4 ขั้นตอนฟื้นฟูสุขภาพต้านมะเร็ง-ครอบครัวเทียนเซียน บทความให้กำลังใจจากเพื่อน ผู้ป่วยมะเร็ง มะเร็งไม่น่ากลัวอย่างที่คิด จาก www.feiathai.com

4 ขั้นตอนฟื้นฟูสุขภาพต้านมะเร็ง
8 JUN 2561 VIEW: 474

4 ขั้นตอนฟื้นฟูสุขภาพต้านมะเร็ง

ระหว่างการรักษามะเร็ง ตลอดจนหลังการรักษามะเร็งด้วยแผนหลัก ขั้นตอนการดูแลและฟื้นฟูสุขภาพเพื่อควบคุมและต้านการเกิดซ้ำของมะเร็งควรมีองค์ประกอบทั้ง 4 ดังนี้

  1. ใจบำบัด
  2. เภสัชบำบัด
  3. โภชนบำบัด
  4. กายบำบัด

รูปธรรมก็คือ  การรักษาด้วยยาที่มีประสิทธิผล  การรับประทานอาหารที่เหมาะสมและมีประโยชน์  กำลังใจที่เข้มแข็ง   และการออกกำลังกายที่พอเหมาะ  เมื่อปฏิบัติแล้วทำให้ได้รับผลดังนี้ คือ อาการต่างๆ ได้รับการแก้ไข   ควบคุมโรคได้   ยับยั้งเซลล์มะเร็ง ป้องกันการกำเริบซ้ำและการแพร่กระจาย คุณภาพชีวิตดีขึ้น  ยืดชีวิตออกไป

ใจบำบัด 

ผู้ป่วยไม่น้อยเมื่อทราบว่าตนเองเป็นมะเร็ง สิ่งที่กระทบทันที คือ ด้านจิตใจ บ้างก็ตกใจช็อค รับความจริงไม่ได้ บ้างก็โทษเวรโทษกรรม บ้างก็โมโหตนเอง บ้างก็ท้อแท้หมดกำลังใจ  เก็บตัวอยู่คนเดียว อารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยล้วนไม่เป็นผลดีต่อโรคภัยไข้เจ็บ ตามทัศนะแพทย์จีนอารมณ์มีความสำคัญกับเส้นลมปราณในร่างกาย อาการต่างๆ ที่เกิดจากอารมณ์จะกระทบต่ออวัยวะที่เกี่ยวข้องและทำให้เกิดโรคได้  สิ่งที่ควรทำ คือ  ผู้ป่วยควรได้รับความรู้ความเข้าใจเรื่องมะเร็งเรียนรู้วิธีการบำบัดรักษา  สร้างความเชื่อมั่น มีความหวังในการอยู่รอด  การได้รับกำลังใจและการเอาใจใส่จากสมาชิกในครอบครัว ก็มีส่วนสำคัญต่อผู้ป่วยในการเอาชนะโรคร้าย

 

เภสัชบำบัด 

เข้าใจถึงข้อดีของการรักษาด้วยแผนหลักควบคู่กับการรักษาด้วยยาจีน  ควรเลือกใช้ตำรับยาในการรักษาแทนการใช้ยาสมุนไพรชนิดใดชนิดหนึ่งแต่เพียงตัวเดียว  โดยตำรับยาจีนที่ใช้ต้องผ่านการทดลองทางคลินิกมาแล้ว ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกระทรวงสาธารณสุข  มีผลการรักษาอย่างเป็นรูปธรรม ตำรับยาสมุนไพรจีนชื่อ ยาน้ำเทียนเซีย ซึ่งมีอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว   ตำรับนี้ประกอบด้วยสมุนไพรที่สำคัญ อาทิ

  1. โสม  เป็นยาบำรุงกำลังที่มีประสิทธิภาพรอบด้าน  เสริมชี่และเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  2. เทียนฮวาเฝิ่น มีสรรพคุณต้านเนื้องอก  ต้านเชื้อโรค  ควบคุมและยับยั้งเซลล์มะเร็ง
  3. เวยหลิงเซียน  มีฤทธิ์แก้ปวด ต้านเชื้อโรค  ต้านมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งในระบบย่อยอาหาร มะเร็งกระดูก นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด  ปรับความชื้นและขจัดเสมหะได้ด้วย
  4. หนี่เจินจื่อ  มีสรรพคุณลดไขมัน ขับปัสสาวะ  แก้ไอ  เสริมการทำงานของหัวใจ  เพิ่มประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกัน
  5. กันเฉ่าหรือชะเอมเทศ  สรรพคุณควบคุมภูมิต้านทานโรค  แก้ปวด แก้ไอ  ต้านการอักเสบ  ปัจจุบันมีการวิจัยพบว่ามีสรรพคุณยับยั้งมะเร็งในไขกระดูก  ป้องกันโรคลูคีเมีย
  6. หวงฉี  สรรพคุณบำรุงชี่   เสริมภูมิคุ้มกัน  ลดความดันโลหิต  ระงับแบคทีเรีย  ยับยั้งการรวมตัวและการเจริญเติบโตของเนื้องอก  และขับพิษต่างๆ
  7. หลินจือ  สรรพคุณเสริมภูมิคุ้มกัน  บำรุงตับ
  8. ตงฉงเซี่ยเฉ่า  สรรพคุณบำรุงปอด  บำรุงไต  เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  9. ตังกุยหรือโกฐเชียง  สรรพคุณบำรุงเลือด  บำรุงหัวใจ ช่วยให้เจริญอาหาร  ทำให้ผิวพรรณสดใส   นอกจากนี้จากการวิจัยทางคลินิกพบว่าตังกุย มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งและสามารถทำลายเซลล์มะเร็งได้ถึง 50-70%

