Close



เลี่ยงนั่งหลังค่อมเพ่งกดจอ เสี่ยงกระดูกคอเสื่อม
8 OCT. 2561 VIEW: 122

 

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ระวังเรื่องสุขภาพกันสักนิด เพราะได้ชื่อว่าโรคภัยไข้เจ็บคงไม่มีใครอยากเป็นเท่าไหร่ ยิ่งโรคที่มักกำเริบแบบทิ้งช่วงไปนานๆ หรือรอยโรคปรากฏแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่าได้ไว้ใจเสียทีเดียว เพราะบางโรค...ไม่สามารถป้องกันได้

 

มาดูกันว่าที่ป้องกันไม่ได้นั้น คือโรคอะไร??

โดย นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ บอกว่า พฤติกรรมที่ทำให้ก่อ “โรคกระดูกคอเสื่อม” ได้เร็วนั้น เป็นได้ตั้งแต่นั่งทำงานด้วยท่าทางที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน เช่น นั่งก้มหน้า ยื่นคอไปข้างหน้ามากๆ นั่งหลังค่อม เล่นโทรศัพท์มือถือนานๆ ขับรถตลอดจนคอถูกใช้งานผิดวิธี รวมถึงการนอนคว่ำอ่านหนังสือที่เกิดจากความเคยชิน และเกร็งคอในท่าทางที่ผิดจากปกติเป็นเวลานาน

 

สิ่งที่ต้องรู้ตามมา...การเสื่อมที่ว่านี้ มักไม่มีอาการแสดงให้เห็น แต่ผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดบริเวณคอร้าวไปถึงไหล่หรือแขน รวมทั้งขยับหรือเคลื่อนไหวคอได้ไม่สะดวกเหมือนปกติ และจะเริ่มรุนแรงตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น จนอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำ ซึ่งอาการของโรคกระดูกคอเสื่อมแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มดังนี้

1. กลุ่มอาการที่เกิดจากการเสื่อมของหมอนรองกระดูกและภาวะกระดูกคอโดยตรง ทำให้มีอาการปวดคอเคลื่อนไหวได้ยาก ปวดตรงกลางคอร้าวลงสะบัก และบริเวณไหล่

2. กลุ่มอาการที่เส้นประสาทถูกกดทับ มีอาการปวดร้าวลงมาที่แขน มือ และมีอาการชาร่วมด้วย ถ้าปล่อยไว้อาจเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรง

3. กลุ่มอาการของไขสันหลังถูกกดทับ มีอาการอ่อนแรง เกร็งกล้ามเนื้อโดยเฉพาะขา ทำให้เดินลำบาก บางรายที่กระดูกคอมีกระดูกงอกอาจไปเบียดหลอดอาหารทำให้กลืนลำบาก หรือหากกดเส้นเลือด จะทำให้เวียนศีรษะ มีเสียงในหู

โดยสาเหตุการเกิดโรคเกิดจากความเสื่อมสภาพร่างกายที่เป็นไปตามวัย โดยมักพบในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือเล่นกีฬาที่มีการกระแทก เช่น อเมริกันฟุตบอล โยคะในท่าศีรษะลงพื้น อุบัติเหตุกระแทกที่กระดูกสันหลัง คอ โดยตรง และการสูบบุหรี่ รวมถึงคนในครอบครัวมีภาวะกระดูกคอเสื่อม

 

สำหรับในเรื่องของการรักษาโรคกระดูกคอเสื่อม นพ.สมพงษ์ ตันจริยภรณ์ ผอ.รพ.เลิดสิน ให้ข้อมูลว่า ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยจะรักษาตามอาการเป็นหลัก เริ่มจากการใช้ยา การทำกายภาพบำบัด ประคบเย็นหรือร้อน ใส่เฝือกคอ ฉีดยา และวิธีสุดท้ายคือการผ่าตัด

ทั้งนี้หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ โดยในกรณีที่เกิดแรงกดทับที่กระดูกสันหลังอย่างรุนแรง ผู้ป่วยอาจมีอาการชาหรืออ่อนแรงบริเวณ แขน ขา และเท้า มีปัญหาในการเดิน กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่ นอกจากนี้การที่กระดูกสันหลังหรือเส้นประสาทบริเวณคอถูกกดทับ อาจทำให้เกิดอาการปวดที่แขนข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง หากมีอาการรุนแรงขึ้นจะทำให้เส้นประสาทเสียหายอย่างถาวร

 

อย่างไรก็ตาม โรคกระดูกคอเสื่อมไม่สามารถป้องกันได้ เนื่องจากเป็นความเสื่อมสภาพทางร่างกาย แต่สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคได้ โดยระมัดระวังให้คออยู่ในท่าทางที่เหมาะสมขณะยืน นั่ง และเดิน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่คอ ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอ หากเล่นกีฬาที่มีความเสี่ยงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันการบาดเจ็บบริเวณศีรษะและคอเสมอ ตลอดจนเลือกใช้หมอนที่รองรับสรีระของคอได้พอดี ไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป

 

ข้อมูลข่าวจาก เดลินิวส์

 

ปรึกษาเรื่องมะเร็ง / ขอข้อมูลสมุนไพรจีน


เพิ่มเพื่อน

Line: @tianxian

tianxianfamily

เวลาทำการ
08.30-17.00 น.

นอกเวลาทำการ

หรือฝากคำถาม/ข้อสงสัยผ่าน Email


 

ใส่ข้อความตามที่ท่านเห็น