เสริมการรักษามะเร็งให้ได้ผลด้วยยาจีน | ตอน 3
28 DEC 2561 VIEW: 119

 

โดย  :แพทย์จีน มาลิน  ปิยะชินวรรณ

 

ผู้ป่วยที่รับประทานยาจีนมีข้อห้ามเรื่องอาหารการกินหรือไม่
• อาหารทุกอย่างมีคุณลักษณะเฉพาะตัว ส่งผลกระทบไม่มากก็น้อยต่อโรค
• ใช้ยาจีนบางชนิดควรเลี่ยงอาหารบางอย่าง เพราะจะกระทบต่อประสิทธิภาพการรักษา หรืออาจเกิดบทบาทตรงข้ามกัน
• เพื่อให้ยาจีนใช้รักษาได้อย่างเห็นผล ควรงดเว้นอาหารย่อยยาก เช่น อาหารดิบ อาหารแช่เย็น อาหารมัน อาหารคาวจัดหรือมีรสจัด
• งดเว้นไม่ใช่ห้ามเด็ดขาด ควรพิจารณาจากโรคและสภาพผู้ป่วยเป็นหลัก ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์เพื่อจัดยาเสริม หรือยาบำรุงที่ถูกต้อง

จังหวะใดที่ควรจะเริ่มการรักษาด้วยยาจีน
• ผู้ที่กำลังรอผลการตรวจชิ้นเนื้อ
• ผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาวิธีหลัก
• ผู้ที่ต้องการลดผลข้างเคียงจากการรักษาวิธีหลัก
• ผู้ที่ไม่สามารถรับการรักษาวิธีหลัก หรือผู้ป่วยอายุมากเกินไป
• ผู้ที่ไม่ต้องการรับการรักษาวิธีหลัก
• ผู้ที่รับการรักษาวิธีหลักครบแล้ว และต้องการหลีกเลี่ยงการเกิดซ้ำของโรค
• ผู้ที่มีความเสี่ยงการเกิดมะเร็งสูง เนื่องจากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็ง
• ผู้ที่มีปัญหาด้านระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

     ยาจีน  นอกจากได้มาจากพืชสมุนไพรทั้งที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ  และที่เพาะเลี้ยงขึ้นมาแล้ว  ยังรวมถึงตัวยาที่ได้จากสัตว์วัตถุ  ธาตุวัตถุ  สัตว์วัตถุเช่น  เขากวางอ่อน  ไส้เดือน  ตุ๊กแก  ชะมดเชียง  เป็นต้น  ส่วนธาตุวัตถุก็ได้แก่  กำมะถัน  พิมเสน  ดีเกลือ  เป็นต้น  ปัจจุบันยาจีนได้มีกระบวนการผลิตที่ทันสมัย  และได้พัฒนาเป็นยาสำเร็จรูปหลายรูปแบบ  ทั้งที่เป็นยาเม็ดแคปซูล  ยาผง  ยาเม็ดลูกกลอน  ยาน้ำ  ยาฉีด  กระทั่งเป็นยาทา  เป็นพลาสเตอร์ยา  เพื่อสะดวกต่อการบริโภคของผู้ป่วย แต่ที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่สมัยโบราณก็คือยาหม้อ  ซึ่งนำตัวยาสมุนไพรต่างๆที่หมอจีนจัดให้มาต้มในหม้อดินแล้วดื่ม

     การเลือกใช้ยาปรุงสำเร็จรูปก็ควรต้องตรวจสอบจากกระบวนการผลิตว่าได้มาตรฐาน  GMP หรือไม่ ผ่านการทดสอบทางห้องปฏิบัติการและการทดลองทางคลินิกมาหรือไม่ และที่สำคัญก็คงใช้ยาให้เหมาะสมกับอาการโรคของเราด้วย ไม่ใช่ฟังจากเพื่อนบ้านหรือคนแนะนำว่ายานี้ดี ก็ไปขอซื้อจากร้านขายยา หรือเดินไปหาหมอจีน แมะจับชีพจรจัดยาไปต้มอยู่ 3 -4 ชุด กินไม่ได้ผลก็เลิกกินเลย แล้วบอกว่ายาจีนกินแล้วไม่เห็นผล ในการรักษาโรคด้วยยาจีนนั้น ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร โดยเฉพาะโรคมะเร็งซึ่งการพัฒนาของโรคค่อนข้างเร็วและสลับซับซ้อน  การใช้ยาจีนรักษาจึงควรเป็นตำรับยาที่รวมตัวยาหลายหลากซึ่งมีสรรพคุณหลายๆ ด้าน  เข้าบำบัดรักษาแบบองค์ร่วมประสานกับการฟื้นฟูเฉพาะส่วน  จึงจะทำให้ประสิทธิภาพการรักษาเด่นชัด  การเลือกใช้ตัวยาตัวเดียวเพื่อบำบัดรักษานั้น  ส่วนมากจะแก้ได้เพียงกลุ่มอาการโรค  เช่น ไอก็แก้อาการไอ  ท้องผูกก็แก้อาการท้องผูก  เป็นต้น  ตัวยาบางอย่างก็มีสรรพคุณเพียงขับร้อนถอนพิษหรือสลายก้อน  แต่ไม่สามารถบำบัดเซลล์ที่สึกหรอ  หรือไม่สามารถทำลายหรือยับยั้งเซลล์มะเร็งได้  สุดท้ายผู้ป่วยก็ไม่บรรลุจุดประสงค์ในการรักษาหรือต้านโรคมะเร็ง  แต่อาจสูญเสียการช่วงชิงโอกาสที่ดีไปอย่างน่าเสียดาย

