Patient & Care giver
                            กำลังใจดีๆ จากเพื่อน.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.feidathai.com
 ข่าวประชาสัมพันธ์
                    ติดตามข่าวสารดีๆ กับเราได้ที่นี่.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.feidathai.com
 สิทธิพิเศษ สำหรับผู้ติดต่อเรา เท่านั้น!
                            Tianxian Family มีสิ่งดีๆ รอมอบให้คุณ.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.feidathai.com
 โรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยมะเร็งในประเทศไทย
                            Tianxian Family มีสิ่งดีๆ รอมอบให้คุณ.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.feidathai.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.feidathai.com
                                                                                                                                          THAI   ENGLISH  worldwide :

 
 
 


Topic :  ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว



ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว

ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว


        ยาเคมีบำบัดที่ใช้เป็นยารักษาโรคมะเร็งนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่ามีผลข้างเคียงหลายประการ เพราะยาเคมีบำบัดส่วนใหญ่ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีฤทธิ์ที่ไม่จำเพาะเจาะจง จึงเข้าไปทำลายเซลล์ทุกชนิดในร่างกายที่กำลังมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนอยู่ในวัฏจักรเซลล์อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าเซลล์นั้นจะเป็นเซลล์มะเร็งหรือเซลล์ที่ปกติ 

        ในร่างกายของเราทุกคนมีเซลล์ปกติหลายชนิดที่ไม่ใช่เซลล์มะเร็ง และก็มีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนอยู่อย่างสม่ำเสมอ เช่น เซลล์ไขกระดูก เซลล์ผิวหนัง เซลล์รากผม เซลล์เยื่อบุภายในช่องปาก และเซลล์เยื่อบุภายในท่อทางเดินอาหาร ซึ่งยาเคมีบำบัดจะส่งผลทำลายเซลล์ต่างๆ เหล่านี้ด้วย ทำให้เกิดผลข้างเคียงหลายประการ เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน ผมร่วง ท้องเสีย ท้องผูก มีแผลในปาก โลหิตจาง เพราะภาวะไขกระดูกถูกกด ซึ่งภาวะที่ไขกระดูกถูกกดนี้ จัดเป็นผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมาก เพราะไขกระดูกเป็นแหล่งของเซลล์ต้นกำเนิด (pluripotent hematopoietic stem cells) ที่จะเจริญเติบโตและพัฒนาไปเป็นเซลล์ต่างๆ ทุกชนิดในกระแสเลือด  ภาวะเซลล์ไขกระดูกถูกกด หมายถึง ภาวะที่เซลล์ต้นกำเนิดในไขกระดูกถูกยาเคมีบำบัดทำลาย  ทำให้ระดับของเม็ดเลือดทั้งหมดในกระแสเลือด คือ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดมีปริมาณลดต่ำลง  

        โดยปกติเม็ดเลือดขาวเปรียบเสมือนทหารที่จะคอยต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ  ถ้าปริมาณเม็ดเลือดขาวในร่างกายต่ำจะทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ผู้ป่วยจึงเกิดการติดเชื้อได้ง่าย  มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยสาเหตุจากการติดเชื้อเพิ่มขึ้น ดังนั้น ภายหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับยาเคมีบำบัด  แพทย์จะทำเจาะเลือดเพื่อส่งตรวจวัดระดับของเม็ดเลือดขาว หากพบว่าระดับของเม็ดเลือดขาวต่ำกว่าปกติ โดยทั่วไปแพทย์จะฉีดยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว ซึ่งมีสองประเภทคือ Granulocyte colony-stimulating factors (G-CSFs) และ Granulocyte macrophage colony-stimulating factors (GM-CSFs) ทั้ง G-CSFs และ GM-CSFs จัดเป็นยาที่จัดอยู่ในกลุ่มของไซโตคายน์
 
        ไซโตคายน์ คือ สารที่เซลล์สร้างและหลั่งออกมาเพื่อใช้เป็นตัวกลางในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ทั้ง G-CSFs และ GM-CSFs เป็นไซโตคายน์ในกลุ่ม haematopoietic growth factor ที่มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการควบคุมการเจริญเติบโต การแบ่งตัวเพิ่มจำนวน และพัฒนาการของเซลล์ต้นกำเนิดในไขกระดูกไปเป็นเซลล์เม็ดเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด granulocytes (granulopoiesis) ซึ่งประกอบด้วย นิวโทรฟิล (neutrophils), เบโซฟิล (basophils) และ อีโอสิโนฟิล (eosinophils) และนอกจากนั้น CSFs ยังมีบทบาทต่อความสามารถในการทำลายจุลชีพ (microbicidal functions) ของเซลล์เหล่านี้ด้วย พยาธิสภาพที่ทำให้ระดับของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดนิวโทรฟิลในเลือดลดต่ำลง (neutropenia) ที่พบได้บ่อยที่สุดคือ neutropenia  ที่เป็นผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยาเคมีบำบัดเพื่อรักษาโรคมะเร็ง

