ชนะมะเร็งได้ มิใช่อยู่ที่ก้อน

view: 3110



ชนะมะเร็งได้ มิใช่อยู่ที่ก้อน


       ในปัจจุบันเริ่มมีการวัดสภาพภูมิคุ้มกันที่มีต่อมะเร็งของผู้ป่วยแต่ละคน ได้มีการรวบรวมข้อมูลการตรวจสอบเป็นจำนวนมาก และพิสูจน์ความเชื่อมโยงของสภาพภูมิคุ้มกันกับอาการหรือการลุกลามของมะเร็ง ผลจากการศึกษาทำให้อาจสรุปได้ว่า “มะเร็งคือโรคของภูมิคุ้มกัน” กล่าวคือ โรคมะเร็งเป็นโรคที่เริ่มจากการที่ภูมิคุ้มกันลดลง ทำให้เซลล์มะเร็งเพิ่มจำนวนขึ้น ถ้าหากภูมิคุ้มกันฟื้นฟูขึ้น มะเร็งหรือเนื้อร้ายก็จะฝ่อตัวลงหรือหายไปได้

 

       การรักษามะเร็งด้วยวิธีหลัก คือ ผ่าตัด ฉายรังสี เคมีบำบัด ผมขอเน้น ณ จุดนี้ว่า วิธีการบำบัดทั้ง 3 วิธีหลักนั้นไม่ได้เป็นวิธีการที่สร้างแต่ผลเสียให้กับผู้ป่วยเสมอไป และผมก็ไม่ได้ปฏิเสธวิธีการบำบัดทั้ง 3 แบบนี้เสียทั้งหมด ในขณะเดียวกัน ผมก็ไม่ได้คิดว่าการกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันฟื้นฟูขึ้นมา เป็นเพียงวิธีเดียวจะช่วยให้มะเร็งหายได้เช่นกัน แต่การรักษามะเร็งให้ได้ผล เราควรคิดถึงผลที่เกิดขึ้นจากวิธีการบำบัดทั้ง 3 วิธีหลัก ที่มุ่งเน้นถึงการกำจัดหรือทำลายเนื้อร้าย แล้วหาว่ามีวิธีใดที่นอกเหนือจากนี้ ที่ให้ความสำคัญกับภูมิคุ้มกันควบคู่ไปกับการบำบัดทั้ง 3 วิธีดังกล่าว ได้บ้าง

       การแพทย์ ณ วันนี้ หากมองกันถึงแง่ของศาสตร์แห่งภูมิคุ้มกันแล้ว มะเร็งแสดงอาการขึ้นเมื่อภูมิคุ้มกันถดถอย ดังนั้น ถ้าหากเราสามารถรักษาภูมิคุ้มกันไว้ได้อย่างเพียงพอ ก็จะสามารถป้องกันมะเร็งได้ หรือถ้ามีเนื้อร้ายอยู่แล้ว ก็ยังสามารถรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการเพิ่มหรือฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน

 

       อย่างไรก็ตาม แม้มะเร็งเป็นโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน ความคิดที่ว่าจะรักษามะเร็งโดยเน้นไปที่ภูมิคุ้มกันเพียงอย่างเดียวอาจเป็นการด่วนตัดสินใจเกินไป เพราะว่าเมื่อเนื้อร้ายโตขึ้นจนถึงระดับหนึ่งแล้ว กลไกการทำงานในร่างกายก็จะเริ่มสูญเสียอย่างรุนแรง ภูมิคุ้มกันก็จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงไปด้วยเช่นกัน การใช้ไม้ซีกไปงัดไม้ซุงนั้นอาจไม่ใช่วิธีการที่ดีนัก ดังนั้น เมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง อย่างน้อยควรจะผ่าตัดเอาก้อนเนื้องอกออก เพื่อขจัดตัวการที่ส่งผลต่อการทำงานของร่างกาย จากนั้นจึงคิดวิธีการกระตุ้นภูมิคุ้มกันประกอบกันไปด้วย แต่สำหรับมะเร็งที่ลุกลามซึ่งไม่สามารถผ่าตัดได้ ก็สามารถฟื้นฟูได้โดยการกระตุ้นภูมิคุ้มกันซึ่งก็มีตัวอย่างให้ได้เห็นกันอยู่ไม่น้อย

       หลังจากที่ผมทำความเข้าใจกับการรักษามะเร็งของแพทย์จีน พบว่าการแพทย์จีนนั้น จะไม่สนใจเพียงเนื้อร้ายของผู้ป่วยที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น แต่มีความโดดเด่นตรงที่คำนึงถึงการรับมือกับทุกด้าน เนื่องจากเนื้อร้ายที่เกิดในส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายนั้น มีผลต่อการทำงานของร่างกายทั้งหมด ผู้ป่วยมะเร็งจะสนใจแต่กำจัดเนื้อร้ายทิ้งไปเท่านั้นไม่ได้ ต้องให้ความสำคัญกับความสามารถของร่างกายในการต้านมะเร็งทั้งหมดด้วย

       จะว่าไปแล้ว การจะสามารถปรับอาการของโรคและความเปลี่ยนแปลงของร่างกายเนื่องจากโรคได้อย่างรวดเร็วนั้น  การแพทย์ตะวันตกจะแสดงให้เห็นผลที่เด่นชัดกว่า อย่างไรก็ตาม แม้สภาพร่างกายหรืออาการอันเนื่องจากโรคจะถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นได้แล้ว แต่ตราบใดที่สภาวะพื้นฐานของร่างกายไม่เปลี่ยนแปลงดีขึ้น อาการที่เคยหายไปก็สามารถกลับมาเป็นได้อีก

       ถ้าเราไม่สนใจการปรับสภาพร่างกายทั้งหมด ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดเนื้อร้าย และถึงแม้จะสามารถกำจัดเนื้อร้ายออกไปได้ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่อาจเกิดเนื้อร้ายขึ้นอีก และอาจไม่สามารถควบคุมการลุกลามของเนื้อร้ายได้  สิ่งนี้เป็นแนวคิดทางการแพทย์จีนมาตั้งแต่โบราณแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นวิธีที่สามารถสนับสนุนเกื้อกูลกับการรักษาแผนหลักได้อย่างเหมาะสม ทำให้การรักษามะเร็งทำได้อย่างราบรื่น และได้ผลดีที่สุด

 


บทความโดย ดร.อาเบะ  ฮิโรยูคิ
ประธานกรรมการบริหารคุดันคลินิกคุดัน ญี่ปุ่น
ผู้เขียนหนังสือทะลวงด่านต้านมะเร็งด้วยสมุนไพรจีน