Patient & Care giver
                            กำลังใจดีๆ จากเพื่อน.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.feidathai.com
 ข่าวประชาสัมพันธ์
                    ติดตามข่าวสารดีๆ กับเราได้ที่นี่.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.feidathai.com
 สิทธิพิเศษ สำหรับผู้ติดต่อเรา เท่านั้น!
                            Tianxian Family มีสิ่งดีๆ รอมอบให้คุณ.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.feidathai.com
 โรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยมะเร็งในประเทศไทย
                            Tianxian Family มีสิ่งดีๆ รอมอบให้คุณ.... [x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.feidathai.com
[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by www.feidathai.com
                                                                                                                                          THAI   ENGLISH  worldwide :

 
 
 


Topic :  รู้จักมะเร็งหลังโพรงจมูก



มะเร็งหลังโพรงจมูก


            มะเร็งหลังโพรงจมูก เป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอับดับ 6 ของมะเร็งทั้งหมดในประเทศไทย โดยพบในผู้หญิง 1.6 ต่อแสนคนต่อปี ในชาย 4.5 ต่อแสนคนต่อปี เป็นมะเร็งที่พบในกลุ่มอายุที่ค่อนข้างน้อย และมักอยู่ในวัยอายุประมาณ 30–50 ปี โอกาสหายของโรคมีความสัมพันธ์ชัดเจนกับระยะของโรค

มะเร็งหลังโพรงจมูก


สาเหตุ


        ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของมะเร็งหลังโพรงจมูก แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเพิ่มอุบัติการณ์ของมะเร็งหลังโพรงจมูก ได้แก่

     1. พันธุกรรม จากการที่พบว่ามะเร็งหลังโพรงจมูกมีความชุกสูงเฉพาะในบางเขตภูมิศาสตร์ เช่น ในประเทศจีนตอนใต้ และส่วนอื่นๆ ที่ชาวจีนอพยพไป ทำให้มีการศึกษาว่าพันธุกรรมอาจเป็นปัจจัยหนึ่งของการเกิดมะเร็งชนิดนี้

     2. ไวรัส เป็นที่ยอมรับกันว่าไวรัสเอปสไตน์บาร์ (Epstein-Barr virus - EBV) มีส่วนสำคัญต่อการเกิดมะเร็งหลังโพรงจมูก โดยศึกษาพบว่าผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกจะมีสารภูมิคุ้มกันต่อไวรัสชนิดนี้ ในปริมาณที่สูงกว่าประชากรทั่วไปที่มีสุขภาพดี

     3. อาหาร อาหารที่มีสารก่อมะเร็งไนโตรซามีนปนเปื้อนอยู่ในสารอาหาร เช่น ปลาเค็ม เนื้อเค็ม อาหารปิ้ง ย่าง รมควัน เมื่อสูดดมสารนี้เข้าไปสัมผัสกับเยื่อบุของ nasopharynx อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ DNA ของเซลล์เยื่อบุผิว จนเกิดการกลายพันธุ์ (mutation) ของเซลล์ได้ พบว่าในมณฑลกวางตุ้งซึ่งมีอุบัติการณ์ของมะเร็งหลังโพรงจมูกในอัตราสูงนั้น ประชาชนนิยมบริโภคปลาหมักเค็มกันมากกว่าชาวจีนในแถบอื่น

     4. สิ่งแวดล้อม มีปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมหลายอย่างที่อาจมีผลต่อการเกิดมะเร็งหลังโพรงจมูก ได้แก่ ฝุ่นละออง ควันไฟจากการเผาไม้หรือหญ้า สารเคมีต่างๆ ตลอดจนบุหรี่

     5. การดื่มเหล้า มากๆ เป็นเวลานาน จะมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคมะเร็งสูงขึ้นกว่าประชากรทั่วไปราว 10 เท่า ซึ่งพบว่ามะเร็งที่พบบ่อยในคนที่ดื่มเหล้า ได้แก่ มะเร็งในช่องปาก มะเร็งหลังโพรงจมูก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับ และมะเร็งตับอ่อน เป็นต้น


อาการ


     1.  ก้อนที่คอ เป็นอาการที่พบมากที่สุดของผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกที่มาพบแพทย์ โดยก้อนที่คอจากต่อมน้ำเหลืองโตนั้นอาจมีเพียงข้างใดข้างหนึ่งหรือเป็นทั้งสองข้างก็ได้
     2.  อาการทางจมูก เช่น มีเลือดกำเดาไหล มีน้ำมูกปนเลือดบ่อยครั้ง แน่นจมูกหายใจไม่ค่อยสะดวก คัดจมูก หรือมีน้ำมูกไหลลงคอเรื้อรัง ซึ่งทำให้ผู้ป่วยหลายรายอาจได้รับการรักษาแบบโพรงจมูกหรือโพรงไซนัสอักเสบเรื้อรังมาก่อน
     3.  อาการทางหู ได้แก่ การได้ยินบกพร่อง มีเสียงดังในหู ปวดหู หูอื้อหรือหูตึงหรือมีของเหลวไหลออกจากหู ซึ่งเกิดจากการทำงานผิดปกติของท่อเชื่อมหูชั้นกลาง เนื่องจากมะเร็งหลังโพรงจมูกกระจายตัวมาถึง
     4.  ระบบประสาท ได้แก่ อาการปวดศีรษะ มองเห็นภาพซ้อน ชาที่ใบหน้า ในรายที่ลุกลามมาก ผู้ป่วยก็อาจมีอัมพาตของกล้ามเนื้อใบหน้า เวียนศีรษะ เสียงแหบ กลืนลำบาก หรือสำลักได้
     5.  อาการอื่นๆ ที่พบบ่อย คือ น้ำหนักลด เบื่ออาหาร มีไข้ต่ำๆ และอาจจะมีอาการอ้าปากไม่ขึ้น เป็นต้น


โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก

การวินิจฉัย

1.  โดยการซักประวัติ
2.  การตรวจร่างกาย ในบริเวณศีรษะและคอ โพรงหลังจมูกอย่างละเอียดรวมถึงการตรวจ ร่างกายทั่วไปซึ่งมีความสำคัญในการวินิจฉัย
3.  การตัดชิ้นเนื้อ จากเนื้องอกในโพรงจมูกไปตรวจทางพยาธิวิทยา เป็นการวินิจฉัยที่แน่นอนที่สุด (การตัดชิ้นเนื้อตรวจสามารถทำได้ที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอกโดยการใช้ยาชาเฉพาะที่ และใช้ กล้องส่องช่วยในการตัดชิ้นเนื้อ)
4.  การตรวจทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ
     - การตรวจเซลล์ ผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกบางรายมาพบแพทย์ครั้งแรกด้วยปัญหาต่อมน้ำเหลืองข้างลำคอโต โดยที่แพทย์ไม่พบความผิดปกติที่บริเวณหลังโพรงจมูก การเจาะและดูด (fine needle aspiration biopsy -FNA) บริเวณต่อมน้ำเหลืองเพื่อตรวจเซลล์ สามารถช่วยในการวินิจฉัยได้
     - การตรวจเลือด โดยการตรวจสารภูมิต้านทานอิมมูโนโกลบูลินเอ( IgA antibodies) ต่อไวรัสเอปสไตน์บาร์ (Epstein-Barr virus specific antigens) โดยพบว่าผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกจะมีปริมาณสารภูมิต้านทาน สูงกว่าปกติ
     - การตรวจทางรังสีวิทยา ดังได้กล่าวแล้วว่าผู้ป่วยบางรายที่แพทย์สงสัยว่าเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูกแต่ตรวจร่างกายไม่พบก้อนเนื้อหรือแผลที่บริเวณหลังโพรงจมูก การตรวจ computed tomography (CT) และ magnetic resonance imaging (MRI) จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยวินิจฉัยโรค และการตรวจทั้งสองอย่างนี้ยังสามารถบอกขอบเขตการลุกลามของตัวมะเร็งตลอดจนการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นการตรวจทางรังสีวิทยาอย่างอื่น ยังมีประโยชน์ในการตรวจหาว่ามะเร็งมีการแพร่กระจายไปอวัยวะอื่นๆอีกหรือไม่ ได้แก่ การตรวจ bone scan และการตรวจอัลตราซาวด์ตับ (liver ultrasound) เป็นต้น

 

การรักษา
 
       การรักษามะเร็งหลังโพรงจมูกโดยหลักแล้ว คือ การใช้รังสีรักษา โดยอาจร่วมกับการให้เคมีบำบัดทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะการดำเนินโรคของมะเร็ง สำหรับการผ่าตัดนั้นไม่มีบทบาทในการรักษาโดยตรง เนื่องจากมะเร็งหลังโพรงจมูกมีขอบเขตของรอยโรคใกล้กับอวัยวะที่สำคัญ อาทิ เส้นเลือดแดงใหญ่ที่เลี้ยงคอและสมอง ฐานกะโหลกศีรษะ ตลอดจนส่วนของสมองเอง อย่างไรก็ตามการผ่าตัดก็ยังคงมีบทบาทในการรักษามะเร็งหลังโพรงจมูก ในกรณีที่สามารถควบคุมตัวมะเร็งหลังโพรงจมูกได้แล้ว แต่ยังคงมีก้อนที่คออยู่ หรือในผู้ป่วยที่มีมะเร็งเกิดซ้ำหรือหลงเหลือในบริเวณที่จำกัด ก็อาจพิจารณาผ่าตัดได้ในบางราย


การดูแลและป้องกันตนเอง


-  ตรวจเช็คร่างกายประจำปี
-  หลีกเลี่ยงปัจจัยส่งเสริมที่อาจเป็นสาเหตุของมะเร็งหลังโพรงจมูก เช่น อาหารปิ้ง ย่าง รมควัน อาหารหมักดอง ควันเขม่าพิษ สารระเหยต่างๆ รวมทั้งควรงดดื่มเหล้าและสูบบุหรี่
-  หากมีอาการเป็นหวัดเรื้อรัง หูอื้อ หรือคัดจมูกข้างเดียว เป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ มีเลือดกำเดาไหลบ่อยๆ มีน้ำใสๆ หรือหนองไหลออกทางรูจมูกด้านเดียว ควรได้รับการตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางหูคอจมูก หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโรคมะเร็ง เพื่อตรวจส่องดูในโพรงจมูกและตรวจพิเศษอื่นๆ



