด่างนั้นไม่ได้สัมพันธ์กับรสชาติอาหาร เช่น รสเปรี้ยวต้องเป็นกรด แต่วัดกันที่หลังจากอาหารผ่านกระบวนการเผาผลาญของร่างกายแล้ว เถ้าหรือสิ่งสุดท้ายที่เหลือหลังจากที่อาหารถูกย่อยสลายจนหมด นั้นเป็นกรดหรือด่าง

 

     ความเป็นกรดเป็นด่างของอาหาร แน่นอนว่าย่อมจะส่งผลสุขภาพร่างกาย ค่า pH ของเลือดในร่างกายปกติควรอยู่ระหว่าง 7.35-7.45 หาก pH แต่หาก pH อยู่ที่ 7.35 หรือน้อยกว่า ในทางการแพทย์เรียกว่า “สภาวะเป็นกรด”  ยิ่งตัวเลขต่ำมากยิ่งเป็นกรดมาก โดยแพทย์ที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งในญี่ปุ่น ได้ทำการศึกษาในผู้ป่วยมะเร็ง พบว่า เลือดของผู้ป่วยมะเร็งร้อยละ 100 มีสภาวะเป็นกรด !!!

 

     การรับประทานอาหารที่เป็นกรด นอกจากมีข้อเสียต่อทางเดินอาหาร อาทิ สร้างความระคายเคืองให้กับกระเพาะอาหาร แต่สิ่งที่ร้ายแรงกว่านั้นก็คือ ความเป็นกรดที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่อความสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย เนื่องจากร่างกายจำเป็นต้องสะเทินฤทธิ์ความเป็นกรดที่เกิดขึ้น เพื่อรักษาความเป็นกรด-ด่างของร่างกายให้มี pH ประมาณ 7.4  นอกจากนี้ หากร่างกายเป็นกรดนาน จะมีปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมา อาทิ เกิดการเหนี่ยวนำให้เกิดนิ่ว  ความรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรง ปวดกล้ามเนื้อและกระดูก หอบหืด และความดันโลหิตสูง เป็นต้น

 

มูลเหตุทำให้สภาวะร่างกายกลายเป็นกรด


1. รับประทานอาหารที่มีกรดแลคติคมากเกินไป
   อาหารประเภท เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ เนื้อวัว แฮม เป็นต้น เหล่านี้ล้วนเป็นอาหารประเภทกรด หากรับอาหารที่เป็นกรดเหล่านี้มากเกินไป เลือดจะเป็นกรดและเลือดหนืด ยากแก่การไหลเวียน ทำให้มือ เท้า ข้อเข่า มีสภาวะเย็น ไหล่แข็งติด นอนไม่หลับ เป็นต้น


2. วิถีชีวิตที่ผิดปกติ
   การดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ จะกระตุ้นภาวะความเป็นกรดแก่ร่างกาย วิถีชีวิตที่ไม่มีกฎเกณฑ์ กินนอนไม่เป็นเวลาตามธรรมชาติ เช่น นอนกลางวัน กลางคืนตื่นทำงาน กินตอนกลางคืน ซึ่งผิดจากวิถีของธรรมชาติ เหล่านี้ทำให้ระบบประสารทอัตโนมัติ (Autonomic nervous system) ซึ่งทำงานตามเวลาของกลางวัน-กลางคืน ทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ และตามสถิติ คนนอนดึกมีโอกาสเป็นมะเร็งสูงถึง 5 เท่า


3. ขาดการออกกำลังกาย
   การออกกำลังกายใต้แสงแดดให้เหงื่อออก จะช่วยขับกรดออกจากร่างกาย แต่วิถีชีวิตที่สุขสบายในปัจจุบัน การใช้แรงงาน การออกกำลังหนักๆ จึงน้อยลง เป็นเหตุให้กรดยังตกค้างอยู่ในร่างกายเป็นระยะเวลานาน


4. ภาวะกดดันทางจิตใจ
   ความตึงเครียดและความกดดัน ทำให้ร่างกายเกิดสภาวะเป็นกรดอย่างร้ายแรง นักวิทยาศาสตร์พบว่า ช่วงเวลาที่มนุษย์มีอารมณ์โกรธ โดยเฉพาะโกรธจัด ลมหายใจออกจะเป็นพิษ หากไม่ลดความกดดัน จะส่งผลให้ร่างกายกลายเป็นกรด


     นอกจากนั้นสภาวะความเป็นกรดยังก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยมะเร็งอีกด้วย จะเป็นอันตรายมากน้อยแค่ไหนอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

 

 

รับข้อมูลยาจีนที่ช่วยทำให้การรักษามะเร็งได้ผลดีและเร็วยิ่งขึ้น คลิกที่นี่ หรือโทร โทร.02-264-2217-9