รู้จักมะเร็งในเด็ก


                                                 

มะเร็งในเด็ก

มะเร็งที่พบมากในเด็ก ได้แก่

     1.  มะเร็งเม็ดเลือดขาว
     2.  มะเร็งสมอง
     3.  มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
     4.  มะเร็งต่อมหมวกไต
     5.  มะเร็งไต
     6.  มะเร็งกระดูก
     7.  มะเร็งกล้ามเนื้อลาย
     8.  มะเร็งตับ
     9.  มะเร็งลูกนัยน์ตา

สำหรับอาการแสดงของผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็ง  เช่น

      มะเร็งเม็ดเลือดขาว  จะมีอาหาร  ซีด  ไข้  และเลือดออกง่าย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลือดออกตามใต้ผิวหนังโดยจะเห็นเป็นจ้ำเลือดตามแขน  ขา  และนอกจากนี้ยังพบว่า  มีตับ  ม้าม  และต่อมน้ำเหลืองโต  ซึ่งสาเหตุที่มีอาการเหล่านี้เนื่องจากในไขกระดูกตามปกติ  จะเป็นแหล่งกำเนิดของเซลล์ต่างๆ  คือ  เม็ดเลือดแดง  เม็ดเลือดขาว  และเกร็ดเลือด  ไขกระดูกนี้จะอยู่ในโพรงกระดูกโดยสังเกตได้จากเนื้อเยื่อแดงอยู่ในโพรงกระดูก  โดยไขกระดูกนี้จะมีอยู่ในกระดูกเกือบทุกชิ้น

     ในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว  ไขกระดูกเหล่านี้จะเต็มไปด้วยเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว  ดังนั้นทำให้ไขกระดูกไม่สามารถสร้างเซลล์เม็ดเลือดปกติได้  เช่น  เม็ดเลือดแดงจะมีน้อยลง  จะมีอาการซีด  เกร็ดเลือดต่ำก็ทำให้เลือดออกได้ง่าย  รวมทั้งเม็ดเลือดขาวต่ำทำให้ติดเชื้อได้ง่าย  เพราะเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เป็นมะเร็งไม่สามารถจับกินเชื้อโรคได้
   
      อาการที่ตับ  ม้ามโต  ต่อมน้ำเหลืองโต  เกิดจากเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวแพร่กระจายไปตามตับ  ม้าม  และต่อมน้ำเหลือง  ถึงอย่างไรก็ตามผู้ป่วยที่มีอาการซีดหรือมีจุดเลือดออกตามเนื้อตามตัวทุกรายไม่ได้เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวทั้งหมด  ยังมีสาเหตุอื่นๆที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการซีด  เช่น  การขาดธาตุเหล็ก  โรคธาลัสซีเมีย  ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรม  โดยทั้งสองโรคนี้ไม่ใช่มะเร็งเม็ดเลือดขาว  หรือสาเหตุอื่นๆทำให้จุดเลือดออกตามตัวจากเกร็ดเลือดต่ำซึ่งมีสาเหตุอื่นๆ อีกมาก
   
     เนื้องอกในสมอง  ถ้ามีเนื้องอกในสมองก็จะเกิดอาการจากการกดเบียดของเนื้อสมองจากก้อนเนื้องอก  ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะ  เนื่องจากความดันในกะโหลกศีรษะสูง  โดยที่อาการปวดศีรษะมักจะพบในตอนเช้า  และมีอาเจียนร่วมด้วย  ยังมีอาการแขน  ขาอ่อนแรง  อาการซึมหรือมีอาการชักร่วม  ผู้ป่วยเด็กเล็กๆ ที่ต่ำกว่า 1 ปี  ที่มีเนื้องอกในสมองอาจจะพบว่ามีศีรษะโตกว่าปกติ  กระหม่อมโปร่งตึง  แต่อย่างไรก็ตามเด็กที่ปวดศีรษะทุกรายจะเป็นเนื้องอกในสมอง
   
     มะเร็งของระบบประสาทและมะเร็งอื่นๆ ที่มาด้วยเรื่องก้อน  เช่น  มะเร็งก้อนในช่องท้อง  จากมะเร็งตับ  ไต  ต่อมหมวกไต  อาการที่พบบ่อย  คือ  มีก้อนที่ท้อง  นอกจากนี้ มะเร็งกล้ามเนื้อลายและกระดูกก็พบว่ามีก้อนตามแขน  ขา  ถ้าคลำพบก้อนต้องพบแพทย์โดยเร็ว

     เด็กเล็กๆ อายุต่ำกว่า 1 ปี พบว่าจะเป็นมะเร็งจอภาพของลูกนัยน์ตา  ได้บ่อย  สังเกตได้ว่าอาการเริ่มแรกจะเห็นเป็นสีขาวอยู่ในรูม่านตา  หรืออาจจะมีตาเขร่วมด้วย

เด็กที่เป็นมะเร็งจะรักษาได้อย่างไร
 
     ปัจจุบันการแพทย์แผนใหม่ได้เจริญก้าวหน้าไปเป็นอันมาก โดยเฉพาะมะเร็งเม็ดเลือดนั้น การรักษาที่ถูกต้องเด็กจะสามารถมีชีวิตตลอดได้เกือบ 50% เด็กเหล่านี้จะมีชีวิตปกติ หรือเกือบปกติเหมือนเด็กทั่วๆไป แต่ถ้าเป็นโรคนี้ และรักษาไม่หาย อาจเสียชีวิตภายใน 1-2 ปี มะเร็งของต่อมน้ำเหลือง มะเร็งของไต มะเร็งของระบบประสาท โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ก็ได้ผลดีเช่นกัน เฉพาะฉะนั้นจะเห็นว่า มะเร็งในเด็กนั้นรักษาได้ผลดีพอสมควร

      อัตราการรอดชีวิตในโรคมะเร็งต่างๆ ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามี อัตราการรอดชีวิตขึ้นเป็นอย่างมาก สำหรับในเรื่องของ การรักษาโดยส่วนใหญ่จะใช้ วิธีการรักษา 3 ประการด้วยกัน คือ
     1.  การผ่าตัด ในรายที่มะเร็งมาเรื่องก้อน
     2.  การให้เคมีบำบัด ซึ่งผู้ป่วยโรคมะเร็งในเด็กทุกรายจำเป็นต้องได้รับ
     3.  การฉายแสง ซึ่งในปัจจุบันเทคนิคการฉายแสงดีกว่าเดิมเป็นอย่างมาก โดยเครื่องมือการฉายแสงสามารถยิงรังสีลงตรงไปที่ก้อนเนื้องอก โดยที่ไม่ทำลาย เนื้อเยื่ออวัยวะข้างเคียง