คิดใหม่ เราต้องอยู่ได้และจะดีขึ้น

view: 444



 ถ้าชะตายังไม่ขาด ก็ต้องอยู่ได้ ต้องหาย



โดย วิชัย อรุณรักษ์รัตนะ
 
 
ผมนายวิชัย (เฮียเม้ง) อรุณรักษ์รัตนะ ปัจจุบันอายุ 72 ปี เป็นคน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทำธุรกิจร้านขายยา หจก.หาดใหญ่ วี.อาร์.ดรักสโตร์  และบริษัทหาดใหญ่ พี.เค ดรักเซ็นเตอร์ จำกัด มาเป็นเวลา 30 กว่าปีแล้ว สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี 

เนื่องจากทางร้านผมเป็นร้านขายส่งหลายจังหวัดภาคในภาคใต้ และตัวผมเองก็ต้องทำหน้าที่เป็นผู้เสนอขายเพื่อไปติดต่อลูกค้าหลายจังหวัดเป็นประจำทุกเดือน ผมได้แต่งงานกับภรรยา เมื่อปี พ.ศ.2521 มีลูกด้วยกัน 3 คน ลูกชาย 1 คน ลูกสาว 1 คน  ลูกชายได้ประอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต ส่วนลูกสาวคนโตเรียนจบปริญญาตรีคณะเภสัชศาสตร์ และจบปริญญาโท ที่ประเทศออสเตรเลีย ส่วนลูกสาวคนเล็กจบปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ คอมพิวเตอร์ จบปริญญาโท ที่ประเทศออสเตรเลียเช่นกัน ทั้ง  2 คน ได้ช่วยกันบริหารร้านขายยาทั้ง 2 แทนผม
 
ก่อนที่ผมจะมาเปิดกิจการทั้ง 2 บริษัทนั้น ผมได้เป็นผู้เสนอขายยาให้กับร้านขายยาร้านหนึ่งในหาดใหญ่ เป็นเวลาประมาณ 10 กว่าปี ก่อนที่จะลาออกมาตั้งบริษัททั้ง 2 เป็นของตัวเอง ปกติผมเป็นคนชอบทำงาน งานหนักงานเบาสู้ได้หมด เพราะร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงไม่เคยล้มป่วยเข้าโรงพยายามแต่อย่างใด
 
แต่แล้ววันหนึ่ง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ตื่นเช้า วันที่ 15 ตุลาคม 2553 ระหว่างที่เข้าห้องน้ำทำธุระประจำวันได้ถ่ายท้องออกมาเป็นเลือดสด ๆ ที่แรกนึกว่าริดสีดวงทวารก็ไม่ได้สนใจอะไร พอเที่ยงทานข้าวเสร็จก็เข้าห้องน้ำอีก ถ่ายเลือดออกมาอีกเล็กน้อย ก็ยังทำงานได้ตามปกติ แต่พอช่วงบ่ายประมาณ 15.30 น. เริ่มมีอาการปวดมวนท้องมากได้เข้าห้องน้ำ ตอนนี้เองได้ถ่ายเป็นเลือดออกมาเป็นแก้ว ทำท่าจะมีอาการหน้ามืด จึงให้ลูกสาวพาเขาโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คุณหมอก็ให้ผมนอนค้างที่โรงพยาบาล วันรุ่งขึ้นก็ให้เข้าห้องส่องกล้องทางทวารหนักเพื่อตรวจดูลำไส้  2 วันต่อมาผลตรวจก็ออกมา คุณหมอบอกผมว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ระยะที่ 3-4 กระจ่ายเข้าต่อมน้ำเหลือง 2 ต่อม ขณะที่ฟังผล พอดีลูกชายก็ฟังอยู่ด้วย ลูกชายถึงกับร้องไห้ เพราะทุกคนก็รู้ว่าโรคนี้รักษาไม่หาย ผมก็เลยบอกไปว่าไม่ต้องร้อง ถ้าพ่อชะตายังไม่ขาด พ่อต้องอยู่ได้ 
 
        หลังจากนั้น 3 วัน ก็ได้เข้ารับการผ่าตัดลำไส้ออกส่วนหนึ่ง แล้วต่อเชื่อมกันใหม่ หลายวันต่อมาแผลเริ่มหายดีแล้ว คุณหมอก็นัดให้ทำคีโม รวม 8 รอบ แต่ละรอบห่างกันประมาณ 20 กว่าวัน ต้องใช้เวลาเกือบ 1 ปี ในการดูแลสุขภาพ เพราะเวลาให้คีโมแต่ละครั้ง ก็จะมีอาการแพ้ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และผิวหนังจะลอก ต้องใส่ถุงมือ ถุงเท้าทุกวัน ช่วงเวลานั้นทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด ไม่สามารถเดินทางออไปติดต่อค้าขายได้ น้ำหนักลดไปร่วม 12 กิโลกรัม ร่างกายอ่อนแอมาก ต้องพักผ่อนอย่างเดียว ระหว่างที่นอนพักผ่อนอยู่ ก็มีผู้ใหญ่ และเพื่อน ๆ ได้มาเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจผมเกือบทุกวัน บางคนมีประสบการณ์ ก็แนะนำยาตัวโน้น ตัวนี้ จนในที่สุดก็เจอเพื่อนร่วมอาชีพ 2 คน เป็นมะเร็งเหมือนกัน แนะนำว่าให้ใช้ยาน้ำเทียนเซียนดู เขาเองได้ใช้แล้วตอนนี้หายดีแล้ว ผลจึงเริ่มทานตามคำแนะนำ ทานจนครบ 2 ปี ก็ลดปริมาณ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังทานอยู่เพื่อดูแลสุขภาพ 
 