* ขอข้อมูลการรักษาและการดูแลผู้ป่วยมะเร็งโพรงจมูกโดยละเอียด ฟรี! 
   คลิกที่นี่ หรือ
โทร.087-670-3254

 



เข้าชม : 9509
 
 
 
 
ยาจีนกับผลดีต่อมะเร็งทางเดินอาหาร
ยาจีนช่วยฟื้นฟูหลังผ่าตัด บำบัดบรรเทาผลข้างเคียงการรักษา กินอะไรช่วยอะไรคลิกเลย
มะเร็งในเด็ก
มะเร็งสามารถเกิดขึ้นกับทุกวัย แม้แต่กับเด็กเล็กอายุยังไม่ถึงปี
มะเร็งไม่สิ้นหวังด้วยยาจีน
แพทย์แผนปัจจุบันรักษามะเร็งอาจเห็นผลเร็วแต่ผลข้างเคียงมาก แพทย์แผนจีนรักษาแบบองค์รวม ผลช้ากว่าแต่ราบรื่น
มะเร็งระบบทางเดินอาหาร รู้ทัน รู้เร็ว รักษาได้
หลอดอาหาร กระเพาะ ตับ ลำไส้ ส่วนใหญ่เกิดมะเร็งจากพฤติกรรมประจำวัน หากรู้ทันก็สู้ได้
หนทางชนะมะเร็ง
การรักษาแผนปัจจุบันคู่ยาจีน ช่วยเพิ่มโอกาสการอยู่รอดจากมะเร็งได้
รู้ไว้ใช่ว่า... สมุนไพรกับการรักษามะเร็ง
ผู้ป่วยมะเร็งผูกพันกับสมุนไพรมาช้านาน อาจใช้ช่วยขจัดอาการข้างเคียงหรือเป็นเครื่องดื่ม
ไขความลับพิชิตมะเร็งด้วยยาจีน
มะเร็งยังมีทางออกที่ไม่สิ้นหวัง ให้ยาจีนช่วยคุณ
ชนะมะเร็งได้ มิใช่อยู่ที่ก้อน
การรักษามะเร็งไม่ได้อยู่ที่เนื้อร้ายเพียงอย่างเดียว
ยาจีนกับผลการทดลองในผู้ป่วยมะเร็ง
ครั้งแรกของยาจีนที่นำมาทดลองในมนุษย์เป็นผลสำเร็จ
เจาะลึก... การรักษามะเร็ง
การดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งให้ได้ผลสูงสุด จำเป็นต้องผสมผสานหลายวิธีเข้าด้วยกัน
หลักรักษามะเร็ง 8 ประการของแพทย์จีน
แพทย์จีนจะเน้นรักษาแบบทั่วร่างกาย โดยพิจารณาที่ร่างกายคนไข้ก่อน แล้วหาทุกวิธีทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติ
ยับยั้งมะเร็งต้องทำลายเซลล์ต้นกำเนิด
ผู้ป่วยรักษามะเร็งอย่างหนัก แต่ทำไมมะเร็งยังเกิดซ้ำหรือกระจายอีก นั่นเพราะเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง
เสริมภูมิคุ้มกัน วิธีพื้นฐานในการป้องกันโรคมะเร็ง
การต้านความชราและป้องกันโรคมะเร็งไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก แค่เรารู้จักเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงและเพียงพอ
เราฝากชีวิตไว้กับยาฆ่ามะเร็งได้หรือไม่
ด้วยประสิทธิภาพที่คาดการณ์แน่นอนไม่ได้ และผลข้างเีคียงที่รุนแรง หรือว่ายาฆ่ามะเร็งไม่ใช่คำตอบสุดท้าย
ยาจีนยับยั้งก่อนเซลล์เปลี่ยนเป็นมะเร็ง
ยีน p53 ซึ่งเป็นยีนยับยั้งมะเร็งของสิ่งมีชีวิต ยาจีนมีบทบาทต้านการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลันของ ยีน p53 ได้เป็นอย่างดี จึงช่วยต้านมะเร็ง
 
 
   
 


Copyright @ 2010
FEIDA CO., LTD. All rights reserved.213/5 Asoke Tower., 6 Flr.,Sukhumvit 21 Rd.,North Klongtoey.,Wattana., Bangkok 10110
E-mail: info@feidathai.com
 Checkmail

มะเร็ง ยาน้ำเทียนเซียน สมุนไพรจีน ยาจีน โรคมะเร็ง    สถิติเว็บไซต์   * เว็บไซต์นี้แสดงผลได้ดีกับ Internet Explorer * Web Directory