Patient & Care giver
                            กำลังใจดีๆ จากเพื่อน.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.feidathai.com
 ข่าวประชาสัมพันธ์
                    ติดตามข่าวสารดีๆ กับเราได้ที่นี่.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.feidathai.com
 สิทธิพิเศษ สำหรับผู้ติดต่อเรา เท่านั้น!
                            Tianxian Family มีสิ่งดีๆ รอมอบให้คุณ.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.feidathai.com
 โรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยมะเร็งในประเทศไทย
                            Tianxian Family มีสิ่งดีๆ รอมอบให้คุณ.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.feidathai.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.feidathai.com
                                                                                                                                          THAI   ENGLISH  worldwide :

 
 
 


Topic :  อาการข้างเคียงเคมีบำบัดและการดูแล



อาการข้างเคียงเคมีบำบัดและการดูแล
 

 ยาเคมีบำบัด


      เนื่องจากยาเคมีบำบัดเมื่อเข้าสู่ร่างกายและผ่านสู่อวัยวะทางกระแสเลือดแล้ว ยาเคมีจะไปทำลายเซลล์มะเร็งเเละทำลายเซลล์ปกติด้วย โดยเฉพาะเซลล์ที่มีการเจริญเติบโตและมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว เช่น เซลล์เยื่อบุทางเดินอาหาร, เส้นผม, เม็ดเลือด ดังนั้น จึงเกิดผลข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์ในระหว่างการให้ยาเคมีบำบัดแต่ละครั้งต่อเซลล์ อาการไม่พึ่งประสงค์ที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันขึ้นกับชนิดของยาเคมีบำบัดที่ได้รับ และปฏิกิริยาตอบสนองต่อยา ของร่างกายผู้ได้รับยาเคมีบำบัดนั้น

     อย่างไรก็ตาม อาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นจะหายไปเมื่อสิ้นสุดการให้ยาเคมีบำบัด ซึ่งอาการไม่พึงประสงค์จะขึ้นกับชนิดของยาเคมีบำบัดที่ได้รับ และปฏิกิริยาตอบสนองต่อยาของร่างกายผู้ได้รับยาเคมีบำบัดนั้น เมื่อหยุดยาเซลล์เหล่านี้ก็จะฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติได้เร็ว จึงต้องมีระยะพักระหว่างให้ยาแต่ละครั้ง ก็เพื่อให้เซลล์เหล่านี้ฟื้นตัวกลับสู่สภาพปกติ

ข้อควรปฏิบัติในการดูแลตนเองเมื่อเกิดผลข้างเคียงเคมีบำบัด

1. คลื่นไส้ อาเจียน อาจเริ่มมีอาการ เกิดขึ้น 1-6 ชั่วโมงหลังได้รับยา วิธีการดูแล
     - ก่อนให้ยาเคมีบำบัด 3-4 ชั่วโมง ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย
     - หลังการให้ยาเคมีบำบัด รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย หรือ อาหารเหลวใส เช่น น้ำซุป ครั้งละน้อยๆแต่บ่อยครั้ง
     - หลีกเลี่ยง อาหารที่มีรสจัด หวาน เค็มหรือ มีไขมัน และของทอดทุกชนิด รวมทั้งงดอาหารที่ใส่เครื่องเทศ
     - งดเครื่องดื่มจำพวกน้ำอัดลม เหล้า/เบียร์ งดการสูบบุหรี่
     - ทำความสะอาดปากและฟันหลังอาหารทุกมื้อ
     - ถ้ารู้สึกคลื่นไส้ ให้พักผ่อนและสูดหายใจยาวๆ ลึกๆ ช้าๆ ใช้การผ่อนคลายอารมณ์ เช่น การฟังดนตรี การดูทีวี เป็นต้น
     - สำหรับบางคนที่มี อาการคลื่นไส้และอาเจียนมากตลอดวัน และรับประทานอาหารได้น้อยมาก ควรรีบปรึกษาแพทย์ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับยา /น้ำเกลือเพื่อแก้ไขภาวะดังกล่าว