     ยาจีนช่วยเสริมประสิทธิภาพการผ่าตัด  เพราะช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่แข็งแรงพร้อมรับการผ่าตัด  ยาจีนช่วยบรรเทาผลข้างเคียงจากพิษของคีโมบำบัดและรังสีรักษา ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถยืนหยัดคีโมบำบัดหรือรังสีรักษาจนจบคอร์ส  เพราะยาจีนจะช่วยปรับขับร้อนถอนพิษ  ปรับชวี่เลือด  ค้ำจุนเจิ้งชวี่  บำรุงไต  บำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร  เป็นต้น  เพื่อให้ร่างกายพร้อมที่จะเข้ารับการบำบัดในครั้งต่อไป

     ผู้ป่วยบางรายอาจไม่เหมาะที่จะผ่าตัด  หรือรับคีโมบำบัดและรังสีรักษาไม่ได้  การใช้ยาจีนจะมีบทบาทบรรเทาอาการของโรค  เช่น ช่วยให้เจริญอาหาร  ช่วยลดอาการปวด  ลดอาการบวม  ช่วยเสริมประสิทธิภาพภูมิคุ้มกัน  เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

     ดังนั้น  การเริ่มใช้ยาจีน  อาจกล่าวได้ว่ายิ่งเร็วยิ่งดี  และควรใช้ยาจีนควบคู่ไปกับการรักษาแผนปัจจุบันผู้ป่วยไม่ควรปฏิเสธการรักษาด้วยแผนปัจจุบัน  โรคมะเร็งบางชนิดเช่นมะเร็งกระเพาะอาหาร  เมื่อผ่าตัดและทำคีโมหรือรังสีบำบัดแล้ว  ก็มีโอกาสหายขาดสูงมาก  ยิ่งถ้าได้ใช้ควบคู่กับยาจีน  ผลการรักษาจะชัดเจนและเร็วยิ่งขึ้น  มีบางท่านเข้าใจผิดคิดว่ายาจีนเหมาะจะใช้กับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายเท่านั้น  บางท่านคิดว่าจะใช้ยาจีนก็ต่อเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเท่านั้น  แต่ความเป็นจริงแล้วเมื่อท่านผ่านขั้นตอนการรักษาแผนปัจจุบันไม่ว่าจะผ่าตัดก็ดี  คีโมหรือฉายแสงก็ดี  สุขภาพท่านก็ถูกทำลายจนสะบักสะบอมแล้ว  ภูมิคุ้มกันของร่างกายก็ตกต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ  ไม่ว่าเม็ดเลือดขาวก็ดี  เกล็ดเลือดก็ดี  หรือแม้แต่เม็ดเลือดแดงก็ลดน้อยลงไปมาก  เมื่อท่านมาพบหมอ  ก็มักถามว่าจะรักษาหายไหม  ต้องกินยาจีนนานเท่าไร  ซึ่งเป็นคำถามที่หมอจะต้องใช้เวลาชี้แจงให้เข้าใจ  การกินยานานเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับการพัฒนาไปของโรค  สภาวะการขับพิษต่างๆ  ในร่างกายออกไป  การปรับสมดุลของหยินยาง  การต้านและยับยั้งเซลล์มะเร็งให้ได้  ตลอดจนการฟื้นฟูเซลล์ที่สึกหรอ  บำรุงร่างกายเสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง  คงเป็นการยากที่จะบอกได้ว่าเมื่อไรจะหาย  หรือต้องกินยานานเท่าไร  คงต้องรักษากันไปเป็นขั้นตอน  และต้องใช้เวลาในการรักษา

ปรึกษาเรื่องมะเร็ง / ขอข้อมูลสมุนไพรจีน


เพิ่มเพื่อน

Line: @tianxian

tianxianfamily

เวลาทำการ
08.30-17.00 น.

นอกเวลาทำการ

หรือฝากคำถาม/ข้อสงสัยผ่าน Email


 

ใส่ข้อความตามที่ท่านเห็น