        ระหว่างที่รักษาตัวอยู่นั้น ประมาณปี พ.ศ.2556 สุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น จึงได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกชมรมร้านขายยา ลงมติเลือกผมเป็นประธานชมรมร้านขายยาแห่งประเทศไทย บริหารงานของชมรมฯ ปี 2556-2557 ดูแลสมาชิกทั่วประเทศ 77 จังหวัด และได้รับเลือกให้เป็นต่ออีก 1 สมัย ปี2558-2559 (สมัยละ2ปี) ช่วงที่ทำหน้าที่อยู่ ต้องเดินทางบ่อยมากเกือบทุกจังหวัด เพื่อน ๆ ทักว่า ยิ่งเดินทางมากก็ยิ่งแข็งแรง หน้าตาก็ยิ่งสดชื่น ผมก็ลองนึกดูน่าจะเป็นจริง เพราะการเดินทางไประชุมที่ไหน ก็ต้องเดินบ้างนั่งรถบ้าง ก็เสมือนการออกกำลังกาย และได้พบประสมาชิกร้านขายายาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์หลาย ๆ เรื่อง บางครั้งมีงานเลี้ยงสังสรรค์ก็มีการร้องเพลงบ้างเพื่อผ่อนคลายความเครียดได้ และที่สำคัญคือเราได้ทำงานช่วยเหลือสังคม ก็เป็นบุญกุศลด้วย ตอนนี้ผมหมดวาระจากการเป็นประธานแล้ว ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาต่อ ก็ยังคงต้องช่วยเหลืองานของชมรมฯ เหมือนเดิม
 
วันนี้ผมขอถือโอกาสที่ผมเป็นผู้ป่วยมะเร็ง มอบประสบการณ์และกำลังใจให้กับผู้ซึ่งตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง และกำลังจะเริ่มต้นการรักษา ขอให้ทุกท่านจงมีกำลังใจที่เข้มแข็งกว่าปกติ ไม่เครียด ไม่กลัวมัน คิดเหมือนผม ถ้าชะตายังไม่ขาด ต้องอยู่ได้และต้องหาย ปล่อยให้หมอดูแลรักษาตามขั้นตอนให้ครบถ้วน หลังจากนั้นค่อยฟื้นฟู่ร่างกายให้แข็งแรงเหมือนเดิม โดยการดื่มยาน้ำเทียนเซียน ดูแลเรื่องอาหารโภชนาการ การออกกำลังกาย การสวดมนต์นั่งสมาธิเพื่อคลายเครียด เป็นต้น
 
ผมเองได้ปฏิบัติมาเป็นเวลามากกว่า 5 ปี แล้ว ผมงดบริโภคเนื้อสัตว์ และทุกสัปดาห์วันจันทร์, อังคาร, พุธ, พฤหัสบดี  ตื่นแต่เช้า 05.00.ออกกำลังกายนาน 1 ชั่วโมง ส่วนวันศุกร์ตรงกับวันเกิดของผม ก็ทำบุญใส่บาตรตอนเช้า ช่วงค่ำก็เข้าห้องพระสวดมนต์แนะนั่งสมาธิ วันเสาร์, วันอาทิตย์ ก็จะพักผ่อน ช่วงกลางวันของ วันจันทร์-ศุกร์ ก็ทำงานตามปกติ นี่คือกิจวัตรประจำวันของผม ทุกท่านหากเห็นว่าใช้ได้ก็นำไปใช้บ้าง
 
สุดท้ายนี้ผมขอฝากความหวังมาให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งทุกท่าน จงมีกำลังใจและมีความหวังในการต่อสู้กับโรคมะเร็งให้หาย ดังคำกล่าวที่ว่า “ชีวิตไม่สิ้นจงดิ้นไป ชีวิตไม่ดิ้นก็สิ้นใจ” หวังว่าทุกคนคงจะโชคดี ผ่านพันวิกฤตนี้ไปได้ และมีชีวิตที่ยืนยาว ครอบครัวมีความสุข และขอให้ชมรมฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยโรคมะเร็ง และบริษัท เฟยดา จำกัด จงเป็นที่พึ่งให้กับสมาชิกที่เป็นผู้ป่วยทุกท่านให้หายในเร็ววัน