2. แผลในปาก

     - แปรงฟันด้วยแปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม ใช้ยาสีฟันที่ไม่ระคาย เคืองและบ้วนปากทุกครั้งหลังรับประทานอาหารทุกมื้อ ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
     - รับประทานอาหารอ่อนๆ และดื่มน้ำบ่อยๆ วันละ2500- 3000 ซีซี (ถ้าไม่มีข้อจำกัดหรือมีโรคประจำตัว)
     - อมน้ำแข็งบด จะช่วยให้รู้สึกสบายขึ้น
     - ถ้ามีแผลในปากมาก แพทย์จะพิจารณาให้ยาเพื่อรักษาอาการ


3. ผมร่วง
     - ให้ตัดผมสั้น การดูแลผมจะง่ายกว่าในกรณีที่เกิดผมร่วง
     - ใช้แชมพูสระผมชนิดอ่อนๆ เช่นแชมพูเด็ก และอย่าสระผมบ่อย
     - ใช้แปรงที่มีขนนิ่มๆแปรงผม หรือหวีที่มีซี่ฟันห่างๆและอย่าหวีผมบ่อย
     - หลีกเลี่ยงการเป่าผม ดัดผม หรือย้อมผม
     - ควรเตรียมวิกผมไว้ล่วงหน้า ก่อนผมร่วงหมด จะเข้ากับรูปหน้าที่มีผมตามธรรมชาติ มากกว่าซื้อวิกผมเมื่อผมร่วงมากแล้วโดยควรปรึกษากับแพทย์ก่อนว่า ควรต้องใช้วิกหรือไม่
     - ใส่หมวก ใช้ผ้าโพกศีรษะเวลาเดินทางออกนอกบ้าน


4. ท้องเสีย

     - รับประทานอาหารที่สะอาดและปรุงสุกแล้ว
     - รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย งดเว้นการรับประทานอาหารผัก ผลไม้
     - รับประทานอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย รสจืด ครั้งละน้อยๆ งดอาหารที่ระคายเคือง ระบบทางเดินอาหาร เช่น อาหารทอด อาหารมันๆ
     - หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส เช่น ถั่ว โซดา งดการดื่มนม และผลิตภัณฑ์จากนม
     - งดดื่ม ชา กาแฟ ตลอดจนน้ำผลไม้ทุกชนิดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
     - รับประทานยาแก้ท้องเสียตามแพทย์สั่ง
     - ควรดื่มน้ำทดแทนมากๆ เช่น น้ำอุ่น น้ำชาอุ่นๆ เป็นต้น



5. ท้องผูก
     - รับประทานอาหารที่มีกากใย เช่นผัก และผลไม้ ธัญพืช ข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือให้มากขึ้น
     - ดื่มน้ำมากๆ วันละ2.5- 3 ลิตร อาจจะดื่มเป็นน้ำผลไม้ น้ำมะตูม น้ำใบบัวบก น้ำ มะขามก็ได้ถ้าไม่มีข้อจำกัดหรือมีโรคประจำตัว)
     - ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้
     - ฝึกการขับถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา ดื่มน้ำอุ่นๆ ในตอนเช้า
     - ใช้ยาถ่าย หรือ ยาระบาย ตามคำสั่งแพทย์


6. ผิวหนังและเล็บ
ยาบางชนิดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง และเล็บ ผิวหน้าอาจมีฝ้าขึ้นหรือสีคล้ำ ผิวหนังแห้ง เล็บมีรอยดำคล้ำ อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นชั่วคราว
     - หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดจ้า
     - ด้วยการสวมเสื้อแขนยาว ใช้ร่ม หรือสวมหมวก 
     - ทายากันแดดที่หน้า เพื่อป้องกันฝ้า 
     - ทาครีมหรือน้ำมันบำรุงผิวหนังเพื่อช่วยให้ชุ่มชื่น


