ต้องสู้จึงจะชนะ


 

    ต้องสู้ จึงจะชนะ

 

  

 

 

กาญจนา   จันทรังษี

 ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่

 

 


       “มะเร็ง” มุมมองหนึ่งอาจทำให้ชีวิตที่มีความสุขมาตลอดนั้นยุติลง แต่อีกนัยหนึ่งกลับทำให้หลายคนเข้มแข็งขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ อย่างเช่นผู้หญิงคนนี้ กาญจนา จันทรังษี ปัจจุบันในวัย 62 ปี เธอเป็นหญิงแกร่งที่ผ่านการต่อสู้กับมะเร็งมาถึง 2 ครั้ง

       มรสุมชีวิตเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2551 คุณกาญจนาถูกพบว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ระยะ 2 เธอเล่าว่า “โชคดีที่เราสังเกตอุจจาระ พบถ่ายอุจจาระออกมามีเลือดปนแต่ไม่มีอาการอย่างอื่น จึงไปพบแพทย์ เลยเจอว่าเป็นก้อนมะเร็งขนาดยาว 4.5 เซนติเมตร ใกล้ลำไส้ตรง รีบเข้ารับการผ่าตัดทันที เมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2551”

       เมื่อก้อนมะเร็งอยู่ใกล้ลำไส้ตรง คุณกาญจนาจำเป็นต้องใส่ถุงขับถ่ายทางหน้าท้อง แต่โชคดีที่สามารถปิดแผลหน้าท้องและขับถ่ายตามปกติได้ในเวลาต่อมา

       หลังจากใช้เวลาฟื้นตัวราว 1 เดือน คุณกาญจนากลับมาใช้ชีวิตตามปกติ กินยาต้านมะเร็งตามแพทย์สั่ง 6 เดือนจนครบ แต่โชคชะตาก็ได้เล่นตลกกับเธออีกครั้ง ปีต่อมาในเดือนมิถุนายน เธอถูกพบว่ามะเร็งได้กลับมาอีกที่ลำไส้ใหญ่ คราวนี้มะเร็งลุกลามสู่ต่อมน้ำเหลืองแล้ว กลายเป็นมะเร็งระยะ 3 คุณกาญจนาต้องเข้ารับการผ่าตัดลำไส้ใหญ่รอบที่ 2 ต่อด้วยการให้เคมีบำบัดทางหลอดเลือดอีก 12 ครั้ง ซึ่งใช้เวลาประมาณ 8 เดือน “การที่มะเร็งกลับมาใหม่ในรอบ 1 ปี มันหมายถึงมะเร็งไม่เคยหมดไปจากเรา มันแฝงตัวหลบซ่อนอยู่ ฉันจึงต้องดูแลร่างกายมากขึ้นอีก ได้รู้จักยาน้ำเทียนเซียนและเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2552 ทำให้ผ่านเคมีบำบัด 8 เดือน แบบสู้ไหวและปลอดภัย

       ตลอด 2 ปี ในการเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาล ทำให้คุณกาญจนาคิดได้ว่าต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ “เมื่อเจอมะเร็งอีกครั้ง ในเดือนตุลาคม 2552 ฉันจึงตัดสินใจเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด เพราะด้วยภาระการเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดที่เอาจริงเอาจังกับงานมากเกินไป ทำให้มีความเครียด ความกดดันสูง สิ่งเหล่านี้มันสะสมไปเรื่อยจนเราไม่รู้ตัว และอาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง ฉันลาออกเพื่อลดทุกอย่างที่ทำให้ตัวเองเครียด แล้วย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดที่มีอากาศดี พักผ่อนดูแลตัวเองอย่างจริงจัง ทำให้สุขภาพแข็งแรงดีมาก” 

       จากที่พบมะเร็งครั้งแรกถึงตอนนี้ผ่านมา 6 ปีแล้ว คุณกาญจนายังเอาใจใส่ดูแลตัวเองอย่างไม่ประมาท ปรับวิถีชีวิตใหม่ด้วยการมองโลกในแง่ดี ทำจิตใจให้สบาย ตื่นเช้าใส่บาตร ฟังรายการธรรมะจากวิทยุ ปฏิบัติสมาธิวันละ 3 เวลา ในตอนเช้า บ่าย และก่อนนอน  “ดิฉันพยายามทำใจให้อยู่ในธรรมตลอด รักษาศีล 5 คิดว่าทำอย่างนี้ก็คงช่วยได้ในระดับหนึ่ง

       ในด้านชีวิตประจำวันอื่นๆ เธอเล่าว่า จะระมัดระวังใส่ใจเรื่องอาหารมากว่า 20 ปีแล้ว ทั้งรับประทานข้าวกล้อง ผัก ผลไม้ และปลา ทำอาหารทานเอง และยังคงใช้ยาน้ำเทียนเซียนอยู่เพื่อดูแลสุขภาพป้องกันมะเร็ง

       คุณกาญจนาทิ้งท้ายมุมมองเกี่ยวกับโรคมะเร็งของตนว่า “คนเป็นมะเร็งทุกคน ช่วงแรกบางคนอาจทำใจได้ บางคนก็ไม่ได้ อยากแนะนำว่าต้องทำใจให้ได้ และต้องสู้ให้มากที่สุด สุดท้ายจะเป็นอย่างไรต้องหัดปล่อยวาง เพราะชีวิตคนเราไม่มีใครเกิดมาแล้วไม่ตาย ต้องตายทุกคน เพียงแต่จะตายอย่างไรเมื่อไรเท่านั้น ไม่ต้องกลัวมะเร็ง ถึงเวลาหายก็คือหาย ไม่หายก็ไม่หาย แต่เราต้องพยายามทำใจสู้ให้ถึงที่สุดไว้ก่อน จะช่วยให้เรามีชีวิตยืนยาวได้ และบางทีก็จะหายได้

       เรื่องราวของคุณกาญจนาเป็นตัวอย่างของความเข้มแข็ง อดทน ความเหนื่อยล้าจากระยะเวลาการรักษาอันยาวนาน ไม่สามารถทำอันตรายใดๆ กับผู้ที่สุขภาพจิตดี มีความเชื่อมั่น และกำลังใจที่ดีได้ และเมื่อสู้จนถึงที่สุดแล้วผลตอบแทนที่ได้นั้นคุ้มค่ายิ่ง

 วีดีโอสัมภาษณ์