        จากการที่เทคโนโลยีทางด้านอณูชีววิทยาและด้านวิศวพันธุกรรมศาสตร์มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถทำการศึกษาเพื่อบ่งชี้ยีนของ colony-stimulating factors (CSFs) และทำการโคลนยีนเพื่อเพิ่มจำนวนขึ้นมาได้ในระดับของการผลิตเป็นเภสัชภัณฑ์ขึ้นมาได้ จากนั้นเป็นต้นมา CSFs ก็เป็นยาที่ใช้กันอย่างกว้างขวางเพื่อช่วยป้องกันและรักษาสภาวะ neutropenia ที่เกิดจากการใช้ยาเคมีบำบัดเพื่อรักษาโรคมะเร็ง รวมทั้ง neutropenia ที่เกิดจากสาเหตุอื่นๆ ด้วย

ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาวที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน มีอยู่ 2 ประเภท คือ

1. Granulocyte colony-stimulating factors (G-CSFs)
ประกอบด้วย
a. Filgrastim
b. Lenograstim
c. Nartograstim
d. Pegfilgrastim (pegylated filgrastim)

2. Granulocyte macrophage colony-stimulating factors (GM-CSFs) ประกอบด้วย
a. Sargramostim
b. Molgramostim
c. Regramostim


        การใช้ในทางคลินิกนั้น พบว่ามีการใช้ G-CSFs มากกว่า GM-CSFs เนื่องจาก GM-CSFs มีผลไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นมากกว่า ในการป้องกันและรักษา neutropenia ที่เกิดจากการใช้ยาเคมีบำบัดเพื่อรักษาโรคมะเร็งนั้น G-CSFs  ที่มีการนำใช้มากที่สุดเพื่อ  คือ Filgrastim 


        ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาวในกลุ่ม CSFs ทั้งหมดให้เข้าสู่ร่างกายโดยวิถีของการบริหารยาทางระบบ (systemic) โดยอาจให้ยาเข้าร่างกายทางเส้นเลือดดำ (intravenous) หรือ เข้าที่บริเวณใต้ผิวหนัง (subcutaneous)  ผลข้างเคียงของยากระตุ้นเม็ดเลือดขาวนั้น อาจพบได้แต่ไม่รุนแรง โดยพบว่า 20–30% ของผู้ที่ได้รับยามีอาการปวดกระดูกหรือปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบ้าง เนื่องจากมีการเร่งสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวจากไขกระดูกอย่างรวดเร็ว และบางครั้งก็พบมีไข้หรือผื่นแดงตามผิวหนัง  นอกจากนี้ อาจพบมีอาการท้องร่วง มีปฏิกิริยาตอบสนองบริเวณที่ฉีดยา และมีอาการบวมน้ำ  ซึ่งอาการเหล่านี้พบว่าเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่ได้รับยาประเภท GM-CSF  มากกว่าผู้ป่วยที่ได้รับยาประเภท G-CSF

 

Nature and origin of different colony-stimulating factors

Drug

Origin

Nature

Granulocyte colony-stimulating factors (G-CSF)

1.   Filgrastim

Recombinant DNA technology and cultures of Escherichia coli

Protein

2.   Lenograstim

Cultivation of hamster ovary cells

Glycoprotein

3.   Pegfilgrastim

Recombinant DNA technology and cultures of Escherichia coli

Protein

Granulocyte macrophage colony-stimulating factors (GM-CSF)

4.   Sargramostim

DNA technology and a yeast expression system that utilizes Saccharomyces cerevisiae

Glycoprotein

5.   Molgramostim

Recombinant DNA technology and cultures of Escherichia coli

Protein

โดย  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ร้อยโทหญิง ดร. สัตวแพทย์หญิง เนาวรัตน์ สุธัมนาถพงษ์ ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เอกสารอ้างอิง

1. Cebon, J., Layton, J.E., Maher, D., et al., 1994. Endogenous hematopoietic growth factors in neutropenia and infection. British Journal of Haematology 86, 265–274.

2. Durhsen, U., Villeral, J.L., Boyd, J., Kannourakis, G., Morstyn, G.,Metcalf, D., 1988. Effects of recombinant human granulocyte colonystimulating factor on hematopoietic progenitor cells in cancer patients. Blood 72, 2074–2081.

3. Metcalf, D., 1990. The colony-stimulating factors: discovery, development, and clinical applications. Cancer 65, 2185–2195.

4. Morstyn, G., Lieschke, G.J., Sheridan, W., 1989. Pharmacology of the colony-stimulating factors. Trends in Pharmacological Sciences 10, 154–159.

5. Molineux, G., Kinstler, O., Briddell, B., Hartley, C., McElroy, P., Kerzic, P., Sutherland, W., Stoney, G., Kern, B., Fletcher, F.A., Cohen, A., Korach, E., Ulich, T., McNiece, I., Lockbaum, P., Miller-Messana, M.A., Gardner, S., Hunt, T., Schwab, G., 1999. A new form of filgrastim with sustained duration in vivo and enhanced ability to mobilize PBPC in both mice and humans. Experimental Hematology 27, 1724–1734.