7. การป้องกันการติดเชื้อ

     ยาเคมีบำบัดอาจทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วง 7-14 วันหลังให้ยา เนื่องจากยา บางชนิดกดการทำงานของไขกระดูก ซึ่งทำให้การสร้างเม็ดเลือดขาวน้อยลง เกิดภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ ( Leukocytopenia)
     - ไม่ควรไปในสถานที่แออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เช่น ศูนย์การค้า ตลาดนัด โรงภาพยนตร์ เป็นต้น 
     - หลีกเลี่ยงให้ห่างจากบุคคลที่ไม่สบายหรือเป็นโรคติดต่อ เช่น เป็นหวัด ไข้หวัดใหญ่ หัด ฯลฯ 
     - ล้างมือก่อนและหลังรับประทานอาหาร และภายหลังจากเข้าห้องน้ำทุกครั้ง
 ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการติดเชื้อ เช่น มีไข้สูง หนาวสั่น เจ็บคอ ไอมาก ควรรีบมาพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง


8. เพศสัมพันธ์

     ยาเคมีบำบัดอาจมีผลกับอวัยวะสืบพันธุ์ และหน้าที่การทำงานของอวัยวะทั้งเพศหญิงและเพศชาย แต่ไม่เสมอไป ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้นั้นขึ้นอยู่กับยาที่ผู้ป่วยได้รับ อายุ และสุขภาพทั่วไปของตัวผู้ป่วยเอง 
     - เพศชาย ยาเคมีบำบัดจะทำให้มีการผลิตอสุจิน้อยลง (ขึ้นอยู่กับยาที่ได้รับ) แต่ผู้ป่วยก็สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ และสามารถมีบุตรได้ โดยการเก็บอสุจิไว้กับโรงพยาบาลก่อนได้รับยาเคมีบำบัด ผู้ป่วยจึงควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ 
     - เพศหญิง ยาเคมีบำบัดจะมีผลทำให้บางคนมีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือขาดประจำเดือน มีภาวะช่อง คลอดแห้ง เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ จึงควรใช้ครีมเพื่อช่วยหล่อลื่น นอกจากนี้ควรคุมกำเนิดในระหว่างรักษาด้วยยาเคมีบำบัด เพราะทารกในครรภ์อาจเกิดความผิดปกติได้

9. อารมณ์     

   ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด อาจมีอารมณ์แปรปรวนเนื่องจากความวิตกกังวลต่อโรคที่เป็น และต่ออาการอันเกิดจากผลข้างเคียงของยาเคมี บางรายอาจมีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษา จึงจำเป็นที่ครอบครัว ญาติ และเพื่อน ควรมีส่วนร่วม ในการช่วยเหลือผู้ป่วย โดยการดูแลเอาใจใส่ และพูดคุยให้กำลังใจ เพื่อให้รู้สึกสบายใจ มีกำลังใจขึ้น และคลายความวิตกกังวล ไม่ควรท้อแท้หรือหมดกำลังใจ และหยุดการรักษาโดยที่การรักษายังไม่ครบกำหนด

 

 

รับข้อมูลยาจีนเพื่อการรักษามะเร็งให้ได้ผลดีและเร็วยิ่งขึ้น คลิกที่นี่ หรือโทร โทร.02-264-2217-9

 



เข้าชม : 2963
 
 
 
