1 / 7
2 / 7
3 / 7
4 / 7
5 / 7
6 / 7
7 / 7
 
 


Topic :  วิธีดูแลและแก้ไขอาการข้างเคียงที่พบบ่อยจากเคมีบำบัด



วิธีดูแลและแก้ไขอาการข้างเคียงที่พบบ่อยจากเคมีบำบัด
 

 


      เนื่องจากยาเคมีบำบัดเมื่อเข้าสู่ร่างกายและผ่านสู่อวัยวะทางกระแสเลือดแล้ว ยาเคมีจะไปทำลายเซลล์มะเร็งเเละทำลายเซลล์ปกติด้วย โดยเฉพาะเซลล์ที่มีการเจริญเติบโตและมีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว เช่น เซลล์เยื่อบุทางเดินอาหาร, เส้นผม, เม็ดเลือด ดังนั้น จึงเกิดผลข้างเคียงหรืออาการไม่พึงประสงค์ในระหว่างการให้ยาเคมีบำบัดแต่ละครั้งต่อเซลล์ อาการไม่พึ่งประสงค์ที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันขึ้นกับชนิดของยาเคมีบำบัดที่ได้รับ และปฏิกิริยาตอบสนองต่อยา ของร่างกายผู้ได้รับยาเคมีบำบัดนั้น

     อย่างไรก็ตาม อาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นจะหายไปเมื่อสิ้นสุดการให้ยาเคมีบำบัด ซึ่งอาการไม่พึงประสงค์จะขึ้นกับชนิดของยาเคมีบำบัดที่ได้รับ และปฏิกิริยาตอบสนองต่อยาของร่างกายผู้ได้รับยาเคมีบำบัดนั้น เมื่อหยุดยาเซลล์เหล่านี้ก็จะฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติได้เร็ว จึงต้องมีระยะพักระหว่างให้ยาแต่ละครั้ง ก็เพื่อให้เซลล์เหล่านี้ฟื้นตัวกลับสู่สภาพปกติ

ข้อควรปฏิบัติในการดูแลตนเองเมื่อเกิดผลข้างเคียงเคมีบำบัด

1. คลื่นไส้ อาเจียน อาจเริ่มมีอาการ เกิดขึ้น 1-6 ชั่วโมงหลังได้รับยา วิธีการดูแล
     -  ก่อนให้ยาเคมีบำบัด 3-4 ชั่วโมง ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย
     -  หลังการให้ยาเคมีบำบัด รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย หรือ อาหารเหลวใส เช่น น้ำซุป ครั้งละน้อยๆแต่บ่อยครั้ง
     -  หลีกเลี่ยง อาหารที่มีรสจัด หวาน เค็มหรือ มีไขมัน และของทอดทุกชนิด รวมทั้งงดอาหารที่ใส่เครื่องเทศ
     -  งดเครื่องดื่มจำพวกน้ำอัดลม เหล้า/เบียร์ งดการสูบบุหรี่
     -  ทำความสะอาดปากและฟันหลังอาหารทุกมื้อ
     -  ถ้ารู้สึกคลื่นไส้ ให้พักผ่อนและสูดหายใจยาวๆ ลึกๆ ช้าๆ ใช้การผ่อนคลายอารมณ์ เช่น การฟังดนตรี การดูทีวี เป็นต้น
     -  สำหรับบางคนที่มี อาการคลื่นไส้และอาเจียนมากตลอดวัน และรับประทานอาหารได้น้อยมาก ควรรีบปรึกษาแพทย์ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับยา /น้ำเกลือเพื่อแก้ไขภาวะดังกล่าว

2.  แผลในปาก
     - แปรงฟันด้วยแปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม ใช้ยาสีฟันที่ไม่ระคาย เคืองและบ้วนปากทุกครั้งหลังรับประทานอาหารทุกมื้อ ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
     - รับประทานอาหารอ่อนๆ และดื่มน้ำบ่อยๆ วันละ2500- 3000 ซีซี (ถ้าไม่มีข้อจำกัดหรือมีโรคประจำตัว)
     - อมน้ำแข็งบด จะช่วยให้รู้สึกสบายขึ้น
     - ถ้ามีแผลในปากมาก แพทย์จะพิจารณาให้ยาเพื่อรักษาอาการ




3. ผมร่วง
    
- ให้ตัดผมสั้น การดูแลผมจะง่ายกว่าในกรณีที่เกิดผมร่วง
     - ใช้แชมพูสระผมชนิดอ่อนๆ เช่นแชมพูเด็ก และอย่าสระผมบ่อย
     - ใช้แปรงที่มีขนนิ่มๆแปรงผม หรือหวีที่มีซี่ฟันห่างๆและอย่าหวีผมบ่อย
     - หลีกเลี่ยงการเป่าผม ดัดผม หรือย้อมผม
     - ควรเตรียมวิกผมไว้ล่วงหน้า ก่อนผมร่วงหมด จะเข้ากับรูปหน้าที่มีผมตามธรรมชาติ มากกว่าซื้อวิกผมเมื่อผมร่วงมากแล้วโดยควรปรึกษากับแพทย์ก่อนว่า ควรต้องใช้วิกหรือไม่
     - ใส่หมวก ใช้ผ้าโพกศีรษะเวลาเดินทางออกนอกบ้าน