6. Pagliuca, A., Carrington, P.A., Pettengell, R., Tule, S., Keidan, J., 2003. Guidelines on the use of colony-stimulating factors in haematological malignancies. British Journal of Haematology 123, 22–23.

7. Roberts, A.W., 2005. G-CSF: a key regulator of neutrophil production, but that’s not all. Growth Factors 23, 33–41.



รับข้อมูลยาจีนเพื่อการรักษามะเร็งให้ได้ผลดีและเร็วยิ่งขึ้น คลิกที่นี่ หรือ โทร.087-670-3254

 



เข้าชม : 17690
 
 
 
 
หนทางชนะมะเร็ง
การรักษาแผนปัจจุบันคู่ยาจีน ช่วยเพิ่มโอกาสการอยู่รอดจากมะเร็งได้
รู้ไว้ใช่ว่า... สมุนไพรกับการรักษามะเร็ง
ผู้ป่วยมะเร็งผูกพันกับสมุนไพรมาช้านาน อาจใช้ช่วยขจัดอาการข้างเคียงหรือเป็นเครื่องดื่ม
ไขความลับพิชิตมะเร็งด้วยยาจีน
มะเร็งยังมีทางออกที่ไม่สิ้นหวัง ให้ยาจีนช่วยคุณ
ชนะมะเร็งได้ มิใช่อยู่ที่ก้อน
การรักษามะเร็งไม่ได้อยู่ที่เนื้อร้ายเพียงอย่างเดียว
ยาจีนกับผลการทดลองในผู้ป่วยมะเร็ง
ครั้งแรกของยาจีนที่นำมาทดลองในมนุษย์เป็นผลสำเร็จ
เจาะลึก... การรักษามะเร็ง
การดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งให้ได้ผลสูงสุด จำเป็นต้องผสมผสานหลายวิธีเข้าด้วยกัน
หลักรักษามะเร็ง 8 ประการของแพทย์จีน
แพทย์จีนจะเน้นรักษาแบบทั่วร่างกาย โดยพิจารณาที่ร่างกายคนไข้ก่อน แล้วหาทุกวิธีทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติ
ยับยั้งมะเร็งต้องทำลายเซลล์ต้นกำเนิด
ผู้ป่วยรักษามะเร็งอย่างหนัก แต่ทำไมมะเร็งยังเกิดซ้ำหรือกระจายอีก นั่นเพราะเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง
เสริมภูมิคุ้มกัน วิธีพื้นฐานในการป้องกันโรคมะเร็ง
การต้านความชราและป้องกันโรคมะเร็งไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แค่เรารู้จักเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและเพียงพอ
เราฝากชีวิตไว้กับยาฆ่ามะเร็งได้หรือไม่
ด้วยประสิทธิภาพที่คาดการณ์แน่นอนไม่ได้ และผลข้างเีคียงที่รุนแรง หรือว่ายาฆ่ามะเร็งไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
ยาจีนยับยั้งก่อนเซลล์เปลี่ยนเป็นมะเร็ง
ยีน p53 ซึ่งเป็นยีนยับยั้งมะเร็งของสิ่งมีชีวิต ยาจีนมีบทบาทต้านการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลันของ ยีน p53 ได้เป็นอย่างดี จึงช่วยต้านมะเร็ง
หลักการรักษามะเร็งแบบบูรณาการของแพทย์แผนจีน
แพทย์แผนปัจจุบันรักษามะเร็งเน้นที่ โรค แต่แพทย์จีนเน้นที่ ผู้ป่วย ดังนั้นหากใช้ 2 วิธีนี้บูรณาการกันย่อมทำให้การรักษาได้ผลดีและเร็วขึ้น
รังสีรักษาเนื้องอกในสมอง
ส่วนใหญ่มะเร็งและเนื้องอกในสมองที่รุนแรงมากมักมีความต่อรังสี ดังนั้นรังสีรักษาจึงมีบทบาทมากในการรักษามะเร็งชนิดนี้
การฝังแร่รักษามะเร็ง
ใช้ในการรักษามะเร็งหลายชนิด อาทิ มะเร็งปากมดลูก รังไข่ เยื่อบุมดลูก เป็นต้น
ยาจีนกับรังสีรักษา
รังสีรักษามะเร็งมีผลกระทบต่อไขกระดูก ยาจีนมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการข้างเคียงดังกล่าว ช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยได้เร็วขึ้น
 
 
   
 


Copyright @ 2010
FEIDA CO., LTD. All rights reserved.213/5 Asoke Tower., 6 Flr.,Sukhumvit 21 Rd.,North Klongtoey.,Wattana., Bangkok 10110
E-mail: info@feidathai.com
 Checkmail

มะเร็ง ยาน้ำเทียนเซียน สมุนไพรจีน ยาจีน โรคมะเร็ง    สถิติเว็บไซต์   * เว็บไซต์นี้แสดงผลได้ดีกับ Internet Explorer *