รู้ไว้ใช่ว่า... สมุนไพรกับการรักษามะเร็ง

view: 5701



 

 

 

รู้ไว้ใช่ว่า ... สมุนไพรกับการรักษามะเร็ง

 

 

          ผู้ป่วยมะเร็งผูกพันกับสมุนไพรมาช้านาน อาจใช้เป็นแค่อาหาร เครื่องดื่ม ช่วยขจัดอาการข้างเคียง หรือมีความหวังลึกๆ ว่าจะรักษาโรคที่เป็นอยู่ได้ แต่การใช้สมุนไพรนั้นย่อมมีผลดีและผลเสียแตกต่างกันไป ผู้ใช้จึงควรศึกษาถึงวิธีการใช้สมุนไพรที่ถูกต้องและรับรู้ถึงผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น เพื่อจะได้รับรู้และมีความเข้าใจที่ถูกต้อง

 

 

 

 

 

 

หญ้าปักกิ่ง : ออกฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน แลมีฤทธิ์เป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งอย่างอ่อนในเซลล์เพาะเลี้ยงในหลอดทดลอง การใช้หญ้าปักกิ่งไม่ประสบผลสำเร็จในผู้ป่วยมะเร็ง และยังมีผลข้างเคียง คือ ทำให้มือเท้าอ่อนแรง

 

 

มะรุม : มีการทดลองในหลอดทดลองพบว่า มีผลต่อลูคีเมีย (leukemia) มะเร็งตับ (hepatoma) รวมถึงมะเร็งรังไข่ ในหลอดทดลอง ลดการอักเสบ ไขมัน และน้ำตาล แต่ข้อเสียของมะรุม คือ มีปฏิกิริยากับยาเคมีบำบัดบางตัว (drug interaction : CYP34A4) อาจขัดขวางหรือเสริมฤทธิ์ทำให้ฤทธิ์ยาเปลี่ยนไปจากเดิม ส่งผลให้ประสิทธิภาพของยาลดลงหรือมากขึ้นจนเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยได้ ที่สำคัญไม่ควรกินน้ำมันหอมระเหยจากมะรุม เพราะเป็นพิษต่อตับอย่างรุนแรง

 

 

 

 

 

 

ย่านาง : มีฤทธิ์ด้านเดียว คือ ต่อต้านอนุมูลอิสระเพราะมีคลอโรฟิลล์สูง จึงช่วยป้องกันการดูดซึมอะฟลาทอกซินเข้าสู่ร่างกาย ความเป็นพิษของย่านางไม่ค่อยมี ยกเว้นผู้ป่วยระหว่างให้เคมีบำบัดอยู่ไม่ควรกินในปริมาณมาก เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าย่านางจะมีปฏิกิริยากับยาเคมีหรือไม่ และยังไม่มีงานวิจัยลงลึกเรื่องของมะเร็งแต่ละชนิด

 

 

 

แป๊ะตำปึง :  มีฤทธิ์เสริมฤทธิ์ยาเคมีบำบัดไฟว์เอฟยู (5FU) ลดฤทธิ์ยาซิสพลาติน (Cisplatin) มีผลวิจัยมะเร็งตับในหนูทดลอง ลดการอักเสบ เจลสกัดจากแป๊ะตำปึงช่วยลดการเกิดแผลเปื่อยในช่องปาก (Mucositis) อย่างไรก็ตาม แป๊ะตำปึงมี 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์เวียตนามใบมีขน กับสายพันธุ์ไทยซึ่งใบไม่มีขน จากการทดลองไม่มีการแยกว่าสายพันธุ์ไหนดี หรือระบุว่าใช้สายพันธุ์ใดในการทดลอง ข้อควรระวังของการใช้แป๊ะตำปึง คือ ในผู้ป่วยบางรายที่ใช้ยาเคมีบำบัด เช่น ซีโรด้า (Xeroda) แล้วผลข้างเคียงเจ็บมือ เจ็บเท้า (Hand foot syndrome) จะมีอาการมากขึ้นเมื่อใช้แป๊ะตำปึงร่วมด้วย จึงควรงดในช่วงนี้

 

 

 

ฮว่านง็อกหรือพญาวานร : มีฤทธิ์แค่ฆ่าเชื้อกับลดน้ำตาลในเลือดเท่านั้น ไม่มีงานวิจัยเรื่องมะเร็งออกมา

 

 

 

ทุเรียนเทศ : สารในทุเรียนเทศ Acetogenin มีฤทธิ์ต้านเนื้องอกในหลอดทดลอง (Wu et al, 1995) แต่มีสารอีกตัวชื่อ Annonacin เป็นพิษต่อเซลล์ประสาทอย่างรุนแรง ดังนั้น ทุเรียนเทศมีทั้งข้อดีและข้อเสีย จึงควรระมัดระวัง ที่สำคัญไม่ควรกินแบบที่ใช้แอลกอฮอล์สกัด เพราะอาจจะเกิดความเป็นพิษได้

 

 

 

หลินจือ :  สารสกัดจากหลินจือช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แต่ในผู้ป่วยเม็ดเลือดแดงต่ำควรระวัง บริโภคในปริมาณมากทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่าย สำหรับผู้บริโภคหลินจือแห้งแบบต้มเป็นน้ำชาดื่มก็สามารถใช้ได้ แต่ประโยชน์ในด้านกระตุ้นภูมิคุ้มกันอาจน้อยลง

 

 

 

เนื้อหาจากการบรรยาย....งานรอดและสุขกับมะเร็ง
ดร.กมล ไชยสิทธิ์
American Board in Nutritional Wellness from ANCB