4. ท้องเสีย
     - รับประทานอาหารที่สะอาดและปรุงสุกแล้ว
     - รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย งดเว้นการรับประทานอาหารผัก ผลไม้
     - รับประทานอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย รสจืด ครั้งละน้อยๆ งดอาหารที่ระคายเคือง ระบบทางเดินอาหาร เช่น อาหารทอด อาหารมันๆ
     - หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส เช่น ถั่ว โซดา งดการดื่มนม และผลิตภัณฑ์จากนม
     - งดดื่ม ชา กาแฟ ตลอดจนน้ำผลไม้ทุกชนิดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
     - รับประทานยาแก้ท้องเสียตามแพทย์สั่ง
     - ควรดื่มน้ำทดแทนมากๆ เช่น น้ำอุ่น น้ำชาอุ่นๆ เป็นต้น

5. ท้องผูก
     - รับประทานอาหารที่มีกากใย เช่นผัก และผลไม้ ธัญพืช ข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือให้มากขึ้น
     - ดื่มน้ำมากๆ วันละ2.5- 3 ลิตร อาจจะดื่มเป็นน้ำผลไม้ น้ำมะตูม น้ำใบบัวบก น้ำ มะขามก็ได้ถ้าไม่มีข้อจำกัดหรือมีโรคประจำตัว)
     - ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้
     - ฝึกการขับถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา ดื่มน้ำอุ่นๆ ในตอนเช้า
     - ใช้ยาถ่าย หรือ ยาระบาย ตามคำสั่งแพทย์

6. ผิวหนังและเล็บ
     ยาบางชนิดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง และเล็บ ผิวหน้าอาจมีฝ้าขึ้นหรือสีคล้ำ ผิวหนังแห้ง เล็บมีรอยดำคล้ำ อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นชั่วคราว
     - หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดจ้า
     - ด้วยการสวมเสื้อแขนยาว ใช้ร่ม หรือสวมหมวก
     - ทายากันแดดที่หน้า เพื่อป้องกันฝ้า
     - ทาครีมหรือน้ำมันบำรุงผิวหนังเพื่อช่วยให้ชุ่มชื่น


  

7. การป้องกันการติดเชื้อ
     ยาเคมีบำบัดอาจทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วง 7-14 วันหลังให้ยา เนื่องจากยา บางชนิดกดการทำงานของไขกระดูก ซึ่งทำให้การสร้างเม็ดเลือดขาวน้อยลง เกิดภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำ ( Leukocytopenia)
     - ไม่ควรไปในสถานที่แออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เช่น ศูนย์การค้า ตลาดนัด โรงภาพยนตร์ เป็นต้น 
     - หลีกเลี่ยงให้ห่างจากบุคคลที่ไม่สบายหรือเป็นโรคติดต่อ เช่น เป็นหวัด ไข้หวัดใหญ่ หัด ฯลฯ 
     - ล้างมือก่อนและหลังรับประทานอาหาร และภายหลังจากเข้าห้องน้ำทุกครั้ง
 ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการติดเชื้อ เช่น มีไข้สูง หนาวสั่น เจ็บคอ ไอมาก ควรรีบมาพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง

8. เพศสัมพันธ์ 
     ยาเคมีบำบัดอาจมีผลกับอวัยวะสืบพันธุ์ และหน้าที่การทำงานของอวัยวะทั้งเพศหญิงและเพศชาย แต่ไม่เสมอไป ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นได้นั้นขึ้นอยู่กับยาที่ผู้ป่วยได้รับ อายุ และสุขภาพทั่วไปของตัวผู้ป่วยเอง 
     - เพศชาย ยาเคมีบำบัดจะทำให้มีการผลิตอสุจิน้อยลง (ขึ้นอยู่กับยาที่ได้รับ) แต่ผู้ป่วยก็สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ และสามารถมีบุตรได้ โดยการเก็บอสุจิไว้กับโรงพยาบาลก่อนได้รับยาเคมีบำบัด ผู้ป่วยจึงควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ 
     - เพศหญิง ยาเคมีบำบัดจะมีผลทำให้บางคนมีประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือขาดประจำเดือน มีภาวะช่อง คลอดแห้ง เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ จึงควรใช้ครีมเพื่อช่วยหล่อลื่น นอกจากนี้ควรคุมกำเนิดในระหว่างรักษาด้วยยาเคมีบำบัด เพราะทารกในครรภ์อาจเกิดความผิดปกติได้

9. อารมณ์      
     ผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด อาจมีอารมณ์แปรปรวนเนื่องจากความวิตกกังวลต่อโรคที่เป็น และต่ออาการอันเกิดจากผลข้างเคียงของยาเคมี บางรายอาจมีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษา จึงจำเป็นที่ครอบครัว ญาติ และเพื่อน ควรมีส่วนร่วม ในการช่วยเหลือผู้ป่วย โดยการดูแลเอาใจใส่ และพูดคุยให้กำลังใจ เพื่อให้รู้สึกสบายใจ มีกำลังใจขึ้น และคลายความวิตกกังวล ไม่ควรท้อแท้หรือหมดกำลังใจ และหยุดการรักษาโดยที่การรักษายังไม่ครบกำหนด