 
มะเร็งไม่สิ้นหวัง วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2557
โรคมะเร็งเป็นโรคที่ใช้เวลานานหลายปีในการก่อให้เกิดโรค ชนิดของโรคมะเร็งในแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน แต่ก็ล้วนมีส่วนสัมพันธ์กับปัจจัยต่างๆในการใช้ชีวิต
มะเร็งระบบทางเดินอาหาร รู้ทัน รู้เร็ว รักษาได้
หลอดอาหาร กระเพาะ ตับ ลำไส้ ส่วนใหญ่เกิดมะเร็งจากพฤติกรรมประจำวัน หากรู้ทันก็สู้ได้
หนทางชนะมะเร็ง
การรักษาแผนปัจจุบันคู่ยาจีน ช่วยเพิ่มโอกาสการอยู่รอดจากมะเร็งได้
รู้ไว้ใช่ว่า... สมุนไพรกับการรักษามะเร็ง
ผู้ป่วยมะเร็งผูกพันกับสมุนไพรมาช้านาน อาจใช้ช่วยขจัดอาการข้างเคียงหรือเป็นเครื่องดื่ม
ไขความลับพิชิตมะเร็งด้วยยาจีน
มะเร็งยังมีทางออกที่ไม่สิ้นหวัง ให้ยาจีนช่วยคุณ
ชนะมะเร็งได้ มิใช่อยู่ที่ก้อน
การรักษามะเร็งไม่ได้อยู่ที่เนื้อร้ายเพียงอย่างเดียว
ยาจีนกับผลการทดลองในผู้ป่วยมะเร็ง
ครั้งแรกของยาจีนที่นำมาทดลองในมนุษย์เป็นผลสำเร็จ
เจาะลึก... การรักษามะเร็ง
การดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งให้ได้ผลสูงสุด จำเป็นต้องผสมผสานหลายวิธีเข้าด้วยกัน
หลักรักษามะเร็ง 8 ประการของแพทย์จีน
แพทย์จีนจะเน้นรักษาแบบทั่วร่างกาย โดยพิจารณาที่ร่างกายคนไข้ก่อน แล้วหาทุกวิธีทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติ
ยับยั้งมะเร็งต้องทำลายเซลล์ต้นกำเนิด
ผู้ป่วยรักษามะเร็งอย่างหนัก แต่ทำไมมะเร็งยังเกิดซ้ำหรือกระจายอีก นั่นเพราะเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง
เสริมภูมิคุ้มกัน วิธีพื้นฐานในการป้องกันโรคมะเร็ง
การต้านความชราและป้องกันโรคมะเร็งไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แค่เรารู้จักเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและเพียงพอ
เราฝากชีวิตไว้กับยาฆ่ามะเร็งได้หรือไม่
ด้วยประสิทธิภาพที่คาดการณ์แน่นอนไม่ได้ และผลข้างเีคียงที่รุนแรง หรือว่ายาฆ่ามะเร็งไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
ยาจีนยับยั้งก่อนเซลล์เปลี่ยนเป็นมะเร็ง
ยีน p53 ซึ่งเป็นยีนยับยั้งมะเร็งของสิ่งมีชีวิต ยาจีนมีบทบาทต้านการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลันของ ยีน p53 ได้เป็นอย่างดี จึงช่วยต้านมะเร็ง
หลักการรักษามะเร็งแบบบูรณาการของแพทย์แผนจีน
แพทย์แผนปัจจุบันรักษามะเร็งเน้นที่ โรค แต่แพทย์จีนเน้นที่ ผู้ป่วย ดังนั้นหากใช้ 2 วิธีนี้บูรณาการกันย่อมทำให้การรักษาได้ผลดีและเร็วขึ้น
รังสีรักษาเนื้องอกในสมอง
ส่วนใหญ่มะเร็งและเนื้องอกในสมองที่รุนแรงมากมักมีความต่อรังสี ดังนั้นรังสีรักษาจึงมีบทบาทมากในการรักษามะเร็งชนิดนี้
 
 
   
 


Copyright @ 2010
FEIDA CO., LTD. All rights reserved.213/5 Asoke Tower., 6 Flr.,Sukhumvit 21 Rd.,North Klongtoey.,Wattana., Bangkok 10110
E-mail: info@feidathai.com
 Checkmail

มะเร็ง ยาน้ำเทียนเซียน สมุนไพรจีน ยาจีน โรคมะเร็ง    สถิติเว็บไซต์   * เว็บไซต์นี้แสดงผลได้ดีกับ Internet Explorer *