ฮอร์โมนบำบัดสำหรับโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
28 FEB 2562 VIEW: 282

 

     การรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ในปัจจุบัน มีตั้งแต่การผ่าตัด การฉายรังสี (Radiation therapy) การฝังแร่กัมมันตรังสี  (Brachytherapy seeds implant) การให้เคมีบำบัด (Chemotherapy) การรักษาทางชีวภาพ (Biological therapy) การฉีดสาร liquid nitrogen เพื่อแช่แข็งมะเร็งต่อมลูกหมาก (Cryotherapy) สำหรับผู้ที่ไม่สามารถรับการผ่าตัด ซึ่งเป็นการรักษาแบบใหม่ แต่ยังไม่ยืนยันว่าได้ผลดีระดับใด และการรักษาโดยใช้ฮอร์โมน (Hormonal therapy) 

     โดยแพทย์จะเลือกวิธีการรักษา ต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น ระยะของโรค ผลข้างเคียงต่าง ๆ อาทิ มีผลต่อการปัสสาวะหรือไม่ รวมทั้งคุณภาพชีวิตหลังการรักษาว่าเป็นอย่างไร ในที่นี้เราจะมาเจาะลึกในส่วนของการรักษาโดยใช้ฮอร์โมนกันว่าเป็นอย่างไร

     การรักษาโดยใช้ฮอร์โมน (Hormonal therapy) จะใช้ในกรณีที่มะเร็งได้แพร่กระจายแล้วหรือเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำหลังการรักษา เนื่องจากมะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งได้แก่ เทสโตสเตอร์โรน (Testosterone) ซึ่งสร้างจากลูกอัณฑะ (Testis) และต่อมหมวกไต (Adrenal gland) โดยถูกกระตุ้นโดยฮอร์โมน LH (Leuteinising hormone) จากต่อมพิทูอิตารี (Pituitary gland) หรือต่อมใต้สมองส่วนหน้า เนื่องจากฮอร์โมนเทสโตสเตอร์โรนจะไปกระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง ดังนั้น การรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก จึงทำได้โดยการกำจัด และป้องกันไม่ให้เทสโตสเตอร์โรนไปกระตุ้นเซลล์มะเร็งให้เจริญเติบโตได้ ซึ่งมีวิธีการรักษาดังนี้

     Orchiectomy คือ การตัดลูกอัณฑะ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตฮอร์โมนเพศชาย เป็นการช่วยระงับการเจริญเติบโต และ การแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก ผลเสียของการผ่าตัดเอาลูกอัณฑะออก จะทำให้สูญเสียสมรรถภาพทางเพศหลังผ่าตัดได้

     การใช้ยากลุ่ม LHRH (Luteinizing-hormone releasing hormone) agonists หรือ เรียกอีกอย่างว่า GnRH (Gonadotrophin releasing hormone) agonists เป็นยาที่ใช้เพื่อลดการสร้างฮอร์โมนเทสโตสเตอร์โรนจากลูกอัณฑะ เช่น  Leuprolide, Goserelin, และ Buserelin

     โดยปกติการหลั่งของฮอร์โมน GnRH จะถูกควบคุมโดยสมองส่วนที่เรียกว่า ไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) จากนั้น GnRH จะกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมน LH จากต่อมใต้สมองส่วนหน้า และฮอร์โมนเทสโตสเตอร์โรนจากลูกอัณฑะตามลำดับขั้นอีกที ดังนั้นกลไกการออกฤทธิ์ของ GnRH agonists คือ เกิดกระบวนการยับยั้งแบบย้อนกลับ (Negative feedback inhibition) ไม่ให้มีการหลั่งของฮอร์โมน GnRH และฮอร์โมน LH ทำให้ระดับของฮอร์โมนเทสโตสเตอร์โรนลดลงในที่สุด การบริหารยาส่วนใหญ่โดยการฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนังหรือเข้ากล้ามเนื้อ และโดยการฝังในผนังช่องท้องทุกๆ 1 - 3 เดือน ยากลุ่มนี้นอกจากใช้รักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว ยังสามารถใช้รักษาโรคมะเร็งเต้านม และโรคเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) อีกด้วย