เข้าชม : 4835
 
 
 
 
มะเขือเทศ ต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก
มะเขือเทศต้านมะเร็งต่อมลูกหมาก ในมะเขือเทศที่ผ่านการปรุงมีสารสำคัญที่ชื่อ ไลโคปีน ซึ่งมีส่วนช่วยลดการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก
ธรรมชาติบำบัดกับการกินแบบธรรมชาติ
การกิน เป็นปัจจัยช่วยให้มนุษย์ดำรงชีวิตได้ มีสุภาษิตเปรียบเทียบการกินเอาไว้ว่า “กินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน” กินเพื่ออยู่ กินอย่างไรให้มีชีวิตที่ดี อายุไขที่ยืนยาว วันนี้เรามีแนวทางการกินเพื่ออยู่ง่ายๆนั่นก็คือ การกินแบบธรรมชาติ
เซลล์มะเร็ง เกิดจากเซลล์ไม่ดี เซลล์ไม่ดีนี้จะกลับกลายเป็นเซลล์ดีได้หรือไม่
เนื่องจากเซลล์ที่กลายพันธุ์นั้น เกิดจากสภาวะแวดล้อมที่เป็นพิษ แต่มันไม่ต้องการออกซิเจนมันต้องการกลูโคส
มะเร็งคืออะไร???
มะเร็งคืออะไร หลายคนคงตีความว่า มะเร็งคือโรคร้ายที่คร่าชีวิตผู้คน หลายคนหวาดกลัวกับโรคมะเร็ง แต่ก่อนที่เราจะหวาดกลัวโรคมะเร็ง
เคล็ด(ไม่)ลับต่อสู้มะเร็ง
มะเร็งเป็นแล้วห้ามท้อ วันนี้เรามีเคล็ดไม่ลับในการต่อสู้มะเร็งมาฝากกันคะ
โรคตับ 10 ชนิด พบบ่อยในคนไทย
โรคตับคร่าชีวิตคนไทยไม่น้อย ทั้งๆ ที่โรคตับหลายชนิดรักษาได้ ป้องกันได้ อาจด้วยขาดความรู้ความเข้าใจ ละเลยสุขภาพ
8 วิธี ปิ้งย่าง ปลอดภัย
หากหลีกเลี่ยงการทานอาหารปิ้งย่างไม่ได้ เรามาดูวิธีทานอาหารปิ้งย่างที่จะช่วยให้เราปลอดภัยกันเถอะ
มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
มารู้จักกับมะเร็งกระเพาะปัสสาวะภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม
5 สัญญาณมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
มาลองสำรวจอาการปวดท้องของคุณดูว่า เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักหรือไม่
รู้จักมะเร็งช่องปาก
อวัยวะในช่องปากสามารถเป็นมะเร็งได้ในทุกจุด ตั้งแต่ลิ้น กระพุ้งแก้ม เพดานปาก จนถึงส่วนบนของลำคอ
ตรวจเต้านมด้วยตนเอง
ผู้หญิงที่คลำเต้านมตัวเองเป็นประจำ สามารถพบก้อนผิดปกติแม้มีขนาดเล็กเพียง 1/4-1/2 นิ้ว
มะเร็งต่อมลูกหมากศัตรูร้ายชายสูงวัย
ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีอายุประมาณ 60-79 ปี
รู้จักมะเร็งต่อมไร้ท่อ
ระบบต่อมไร้ท่อช่วยผลิตสารคัดหลั่งและฮอร์โมน เพื่อกระตุ้นหรือยับยั้งการทำงานของร่างกาย แต่บางครั้งมันก็เป็นมะเร็ง
สาเหตุการเกิดมะเร็งปอด
นอกจากบุหรี่และยาสูบที่เป็นสาเหตุหลักแล้ว รู้หรือไม่การหายใจไอน้ำมันน้ำมันทอดซ้ำเข้าไปก็เป็นสาเหตุหนึ่งของมะเร็งปอด
รู้จักมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นมะเร็งระบบเลือดที่พบได้มากที่สุดในประเทศไทยและในโลก และเป็น 1 ใน 5 ของมะเร็งในคนไทย
 
 
   
 


 

บริษัท เฟยดา จำกัด
FEIDA CO., LTD.

213/5 อาคารอโศกทาวเวอร์ ชั้น 6 ถ.สุขุมวิท 21(อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
Tel: 0-2264-2217-9 Fax: 0-2264-2216
E-mail : info@feidathai.com
Line ID : tianxianfamily

THAI   ENGLISH 
Worldwide :

  tianxianfamily thaicancer hope thaicancer hope thaicancer hope  
         
Copyright @ 2010 FEIDA CO., LTD. All rights reserved  มะเร็งเต้านม   มะเร็งปอด   มะเร็งปากมดลูก   มะเร็งตับ
มะเร็งกระเพาะอาหาร   มะเร็งต่อมน้ำเหลือง   มะเร็งลำไส้