มหัศจรรย์แห่งมะเร็ง


มหัศจรรย์แห่งมะเร็ง


โดย หลี่ ยู่ เพียว (Lee Yu-Piao)
เกิด 26/11/1960

ความสำเร็จของฉันไม่ใช่แค่เอาชนะมะเร็ง แต่ฉันเป็นผู้ป่วย 1 ใน 8 คนของโลก ที่ให้กำเนิดบุตรได้อีกครั้งหลังเป็นมะเร็งปากมดลูก

        ฉันเป็นคนจินเหมิน ประเทศไต้หวัน เป็นมะเร็งปากปากมดลูกในปี 1995 และมะเร็งเต้านมในอีกหลายปีต่อมา นอกจากการรักษาแผนปัจจุบันแล้ว ฉันเลือกใช้ยาน้ำเทียนเซียนด้วย จนในที่สุดฉันชนะมะเร็งทั้งสองได้ และมีสุขภาพที่ดีกลับคืน ความสำเร็จของฉันไม่ใช่แค่เอาชนะมะเร็ง แต่ฉันเป็นผู้ป่วย 1 ใน 8 คนของโลก ที่ให้กำเนิดบุตรได้อีกครั้งหลังเป็นมะเร็งปากมดลูก

         เมื่อต้นปี 1995 ฉันถูกตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปากมดลูกจากการตรวจแป๊บสเมียร์ ก็เหมือนกับผู้ป่วยอื่นทั่วไป ฉันเข้ารับการผ่าตัด แต่ฉันบอกหมอเรื่องขอรักษาโอกาสการมีลูกไว้ ต้องขอบคุณหมอที่ได้พยายามอย่างเต็มที่ให้ฉันได้รับโอกาสดังกล่าว เพราะสองปีหลังจากผ่าตัดฉันก็สามารถให้กำเนิดลูกชายที่น่ารัก 1 คน
 
         ฉันไม่เคยรู้ล่วงหน้ามาก่อนว่า 5 ปีต่อมา มะเร็งเต้านมจะเข้ามาทำร้ายร่างกายฉันอีกครั้ง ซึ่งการพบมะเร็งเต้านมครั้งนี้มันแปลกประหลาดมาก ตอนนั้นแม้ฉันจะรู้ว่ามะเร็งบางส่วนอาจหลงเหลืออยู่ในร่างกาย แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกไม่สบายใดๆ จึงไม่สนใจสุขภาพ จนกระทั่งวันหนึ่งฉันเข้าวัดไหว้พระ มีพระรูปหนึ่งเดินมาพูดกับฉันว่า “ช่วงนี้จงเอาใจใส่สุขภาพให้มากขึ้น” ตอนนั้นฉันกำลังคุกเข่าอยู่หน้าโต๊ะและไม่มีใครอยู่แถวนั้น แปลกใจว่าพระต้องการบอกใคร จึงตัดสินใจถามท่าน และท่านก็บอกว่า “บอกโยมนั่นแหละ”
 
         ฉันคิดว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่มะเร็งตัวเดิมจะกลับมาสร้างปัญหาอีกครั้ง ไม่นานจากนั้น ฉันเดินทางไปอีกวัดหนึ่งซึ่งมีอาจารย์ทำบำบัดด้วยชี่กง ช่วงนั้นแม้เป็นหน้าหนาว แต่หลังจากที่อาจารย์ใช้ชี่กงบำบัดที่บริเวณรักแร้ของฉัน  เหงื่อฉันก็ออกไปทั่วตัว อาจารย์บอกว่า “การไหลเวียนที่นี่ไม่สะดวก รู้สึกเหมือนมีบางอย่างสะสมอุดตันอยู่ คุณต้องระวังการเกิดมะเร็งครั้งที่ 2” สิ่งที่อาจารย์ทั้งสองบอกคล้ายกัน ฉันจึงสงสัยว่ามะเร็งอาจกำเริบซ้ำแน่แล้ว ฉันจึงไปโรงพยาบาลเพื่อทำการตรวจ และผลก็ออกมาว่าฉันเป็นมะเร็งเต้านมระยะ 3 แล้ว หมอแจ้งว่าฉันยังโชคดีที่หลายปีนี้มะเร็งยังไม่ได้ลุกลามมาก มีก้อนขนาด 1.2 เซนติเมตร ที่เต้านมขวา แต่มะเร็งทำลายต่อมน้ำเหลืองรักแร้ไปแล้ว 8 ต่อม เพื่อป้องกันการกระจายไปอีกจึงต้องตัดต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ขวาออกทั้งหมด 

