เป้าหมายทำลายเซลล์มะเร็ง | เทียนเซียน
28 FEB 2560 VIEW: 39795

     คำถามที่พบบ่อยสำหรับสมุนไพรจีนเทียนเซียน คือ สามารถใช้ร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบันได้หรือไม่ ก่อนอื่นต้องทราบว่า เป้าหมายทำลายเซลล์มะเร็งของการรักษาหลักแต่ละวิธีนั้นแตกต่างกัน 

     -  
ผ่าตัด ชัดเจนว่ามุ่งตัดก้อนมะเร็งออก
     -  
รังสีรักษา ทำให้โครโมโซมของเซลล์ขาด โดยพบว่ารังสีจะทำให้เซลล์ตายที่ระยะก่อนจะแบ่งตัว คือ ระยะ G2 และ M มากที่สุด เพราะมีโครโมโซมซึ่งเป็นเป้าของรังสีหนาแน่นมากที่สุดในระยะนี้
     - 
เคมีบำบัด จะทำลายเฉพาะเซลล์ที่เข้าสู่วงจรชีวิตของเซลล์ (ระยะ G1, S, G2, M) ส่วนระยะเซลล์ต้นกำเนิด หรือระยะ G0 นั้น ดื้อต่อเคมีบำบัด
     -  
ยามุ่งเป้า ยามุ่งเป้าจะได้ผลดีเฉพาะกับเซลล์ที่มีเป้าให้จับ โดยขัดขวางการรับส่งสัญญาณการแบ่งตัวของเซลล์บริเวณผนังเซลล์ เมื่อขัดขวางได้เซลล์จะถูกยับยั้งการแบ่งตัว ซึ่งกระบวนการนี้เกิดขึ้นในระยะที่เป็นเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง (ระยะ G0) เท่านั้น 

     จากการศึกษาเทียนเซียนจากหลายสถาบัน พบว่า เป้าหมายของการรักษาข้างต้น ไม่ซ้ำซ้อนกับเทียนเซียน แต่กลับส่งเสริมผลดีซึ่งกันและกัน  แล้วเทียนเซียนมีเป้าหมายการรักษาอย่างไร??

 

     ยาน้ำเทียนเซียน เป็นยาจีนได้รับอนุมัติให้เป็นยาต้านมะเร็งมากว่า 30 ปี ถูกนำออกสู่ตลาดและเป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วโลกมากว่า 20 ปี เป็นการรักษาที่จะเสริมไปพร้อมกับการรักษาหลัก (ผ่าตัด เคมี ฉายรังสี) เนื่องจากการรักษาหลักที่มีมาเป็นร้อยปีผลการรักษายังไม่ได้ดีขึ้น แต่เมื่อให้การรักษาวิธีที่สี่ คือ ยาน้ำเทียนเซียน ทำให้คนไข้มีอาการดีขึ้นมาก อยู่กับโรคได้อย่างสงบหรือไม่ก็หายขาดได้ เนื่องจากยาตัวนี้จะไปทำลายเซลล์ที่หลงเหลือจากการรักษาแพทย์แผนปัจจุบัน โดยเฉพาะเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง (ระยะ G0) ซึ่งเหลือรอดจากการรักษาแผนหลักมากที่สุด 

     มีงานวิจัยแสดงถึงฤทธิ์ของยาในการทำลายผนังไมโตคอนเดรีย ทำให้เอนไซม์ที่อยู่ในไมโตคอนเดรียไหลออกมา เอ็นไซน์นี้ทำให้เซลล์นั้นไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ กำหนดเวลาตายให้เซลล์มะเร็งในที่สุด

     ล่าสุดเมื่อ 5 ปี ที่ผ่านมา นพ. ล่าย จี๋ หมิง และทีมวิจัยสถาบันวิจัยมะเร็งแห่งชาติไต้หวัน ได้ศึกษาเปรียบเทียบยาเคมีบำบัด กับยาน้ำเทียนเซียนในความเข้มข้นต่างๆ กัน พบว่ามีผลต่อเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งและเซลล์มะเร็งรุ่นหลังๆ 

อธิบายภาพ

          กลุ่ม 1 เป็นกลุ่มควบคุม (control) ไม่ได้ให้ยาอะไรเลย กลุ่ม 2 ให้ยาด็อกโซรูบิซิน (Doxorubicin) กลุ่ม 3 ให้ยาซิสพลาติน (Cisplatin) กลุ่ม 4 ให้ยาแท็กซอล (Taxol) กลุ่ม 5 ให้ยาวีที16 (VT16) กลุ่ม 6 ให้ยาน้ำเทียนเซียน (THL) ในความเข้มข้น 0.5 มิลลิกรัม, 1 มิลลิกรัม และ 2 มิลลิกรัม ตามลำดับ

          เห็นชัดเจนว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่ให้อะไรเลย เซลล์ต้นกำเนิดและเซลล์มะเร็งไม่มีการเปลี่ยนแปลงลดลงแต่อย่างใด ส่วนกลุ่ม 2,3,4,5 เซลล์มะเร็ง (แท่งสีขาว) ลดลงในอัตราที่ใกล้เคียงกัน แต่เซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง (แท่งสีดำ) ตายน้อยเหลืออยู่จำนวนมาก ส่วนยาน้ำเทียนเซียนในกลุ่ม 6 พบว่ายาจะทำลายเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง (แท่งสีดำ) มากกว่า

     ล่าสุดมีทีมวิจัยของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน ได้ทำการวิจัยในผู้ป่วยมะเร็งในระยะกระจายไกล โดยผู้ป่วยมีมะเร็งกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ เป็นผู้ป่วยระยะสุดท้าย ให้ผู้ป่วยรับประทานยาขวดละ 20 ซีซี 3 ขวดต่อวัน เป็นเวลา 24 สัปดาห์ หรือ 6 เดือน พบว่าคนไข้กลุ่มนี้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น อาการเหนื่อยอ่อนก็ลดลง ทำให้ผลข้างเคียงจากการรักษาอื่นๆ ที่ให้การรักษาร่วมด้วยน้อยลง ในขณะเดียวกัน ตัวยาเทียนเซียนไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงใดๆ ก็คิดว่าเทียนเซียนจะมีบทบาทที่ดีในการใช้ร่วมรักษากับการแพทย์แผนปัจจุบันตามเหตุผลที่ได้อธิบายให้ฟังแล้ว


สรุป
     จากข้อมูลการรักษาข้างต้น จะเห็นว่า ไม่มีการรักษาอย่างหนึ่งอย่างใดที่สมบูรณ์แบบ จึงใช้แค่วิธีเดียวไม่ได้ การดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งให้ได้ผลสูงสุดแบบตัดรากถอนโคน จำเป็นต้องผสมผสานหลายวิธีเข้าด้วยกัน เป็นการรักษาแบบบูรณาการ เพื่อลดจำนวนเซลล์มะเร็งที่เหลือหลังจากการรักษา ลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งซ้ำที่เดิม ลดการกระจายไกลของโรคมะเร็ง ทั้งยังลดอัตราการเกิดมะเร็งชนิดใหม่

 



ปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ฟรี



กรอกรายละเอียดเพื่อให้เราติดต่อกลับ