8 พื้นฐานของการรักษาโรคมะเร็งด้วยโภชนบำบัด


8 พื้นฐานของการรักษาโรคมะเร็งด้วยโภชนบำบัด




     การขจัดเซลล์มะเร็งนอกจากการรักษาจากแพทย์แล้ว รู้หรือไม่ว่าเราเองก็สามารถดูแลตัวเองเพื่อยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ด้วยการกินอาหารเพื่อขจัดเซลล์มะเร็งในร่างกายอย่างได้ผลตามที่ นพ.ทะกะโฮะ แนะนำให้ผู้ป่วยเป็นแนวทางพื้นฐานของการรักษาโรคมะเร็งด้วยโภชนบำบัด จะมีอะไรบ้างลองติดตามอ่านกันเลยคะ


1.กินอาหารที่แทบไม่มีเกลือเลย


2.จำกัดโปรตีนและไขมันจากสัตว์ (สัตว์สี่เท้า) รวมถึงเนื้อไก่และเนื้อปลา อย่างน้อยที่สุดก็จนกว่าสภาพร่างกายจะดีขึ้นในระดับหนึ่ง


 
3.กินผักผลไม้ปริมาณมาก ถือเป็นกลไกสำคัญของการรักษาโรคมะเร็งด้วยโภชนบำบัด โดยดื่มน้ำผักผลไม้สด 1.5-2 ลิตร/วันเป็นอย่างน้อย


 
4.กินถั่ว ธัญพืช และจมูกข้าว ซึ่งก็คือกินข้าวกล้องและขนมปังโฮลวีตให้มาก รวมถึงกินถั่วและจมูกข้าวที่อยู่ในธัญพืช


5.กินโยเกิร์ต สาหร่ายทะเล และเห็ด ทั้ง 3อย่างนี้ยกระดับภูมิคุ้มกันได้ จึงถือเป็นสารภูมิคุ้มกันธรรมชาติ โดยเฉพาะแล็กโตบาซิลลัสซึ่งสำคัญที่สุด พบได้ในโยเกิร์ต ควรกินให้ได้อย่างน้อยวันละ 300 กรัม

6.กินน้ำผึ้ง มะนาว และยีสต์หมักเบียร์ แนะนำให้กินน้ำผึ้งวัน 2 ช้อนโต๊ะ มะนาววันละ 2 ผล ส่วนยีสต์ที่ใช้หมักเบียร์ เช่น ยากระเพาะลำไส้ หรือ EBIOS ของญี่ปุ่น กินเช้าเย็นครั้งละ 10 เม็ด




 
7.กินน้ำมันมะกอกและน้ำมันงา สร้างสมดุลของกรดไขมัน ด้วยการลดน้ำมันพืชชนิดที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว n-6 และเพิ่มการกินกรดไขมันไม่อิ่มตัว -3 กับกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวมากขึ้น ต้องระวังไม่กินน้ำมันพืชมากเกินไป

8.ดื่มน้ำสะอาด งดเหล้า และบุหรี่ ควรเลือกดื่มน้ำธรรมชาติ หรือน้ำสะอาดจากเครื่องกรอง ดื่มอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร (รวมกับน้ำในอาหารด้วย) ส่วนเหล้าและบุหรี่เป็นสิ่งที่ผู้ป่วยควรงดอย่างเด็ดขาด

     อย่างไรแล้ว นอกจากหลักการโภชนบำบัด การรักษาแบบผสมผสานและทำตามคำแนะนำของแพทย์ถือเป็นอีกปัจจัยที่จะทำให้การรักษาโรคมะเร็งของผู้ป่วยเป็นไปอย่างราบรื่น  ทั้งนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการรักษาแบบผสมผสานทั้งตามหลักแพทย์แผนปัจจุบัน และการดูแลตนเองด้วยโภชนบำบัด  เพราะหากรักษาร่วมกับการดูแลอาหารการกิน นอกจากจะช่วยให้อัตราการรักษาเป็นที่น่าพอใจ ยังมีส่วนช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับผู้ป่วยมีกำลังกายในการรักษา ท้ายสุดสิ่งที่สำคัญในการจะทำให้ผู้ป่วยผ่านพ้นโรคมะเร็งไปได้คือ กำลังใจทั้งกับตนเอง และกำลังจากคนรอบข้างใกล้ชิด