          เดือนเมษายน ปี 2001 หลังการผ่าตัดยาวนาน 8 ชั่วโมง ฉันก็กลายเป็นคนที่ไม่สามารถยกของหนักได้อีกตลอดชีวิต เพราะแขนข้างที่ผ่าตัดไม่มีแรง การออกกำลังที่เหมาะและเปลี่ยนแปลงด้านโภชนาการ (ไม่กินเนื้อแดง อาหารทอด ไม่ดื่มแอลกอฮอล์) เป็นสิ่งที่ฉันต้องทำเพื่อเตรียมพร้อมรับเคมีบำบัดและฉายรังสีที่รอฉันอยู่ จากการเคมีบำบัดและฉายรังสี ผลที่ติดตามมาสร้างความทรมานแก่ฉันมาก ทำให้นอนหลับไม่ดี ไม่เจริญอาหาร ผมร่วง อ่อนเพลียทั้งวัน ผิวหนังบริเวณไหล่ขวาเกรียมดำจากผลของรังสี ยาที่ช่วยบรรเทาซึ่งหมอสั่งจ่ายให้นั้นช่วยไม่ได้ ตอนนั้นแพทย์กำหนดจำนวนเคมีบำบัดและรังสีรักษาตามเม็ดเลือดขาวของผู้ป่วย คนปกติมีประมาณ 6,000-10,000 แต่ฉันมีเม็ดเลือดขาวเพียง 1,000-1,300 เท่านั้น เป็นสาเหตุให้เคมีบำบัดของฉันทำๆ หยุดๆ ไม่ต่อเนื่อง
 
          ช่วงเวลาดังกล่าว นับเป็นช่วงมืดมนและวิกฤติที่สุดในชีวิต แต่ต้องขอบคุณน้องเขยที่คอยให้กำลังใจและหาหนังสือเพื่อสุขภาพจากที่ต่างๆ มาให้ฉันเรียนรู้และเข้าใจ วันหนึ่งเขาพบหนังสือที่กล่าวถึงยาน้ำเทียนเซียน  แน่นอนว่าสัญชาตญาณของหมอคงคลางแคลงใจและไม่เชื่อเรื่องราวในหนังสือ แต่น้องเขยยังบอกให้ฉันลองสักครั้งด้วยความกล้าหาญ แล้วเขาจะคอยเฝ้าสังเกตการณ์ข้างๆ เพื่อช่วยเหลือหากฉันอ่อนแอลง
 
          ในครั้งแรก ฉันรู้ว่ายากและขัดแย้งอยู่ในใจ ด้วยไม่รู้ว่าจะมีผลร้ายแรงใดเกิดขึ้น แต่ฉันก็บังคับตัวเองให้กินยาเพื่อสุขภาพที่ดีของฉันเอง ประมาณ 2 สัปดาห์ต่อมา ผมฉันร่วงน้อยลง และรู้สึกแข็งแรงขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าเม็ดเลือดขาวของฉันเพิ่มขึ้นเป็น 2,000-3,000 และกลับไปสู่ระดับปกติอย่างช้าๆ ฉันคิดว่าโชคดีที่เลือกทางที่ถูกต้อง ฉันสามารถรอดชีวิตหลังจากเคมีบำบัด 6 คอร์ส และ ฉายรังสี 33 ครั้ง หลังการรักษาจิตใจของฉันดีขึ้นกว่าเดิม ผมงอกมาใหม่ เนื่องจากผลที่ชัดเจนของยาน้ำเทียนเซียน ทำให้ฉันยังคงใช้ยาต่อไป
 
           ฉันอยากจะบอกกับเพื่อนผู้ป่วยทุกคนว่า มะเร็งอาจเกิดจากกรรม เมื่อคุณถูกบอกว่าเป็นมะเร็ง จงเผชิญหน้ากับมันอย่างกล้าหาญให้ถึงที่สุด อย่ายอมแพ้โชคชะตาและโทษตัวเอง การมองโลกในแง่ดีและความเชื่อมั่นเป็นวิธีที่ดีทีสุดในการรักษา พยายามใช้ชีวิตให้ปกติ เลือกการรักษาที่ถูกต้อง ดูแลเอาใจใส่สุขภาพ คุณจะชนะมะเร็งได้