การดูแลผู้ป่วยมะเร็งช่องปากและบริเวณคอ
21 MAR 2562 VIEW: 196

 

การดูแลผู้ป่วยมะเร็งช่องปากและบริเวณคอ

สามารถดูแลตามอาการที่พบดังนี้

กลืนลำบาก
     อาการกลืนลำบากมักเกิดจากมะเร็งของอวัยวะภายในลำคอ ถึงแม้ได้รับการรักษาแล้ว  ผู้ป่วยอาจจะยังมีอาการนี้อยู่บางรายก้อนมะเร็งอาจยุบไม่หมดเนื่องจากเป็นก้อนเนื้อชนิดที่ดื้อต่อการรักษา

     ปัญหาสำคัญที่ตามมาหลังการกลืนลำบาก คือ  น้ำหนักลด จนถึงการขาดสารอาหาร ดังนั้นญาติควรกระตุ้นให้ผู้ป่วยได้รับประทานอาหารบ่อยๆ โดยอาหารควรมีคุณค่าและให้พลังงานสูง  เช่น  ไข่  นมและเนื้อสัตว์  แต่ลักษณะของอาหารควรได้รับการปรุงแต่งให้อ่อนนุ่ม มีสภาพไม่เหนียว เคี้ยวกลืนไม่ยาก เพื่อลดการเคี้ยวให้น้อยที่สุด อาจเป็นอาหารเหลวที่ไม่หนืดเหนียว เพราะความหนืดเหนียวของอาหารอาจทำให้อาหารติดตามลิ้น เพดานปาก กระพุ้งแก้ม เหงือก ก่อให้เกิดความเจ็บปวดได้  

     อุณหภูมิของอาหารที่ร้อนหรือเย็นเกินไป มีผลต่อการกระตุ้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวด และทำลายเซลล์งอกใหม่ จึงจำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในช่วง 20-45 องศาเซลเซียส รสเปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน ถือเป็นสารเคมีที่ให้รสชาติชนิดหนึ่ง ซึ่งจะเป็นตัวกระตุ้นเซลล์ประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวด จึงจำเป็นต้องควบคุมรสชาติไม่ให้จัดเกินไป

     ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับน้ำดื่มอย่างเพียงพอ วันละ 2-3 ลิตร  ในกรณีที่ไม่มีข้อห้าม เนื่องจากการได้รับน้ำดื่มอย่างเพียงพอ จะเป็นการช่วยเพิ่มความชุมชื้นของช่องปากได้ดี และลดความตึงของเยื่อบุ ทำให้ผู้ป่วยสุขสบายช่องปากมากขึ้น

     ในระหว่างให้อาหารควรระวังเรื่องการสำลักเข้าปอด  เพราะอาหารจะเคลื่อนผ่านหลอดอาหารได้ช้า  การกลืนเร็วหรือรับประทานคำโตเกินไปจะทำให้สำลักลงปอดได้ และเกิดอาการอักเสบของปอดตามมา

      ถ้าอาการกลืนลำบากเป็นมากขึ้น  ต้องแจ้งแพทย์ผู้รักษาทราบเพื่อได้พิจารณาหาทางแก้ไข  เช่น  ผ่าตัดใส่ท่อเพื่อให้อาหารเข้าทางกระเพาะหรือให้อาหารทางเส้นเลือดดำ  เป็นต้น

ความวิตกกังวล ปัญหาทางจิตใจ
     ก่อนอื่นต้องหาสาเหตุของปัญหา อาจเกิดจากหลายสาเหตุ อาทิ ความไม่รู้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับโรค การต่อสู้กับโรค ปัญหาการกินอาหาร การขับถ่าย หรือการเจ็บป่วย เช่น เหนื่อยมาก ปวดมาก

     ต่อมาต้อง ให้กำลังใจ เพื่อลดความวิตกกังวล เป็นเพื่อนพูดคุยเรื่องต่างๆ พยายามให้ผู้ป่วยทำสมาธิ หรือ ฝึกจิต  สวดมนต์ภาวนา เพื่อไม่ให้คิดหมกมุ่นเรื่องเดิม
ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่พักให้มีสิ่งแวดล้อมที่ให้กำลังใจและปลอดโปร่ง และจัดให้ผู้ป่วยได้ทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น อ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์

ซึมเศร้า
     อาการซึมเศร้าจะเป็นอาการตอบสนองที่เกิดขึ้นตามปกติของโรคมะเร็งที่เป็นมากขึ้นเรื่อยๆ  โดยเฉพาะผู้ป่วยทราบว่าระยะสุดท้ายใกล้มาถึง  อาการนี้อาจเป็นสาเหตุนำไปสู่อาการไม่พึงประสงค์อื่นๆ  เช่น  นอนไม่หลับ  เบื่ออาหาร  และอารมณ์แปรปรวน

     ญาติและเพื่อนสนิทจะสามารถช่วยผู้ป่วยในการเผชิญหน้ากับช่วงเวลาที่เลวร้ายได้อย่างเข้มแข็ง  กล้าหาญและยอมรับสภาพโดยการให้กำลังใจและการช่วยแก้ปัญหาแก่ผู้ป่วย  ทั้งทางสังคมและจิตใจจะช่วยให้พ้นภาวะนี้ได้อย่างมาก

     เวลาที่ผ่านไปจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้าลดน้อยลงเรื่อยๆ ในรายที่มีอาการซึมเศร้ามาก  หรือเป็นอยู่นานจำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ผู้รักษาทราบเพื่อพิจารณาให้การรักษาเป็นการเฉพาะ  เช่น  โดยการใช้ยาแก้อาการซึมเศร้าหรือจิตบำบัด

นอนไม่หลับ
     ผู้ป่วยที่ใช้ชีวิตพักผ่อนอยู่ในบ้าน  หรือบนเตียงเป็นส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้สูงอายุ  โดยปกติต้องการเวลาในการนอนหลับไม่มากนักอาจเพียง 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น  ถ้านอนไม่หลับจากการที่ได้นอนตอนกลางวันหรือนอนน้อยเป็นปกติวิสัยก็ไม่ต้องกังวลกับอาการ  แต่ถ้าเป็นผลจากอาการปวด  วิตกกังวล  หอบเหนื่อย  หรือไอมากควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที

     การออกกำลังกายเล็กน้อย  ไม่ดูภาพยนตร์หรืออ่านหนังสือที่ตื่นเต้นก่อนนอนอาจช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น  การดื่มเครื่องดื่ม  เช่น  นมอุ่นก่อนนอนและการจัดบรรยากาศในห้องนอนให้โปร่งสบาย  ไม่มีเสียงรบกวนก็จะทำให้นอนหลับได้สบายขึ้น

     กรณีที่นอนไม่หลับทำให้รบกวนต่อสุขภาพและจิตใจมากควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาให้ยาหรือหาวิธีที่เหมาะสมเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยต่อไป

 




ปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ฟรี



กรอกรายละเอียดเพื่อให้เราติดต่อกลับ