สรรพคุณของสมุนไพรในตำรับยาจีนนี้  มีคุณสมบัติในการรักษาโรคตามหลักการบำบัดของแพทย์แผนจีน  ดูแลฟื้นฟูบำบัดทั่วร่างกายร่วมกับการรักษาเฉพาะจุด  ยึดหลักระบายพิษร้อนจากภายในออกสู่ภายนอก  กระตุ้นการไหลเวียนเพื่อบรรเทาอาการปวด  สลายก้อนเนื้อ  เน้นการบำรุงเลือดลม เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันด้วย  ใช้วิธีการทำลายเซลล์ร้าย   รักษาเซลล์ดี

เป็นที่น่ายินดีว่า ตำรับยานี้ได้ผ่านการทดลองทั้งทางห้องทดลองหลายขั้นตอน และทดลองทางคลินิกกับผู้ป่วยมะเร็ง  สุดท้าย ได้รับการบันทึกในสารานุกรมยาของสถาบันมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาว่า มีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ ปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน และต้านมะเร็ง

 

โภชนบำบัด 

นอกจากการรักษาด้วยการแพทย์แผนหลักและยาจีนแล้ว  ผู้ป่วยมะเร็งควรใส่ใจด้านโภชนบำบัด เพื่อให้ร่างกายได้รับอาหารที่มีคุณประโยชน์  และมีสรรพคุณต้านมะเร็ง บำรุงร่างกายได้ด้วย  ผู้ป่วยควรเลือกอาหารดังนี้

  • เลือกรับประทานผักผลไม้ที่มีสรรพคุณต้านมะเร็ง  โดยสถาบันการวิจัยป้องกันมะเร็งในญี่ปุ่นได้สรุปจากการค้นคว้าสรรพคุณของพืชผัก พบว่ามีผักจำนวน 20 ชนิด ที่ต้านมะเร็งได้ดังนี้ 

 มันเทศแดงสุก, ดอกไม้จีน, มันเทศดิบ, ผักโขม (ควรเลือกผักโขมแดง), หน่อไม้ฝรั่ง, คะน้า, บล็อคเคอรี่, ผักกาดเขียว, กะหล่ำปลี, บีทรูท, ดอกกะหล่ำ, มะเขือเทศ, เซเลอรี่หรือคึ่นไช่ฝรั่ง, หอมใหญ่       

เปลือกมะเขือม่วง, กระเทียม, พริกหวาน, แตงกวา, แครอท, ผักกาดขาวต้นใหญ่

ผักทั้ง 20 ชนิดนี้มีฤทธิ์ต้านมะเร็งในปริมาณที่ต่างกัน มันเทศแดงและมะเขือเทศจะมีสารต้านมะเร็งที่เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตาม  เราควรสับเปลี่ยนรับประทานให้ได้ครบทั้ง 20 ชนิด  เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงมีภูมิต้านโรค    