     การใช้ยากลุ่ม Antiandrogen เป็นยาที่ป้องกันการออกฤทธิ์ของแอนโดรเจน เช่น  Flutamide และ Bicalutamide

     Flutamide มีโครงสร้างคล้ายกับฮอร์โมนเทสโตสเตอร์โรน ออกฤทธิ์โดยแย่งจับกับรีเซพเตอร์หรือตัวรับที่อยู่บนผิวเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก ทำให้ฮอร์โมนเทสโตสเตอร์โรนไม่สามารถจับกับรีเซพเตอร์ของมันได้ เมื่อขาดเทสโตสเตอร์โรน ทำให้การเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งค่อยๆ ช้าลง หรือหยุดการเจริญเติบโตในที่สุด

     Bicalutamide เป็นยาที่พัฒนามาใหม่ ดีกว่า Flutamide ในแง่ผลข้างเคียงของยาพบน้อยกว่า กลไกการออกฤทธิ์ของยาเช่นเดียวกับ Flutamide โดยจะแย่งจับกับรีเซพเตอร์หรือตัวรับที่อยู่บนผิวเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก แล้วทำให้ฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนไม่สามารถจับกับรีเซพเตอร์ของมันได้ Bicalutamide เป็นยาเม็ดชนิดรับประทานเช่นเดียวกัน ซึ่งในปัจจุบันมีขนาดความแรงของยาเพิ่มขึ้น สามารถรับประทานเพียงวันละครั้ง ทำให้การใช้ยาสะดวกขึ้นมาก

     การใช้ยาที่ป้องกันต่อมหมวกไตไม่ให้สร้างฮอร์โมนแอนโดรเจน เช่น Ketoconazole and Aminoglutethimide

     Ketoconazole เดิมเป็นยาที่ใช้รักษาโรคติดเชื้อรา แต่อาศัยผลข้างเคียงของยาในแง่ที่ทำให้ระดับของฮอร์โมนเทสโตสเตอร์โรนลดลง Aminoglutethimide จัดอยู่ในกลุ่ม Aromatase inhibitor  แต่สามารถยับยั้งเอนไซม์ตัวอื่นได้อีกด้วย ปัจจุบันจึงไม่นิยมใช้แล้ว เนื่องจากมียาใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพในการรักษาอย่างเฉพาะเจาะจงมากกว่า

ผลข้างเคียงจากการใช้ยากลุ่มฮอร์โมนบำบัดในการรักษา
     เนื่องจากการออกฤทธิ์ของยากลุ่มนี้ ทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโตสเตอร์โรนในเพศชายลดลง ดังนั้น อาการข้างเคียงที่สำคัญจึงเป็นผลมาจากระดับของฮอร์โมนเทสโตสเตอร์โรนที่ต่ำลงนั่นเอง ซึ่งจะมีอาการคล้ายผู้ชายวัยทอง มีอาการร้อนวูบวาบตามตัว อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ความรู้สึกทางเพศลดลง รวมทั้งอาจทำให้เต้านมโตขึ้นได้ นอกจากนี้ อาจมีอาการอื่น ๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ผิวหนังแห้ง ผื่นคัน มวลกล้ามเนื้อลดลง การทำงานของตับถูกรบกวน น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

     เนื่องจาก มะเร็งต่อมลูกหมากส่วนใหญ่มักพบเมื่ออายุมาก ทำให้ผู้ป่วยพบข้อจำกัด ขาดความพร้อมด้านการรักษา หลังจากผ่าตัด สมุนไพรจีนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยสูงอายุ เตรียมพร้อมการรักษาในขั้นตอนต่อไป นอกจากนี้ ยังช่วยลดผลข้างเคียง เพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้ต้องรับเคมีบำบัด ฉายรังสี และต้องรับฮอร์โมนบำบัดเป็นเวลาอีกด้วย




ปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ฟรี



กรอกรายละเอียดเพื่อให้เราติดต่อกลับ