นอกจากนี้ผู้ป่วยควรใส่ใจด้านอาหาร ดังนี้

  • เน้นอาหารที่บำรุงร่างกาย เพื่อเสริมเจิ้งชี่และบำรุงส่วนที่ขาดพร่อง รับประทานอาหารกลุ่มธัญพืชเปลือกแข็ง  อาหารที่มีโปรตีน  เพราะถ้าขาดสารโปรตีน จะมีอาการบวมน้ำ และก็ไม่เป็นผลดีต่อการสมานแผลผ่าตัด ผู้ป่วยควรได้รับสารโปรตีนวันละ1.5 กรัม/น้ำหนัก 1 กิโลกรัม  สารโปรตีนได้จากเนื้อปลา ไข่ไก่ ถั่วเปลือกแข็ง  เป็นต้น
  • เลือกอาหารที่มีวิตามินสูง และวิตามินต้านอนุมูลอิสระ เช่น อาหารที่มีวิตามินเค เพื่อช่วยให้ไม่เสียเลือดมากขณะผ่าตัดและเลือดไม่ออกหลังผ่าตัด  วิตามินบีช่วยให้การไหลเวียนคล่องและช่วยสมานแผล วิตามินซีช่วยสมานแผลและเร่งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ เป็นต้น วิตามินเหล่านี้มาจากผลไม้สด  ผักสด  หรืออาจเสริมด้วยวิตามินแบบเม็ดก็ได้  นอกจากนี้ ควรเสริมแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น สังกะสีและเซเลเนียม ซึ่งได้จากไข่ไก่  งา  ถั่วลิสง  จมูกข้าว  ธัญพืชเปลือกแข็ง  เป็นต้น
  • เลือกอาหารที่เหมาะกับธาตุของตนเอง  ผู้ป่วยแต่ละรายมีสภาวะทางร่างกายที่แตกต่างกัน  บางรายยินพร่องหยางเกิน บางรายมีสภาวะร้อนเกิน บางรายอาจหนาวเย็น เป็นต้น  อาหารก็แบ่งตามรสและการออกฤทธิ์เช่นกัน  มีรสเผ็ด หวาน ขม เปรี้ยว เค็ม รวม 5 รส  ออกฤทธิ์ร้อนหนาวอุ่นเย็นต่างกัน  รสยานั้นต่างมีส่วนสัมพันธ์กับเส้นลมปราณของร่างกาย ดังนั้นผู้มีภาวะร้อนควรใช้ยาออกฤทธิ์เย็น ผู้มีภาวะหนาวเย็นควรใช้ยาออกฤทธิ์ร้อนอุ่น เป็นต้น
  •  เลือกอาหารต้านมะเร็ง เช่น พืชผักที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นแล้ว  อาหารและยามีแหล่งที่มาคล้ายคลึงกัน  อาหารหลายชนิดมีบทบาทต้านมะเร็งได้   สามารถเลือกรับประทานได้ตามสภาพร่างกายของแต่ละคน  สำหรับพืชผลไม้ต้านมะเร็ง ได้แก่ แครอท บีทรูท   ลูกหม่อน   กีวี  ฟักทอง พุทราแดง  ลูกเดือย  ถั่วดำ ถั่วแดง เป็นต้น
  • เลือกอาหารประเภทถั่ว เช่น ถั่วงอกจากถั่วเหลือง ถั่วดำ แป้งจากถั่ว  เห็ดต่างๆ ได้แก่ เห็ดเข็มทอง  เห็ดหอม เห็ดหูหนู  สาหร่ายทะเล  ซึ่งอุดมด้วยโปรตีน  และแร่ธาตุหลายชนิด ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
  • อาหารควรมีหลากหลาย อย่าเลือกทานแต่อย่างใดอย่างหนึ่งเป็นประจำ เพื่อความสมดุลของสารบำรุงในร่างกาย การปรุงควรเน้นวิธี นึ่ง  ต้ม  ตุ๋น หลีกเลี่ยงการทอด ปิ้ง  ย่าง 

 

กายบำบัด :   

กายบำบัดเป็นส่วนประกอบที่ช่วยเสริมประสิทธิผลการรักษาอื่นๆ โดยเฉพาะในระยะฟื้นฟูสุขภาพ  เซลล์มะเร็งเป็นเซลล์ที่ไม่ชอบเซลล์ออกซิเจน  การออกกำลังกายช่วยเพิ่มออกซิเจนในเลือด ยับยั้งความคึกคักของเซลล์มะเร็ง กระตุ้นให้ยีนต้านมะเร็งในร่างกายมีชีวิตชีวา มีบทบาทร่วมกับใจบำบัด  เภสัชบำบัด และโภชนบำบัด   ในการเสริมภูมิมิคุ้มกันของร่างกาย  เพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นสุขภาพได้เร็วขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น การออกกำลังกายยังทำให้ร่างกายได้ขับเหงื่อ  ช่วยให้ระบบย่อยทำงานดีขึ้น  ทั้งยังช่วยให้การนอนหลับดีขึ้นด้วย ผู้ป่วยจึงควรออกกำลังกายแต่พอเหมาะ และเลือกวิธีการออกกำลังกายตามสภาพของร่างกายแต่ละคน  ผู้ป่วยอาจเลือกการเดินเล่น  การทำชี่กง การรำไทเก๊ก  การทำสมาธิ   การเดินเร็ว  เป็นต้น 

บทความที่น่าสนใจ

มะเร็งปากมดลูก โรคร้ายของผู้หญิงไทย...ที่ป้องกันได้!

คิวบาประสบความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนป้องกัน โรคมะเร็งปอด เป็นครั้งแรกของโลก

น้ำตาล ตัวเร่งเร้าให้เซลล์มะเร็งลุกลาม

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองคืออะไร

ดัดแปลงสเปิร์มเป็นหุ่นยนต์ นำยาฆ่ามะเร็งปากมดลูกได้ตรงจุด


บทความ ยอดนิยม

ข้อมูลเกี่ยวกับยาน้ำเทียนเซีย

ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว

รากบัวสมุนไพรสารพัดประโยชน์

วิธีการล้างผักผลไม้เพื่อลดสารพิษตกค้าง

เคมีบำบัดรักษามะเร็ง